จากกรณีนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ ได้พานายนรุตน์ วรอาคม (ผู้เสียหาย) อายุ 33 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับผู้มีอิทธิพลเจ้าของซาวน่าย่านเหม่งจ๋าย ในข้อหาค้าประเวณี ฟอกเงิน และต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา

 

 

 

              ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 ที่สำนักงานเขตห้วยขวาง นายนรุตน์ วรอาคม ผู้เสียหาย พร้อมด้วยนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ ได้เข้าพบนายอนุสรณ์ พุ่มพวง หัวหน้าโยธาสำนักงานเขตห้วยขวาง เพื่อติดตามความคืบหน้า หลังจากก่อนหน้านี้ได้เคยร้องเรียนที่สำนักงานเขตห้วยขวาง ให้สั่งการระงับใช้อาคาร สถานที่ประกอบกิจการซาวน่าย่านเหม่งจ๋าย หลังมีการต่อเติมโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้นายนรุตน์ได้รับความเสียหาย เพราะเป็นเจ้าของที่ดินดังกล่าวที่ให้เจ้าของเท็น ซาวน่า (Ten sauna) เช่า ซึ่งยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

              ทางด้านนายอนุสรณ์ เปิดเผยว่า สาเหตุการล่าช้าเพราะต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าผู้เช่าพื้นที่เปิดซาวน่าเป็นใคร ซึ่งได้ทราบข้อมูลจากผู้ร้องแล้ว จากนั้นจะนำไปประกอบกับการพิจารณาออกคำสั่งระงับใช้อาคารต่อไป ซึ่งจากการตรวจสอบอาคารดังกล่าว เบื้องต้นพบว่ามีการต่อเติมโดยไม่ได้รับอนุญาตจริง

              ต่อมาเวลา 14.00 น. นายนรุตน์ พร้อมทนายความ ได้เดินทางมาที่ สน.ห้วงขวาง เพื่อเข้าพบ พ.ต.อ.ภูริส จินตรานันท์ ผกก.สน.ห้วยขวาง ในการติดตามความคืบหน้าของคดี พร้อมร้องทุกข์กรณีเจ้าของซาวน่าดังกล่าวใช้สถานที่เปิดร้านอาหาร และร้านขายทุเรียนติดแอร์ โดยไม่ขออนุญาตต่อสำนักงานเขตห้วยขวาง และไม่ได้แจ้งต่อเจ้าของที่ดิน

 

 

 

 

              พ.ต.อ.ภูริส เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าของที่ดินได้ไปร้องทุกข์ที่กองบังคับการปราบปราม ปรากฎเป็นข่าวตามสื่อมวลชน ได้นำเรื่องเรียนถึงผู้บังคับบัญชา ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล แล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบเท็จจริง กรณีที่มีการลักลอบค้าประเวณี โดยยืนยันจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย โดยทาง สน.ห้วยขวาง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานบริการดังกล่าว พบว่าถูกปิดลงแล้ว และต่อจากนี้จะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบทุกวัน พร้อมทำรายงานสรุปข้อเท็จจริงเสนอกองบัญชาการตำรวจนครบาล หากพบว่าเปิดให้บริการก็จะจับกุมดำเนินการตามกฎหมายทันที เนื่องจากใบอนุญาตประกอบกิจการสปาดังกล่าว หมดอายุตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา

 

 

 

              พ.ต.อ.ภูริส เปิดเผยว่า ส่วนกรณีต่อเติมอาคารนั้น ได้ประสานสำนักงานเขตห้วยขวาง เข้าตรวจสอบตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา คาดว่าในสัปดาห์นี้ทางเขตฯจะเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ ฐานต่อเติมที่ไม่ได้ขออนุญาต ส่วนคดีความทางแพ่ง ทั้งเรื่องที่จอดรถและค่าเช่าที่ ผู้เสียหายต้องไปดำเนินการด้วยตนเอง ขณะที่คดีความทางอาญาตำรวจจะเฝ้าระวังไม่ให้มีการกระทำผิดซ้ำ แต่หากพบก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที ทั้งนี้จากเหตุที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ร้องทุกข์กังวลเรื่องความปลอดภัย ซึ่งสามารถประสานขอความคุ้มครองกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ 

              นายอนันต์ชัย กล่าวว่า ภายหลังผู้เช่ารายนี้ได้นำสถานที่ดังกล่าวไปประกอบธุรกิจนวดสปาผิดกฎหมาย และต่อเติมอาคารอย่างชัดเจน เข้าข่ายการต่อเติมไม่ได้รับอนุญาต และใบประกอบกิจการทำสปาหมดอายุ จึงแจ้งไปยังเขตฯให้ระงับการใช้อาคารในเวลา 15 วัน หากเกินกว่านั้นจะร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมาย เพราะทางเขตฯได้ลงพื้นที่ตรวจแล้วพบความผิดปกติจริง โดยผู้เช่าได้นำอาคารสำนักงานมาทำร้านทุเรียนและธุรกิจซาวน่า ซึ่งใบประกอบกิจการได้หมดสัญญาไปแล้วเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา อีกทั้งยังต้องตรวจสอบด้วยว่าหมอนวดมีใบประกอบอาชีพถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากเป็นคนทั่วไปก็นวดไม่ได้ นอกจากนี้กรณีที่ผู้ใช้บริการสถานบริการดังกล่าวอ้างว่าไม่มีการค้าประเวณีนั้น ตนมีหลักฐานการโอนเงินและภาพวงจรปิดยืนยันทั้งหมด ทางตำรวจได้เรียกหมอนวดมาสอบสวนแล้ว ซึ่งขณะนี้เจ้าตัวได้กลับต่างจังหวัดไปแล้ว

              ด้านนายนรุตฒ์ กล่าวว่า ทั้งนี้คู่กรณีได้ส่งกระเช้าดอกไม้พร้อมนามบัตรมายังบิดาและตน เชิญชวนให้ไปร่วมงานเปิดร้านใหม่ แม้จะไม่ได้มีพฤติกรรมข่มขู่คุกคามเพิ่มเติม แต่สร้างความกังวลจนทำให้ตนอยู่ในกรุงเทพฯไม่ได้ ต้องหนีไปพักที่ต่างจังหวัด