royal coronation
วันที่ 14 ตุลาคม 2562
อาชญากรรม

จับยากูซ่า - หนุ่มแดนมังกรหนีคดีซุกไทย

วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 - 14:26 น.
อาชญากรรม,หนีหมายจับ,ซุกไทย
Shares :
เปิดอ่าน 3,102 ครั้ง

สตม. จับต่างชาติหนีหมายจับ 2 คดี เผาทรัพย์ - ข่มขืน ฉ้อโกงกว่า 10 ล้าน

คลิปที่ 1

 

               เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 ที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)  พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. , พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.ภ.2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สตม. และ Mr. Hiroyuki Muramatsu Second secretary and consul ร่วมกันแถลงจับกุมผู้ต้องหาหนีหมายจับชาวต่างชาติ จำนวน 2 ราย คดีแรก จับกุม นายคาซึฮิโกะ ยามาซากิ (MR. KATSUHIKO YAMAZAKI) ชาวญี่ปุ่น อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นที่ต้องการตัวของทางการญี่ปุ่น มีหมายจับออกโดย ศาลจังหวัดอากิตะ ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2562 ในคดีวางเพลิงเผาทรัพย์

 

 

 

คลิปที่ 2

               พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า นายคาซึฮิโกะ เป็นสมาชิกยากูซ่า แก๊งอินากาว่า เป็นสมาชิกระดับกลางขึ้นไป มีคดีติดตัวในประเทศญี่ปุ่น 12 คดี เช่น ทำร้ายร่างกาย ข่มขืน และคดีที่ถูกออก หมายจับคือ คดีวางเพลิงบ้านของญาติคู่อริ ก่อนที่จะหลบหนีมาไทย และในระหว่างที่พักอาศัยอยู่ในประเทศไทย ได้มีปัญหากับคนญี่ปุ่นที่พักอาศัยในไทย และได้มีการข่มขู่ฆ่า

               พล.ต.ต.พนัญชัย กล่าวว่า สำหรับแก๊งอินากาว่า เป็นแก๊งที่ไม่ใหญ่มาก แต่เป็นแก๊งที่มีความโหดเหี้ยมระดับต้นๆ ของแก๊งยากูซ่าใน ประเทศญี่ปุ่น มีพฤติกรรมข่มขู่เหยื่อนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นที่ประกอบอาชีพสุจริตในไทย หากไม่ยอมจ่ายเงินก็จะขู่เผาบ้าน คนร้ายบอกกับผู้เสียหายว่าตัวเองเป็นมะเร็งปอดระยะที่ 4 อย่างไรก็ต้องตาย หากไม่ยอมจ่ายเงินก็จะเผาบ้านครอบครัวของนักธุรกิจในประเทศญี่ปุ่น ทางผู้เสียหายไม่ได้ให้เงินไป คนร้ายจึงกลับไปเผาบ้านก่อนถูกออกหมายจับดังกล่าว คนร้ายอ้างจะนำเงินที่ได้จากการทำธุรกิจของผู้เสียหายไปส่งให้กับนักธุรกิจอีกรายในญี่ปุ่นกระทั่งเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตำรวจกองกำกับการ 1 บก.สส.สตม. ได้รับการประสานจากประเทศญี่ปุ่นและสืบทราบเรื่อง จึงนำกำลังจับกุมได้ดังกล่าว

               ทั้งนี้ นายคาซึฮิโกะ เดินทางเข้าออกประเทศไทย 13 ครั้ง โดยครั้งแรกเดินทางมาเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 62 เข้าออกตามระเบียบอย่างถูกต้องในขณะนั้นยังไม่เจอแบล็คลิสต์ ครั้งสุดท้ายหลังเผาบ้านได้เข้ามาเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 62 และล่าสุดได้เดินทางเข้ามาไทยเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2562 ประเภทวีซ่า ผ.30 ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ถึงวันที่ 18 กรกฎาคม 2562 การอนุญาตยังไม่สิ้นสุด ผบก.สส.สตม. จึงได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตามมาตรา 12 (7) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และควบคุมตัวไว้ที่ กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อรอการส่งตัว กลับไปดำเนินคดีที่ประเทศญี่ปุ่นต่อไป

 

 

 

               อีกคดีจับกุม นายสี่ซิงหยิง (MR. XU Xingyin) อายุ 35 ปี ชาวจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ 2018 224 เมืองเปาติง มลฑลเหอเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องจากมีส่วนพัวพันในคดีฉ้อโกงอสังหาริมทรัพย์

               พล.ต.ต.พนัญชัย กล่าวว่า นายสี่ซิงหยิง ได้จัดตั้งบริษัทเหอเป่ยหลินหูพร็อบเพอร์ตี้ จำกัด โดยมีนายสี่เป็นกรรมการผู้จัดการ ซึ่งบริษัทดังกล่าวไม่ได้มีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทและได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการแต่อย่างใด เมื่อปี 2557 นายสี่ ได้ทำการขายอาคารที่พักอาศัยจำนวน 2 อาคาร ซึ่งผู้เสียหายได้ผ่อนจ่ายเงินดาวน์ไปจำนวน 18 เดือน เป็นจำนวนเงิน 10 ล้านบาท แต่นายสี่ไม่สามารถโอนให้แก่ผู้ซื้อได้ จากเหตุดังกล่าวได้สร้างความเสียหายให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ในมลฑลเหอเป่ยเป็นอย่างมาก ทางการตำรวจมลฑลเหอเป่ย จึงได้รับเป็นคดีเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2561 และได้ออกหมายจับดังกล่าว จากนั้นกระทรวงความมั่นคงสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ขอความร่วมมือจาก บก.สส.สตม. ในการจับกุม โดยเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2562 นายสี่ได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรผ่านทาง ด่าน ตม.ทอ.กรุงเทพ (สนามบินดอนเมือง) และพบว่าเป็นบุคคลต้องห้าม จึงได้ทำการประสานมายัง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อทำการตรวจสอบ และได้ยืนยันว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน จึงได้ส่งตัวมายัง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อรอการส่งกลับออกไปนอก ราชอาณาจักร

 

 

 

               ทั้งนี้ ทาง สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิด ในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า - ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทาความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซอยสวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th

 

 

 

คลิปที่ 3

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ