จากกรณีที่เพจ “ด่านไม่ลอย-ด่านตั้งพื้น” ได้โพสต์คลิปวีดิโอพร้อมข้อความว่า “จับเด็กน้อย 3 ขวบไม่สวมหมวกกันน็อค พอชี้ให้จับคนอื่นด้วยก็ไม่จับ ผมไปส่งลูกโรงเรียนอนุบาล รหัสตำรวจ 6607 สน.บางขุนนนท์” โดยภาพคลิปวิดีโอเป็นการโต้เถียงกันระหว่างผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรของ สน.บางขุนนนท์ ว่า เหตุใดจึงจับเด็กอายุ 3 ขวบที่ไม่สวมหมวกกันน็อค ขณะที่ตำรวจจราจรนายดังกล่าวก็อธิบายถึงข้อกฎหมายให้ฟัง แต่คนขับขี่รถจักรยานยนต์ก็ยังมีข้อคิดเห็นแย้งกลับไปและจะแจ้งความข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่กับเจ้าหน้าที่นายดังกล่าว โดยเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นที่ห้องเปรียบเทียบปรับของ สน.บางขุนนนท์

 

 

 

              ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 25 มกราคม 2562 พ.ต.อ.สำเริง อําพรรทอง ผกก.สน.บางขุนนนท์ เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า เบื้องต้นได้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจรหัสหมวกตามที่โพสต์ไว้ในเพจมาสอบถามแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าวให้ข้อมูลว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะจับเด็ก 3 ขวบปรับในข้อหาไม่สวมหมวกนิรภัย แต่ต้องการที่จะจับปรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวที่ไม่จัดหมวกกันน็อคให้กับเด็กอายุ 3 ขวบ ซึ่งประสงค์เพียงแค่ตักเตือนเท่านั้น ไม่ได้จะดำเนินการให้ใบสั่งหรือเปรียบเทียบปรับ โดยส่วนหนึ่งเป็นห่วงความปลอดภัยของหนูน้อยอายุ 3 ขวบที่ซ้อนท้ายมาด้วย โดยระหว่างที่มีการตั้งด่านตรวจอยู่นั้นได้ทำการตักเตือนให้หาหมวกกันน็อคมาให้กับหนูน้อยคนดังกล่าว แต่เกิดการโต้เถียงกันขึ้น จึงเชิญตัวมาที่ สน. เพื่อทำความเข้าใจ แต่คนขี่รถจักรยานยนต์ก็ยังคงโต้เถียง และนำโทรศัพท์มือถือมาบันทึกภาพดังกล่าว

              เบื้องต้นได้สั่งการให้ตำรวจไปเชิญตัวผู้ถ่ายคลิปดังกล่าวมาให้ข้อมูลถึงเหตุการณ์ที่แท้จริงทั้งหมด เนื่องจากยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของตำรวจนายดังกล่าว และข้อมูลที่พบเห็นภายในเพจจึงต้องให้ผู้อยู่ในเหตุการณ์มาให้ข้อมูลที่ชัดเจนทั้งหมด ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ซึ่งหากพบว่าตำรวจจราจรนายดังกล่าวทำผิดจริงก็จะดำเนินการลงโทษตามขั้นตอนต่อไป

              ส่วนกรณีที่ในคลิปดังกล่าวมีการจะแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากไม่ยอมจับรถจักรยานยนต์คันอื่นที่ไม่สวมหมวกกันน็อคและผ่านมาในบริเวณด่านนั้น ทาง พ.ต.อ.สำเริง ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติงานตามหน้าที่ แต่การจะจับผู้ที่ไม่สวมหมวกกันน็อคหรือผ่านมาในบริเวณที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ไม่สามารถทำได้ทั้งหมดเพราะจะเกินวิสัย ส่วนการจะแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ก็สามารถทำได้ แต่ก็ต้องทำความเข้าใจกันก่อนถึงการทำงานของตำรวจและข้อกฎหมายที่จะแจ้งความ

 

 

 

              ขณะที่ทาง พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า ตนยังไม่ทราบในรายละเอียด ขอเวลาตรวจสอบดูคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเรื่องเป็นเช่นไร ส่วนการดำเนินการที่เกิดขึ้นถึงจะปฏิบัติตามกฎหมายแต่ต้องดูว่าเหมาะสมหรือไม่ ที่ผ่านมาตนได้มอบนโยบายให้เข้มงวดกับการสวมหมวกนิรภัยกับผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายจริง แต่เท่าที่ทราบข้อมูลจากผู้สื่อข่าว ว่าผู้ซ้อนท้ายเป็นเด็กอายุ 3 ขวบ คิดว่าทางเจ้าหน้าที่น่าจะเป็นห่วงจึงตักเตือน อย่างไรก็ตามขอเวลาให้ตนได้ตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ก่อน

              ล่าสุดคนขับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวได้เข้ามาพบกับพนักงานสอบสวน สน.บางขุนนนท์ แล้ว และชี้แจงว่าสาเหตุที่ถ่ายคลิปเนื่องจากรู้สึกน้อยใจที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับปรับรถของตนเพียงอย่างเดียว และยังมาปรับเด็กอายุเพียง 3 ขวบ อีกทั้งยังไม่รู้มาก่อนว่าเด็ก 3 ขวบจะต้องใส่หมวกกันน็อคด้วย ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าวได้ชี้แจงและทำความเข้าใจพร้อมทั้งขอโทษกันและกัน โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบหมวกกันน็อคสำหรับเด็ก 3 ขวบให้ด้วย 1 ใบ เพื่อที่คนขับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวจะได้ไม่ต้องถูกจับปรับอีก