royal coronation
วันที่ 17 ตุลาคม 2562
อาชญากรรม

จับ 2 ผัวเมียอุ้มหมา ตระเวนลักทรัพย์ร้านค้า

วันที่ 29 สิงหาคม 2561 - 20:21 น.
2ผัวเมียอุ้มหมา,ตระเวนลักทรัพย์,อุ้มหมา,รองผบตร,เบี่ยงเบนความสนใจ
Shares :
เปิดอ่าน 685 ครั้ง

รองผบ.ตร.แถลงจับ 2ผัวเมียอุ้มหมา ตระเวนลักทรัพย์ร้านค้านานกว่า15ปี ทำทีตีสนิท-อุ้มหมาเบี่ยงเบนความสนใจ หลบกล้อง ก่อนลักทรัพย์ วอนตร.ช่วยดูแลลูกสาวหวั่นถูกทำร้าย

คลิปที่ 1

 

          จากคดีคนร้ายตระเวนลักทรัพย์โดยใช้สุนัขเบี่ยงเบน ความสนใจของผู้เสียหาย เหตุเกิดในหลายท้องที่เกี่ยวเนื่องกัน ทั้งตำรวจภูธรภาค 1,2,7 และกองบัญชาการตำรวจนครบาล มีผู้เสียหายกว่า 44 ราย มูลค่าความเสียหายนับสิบล้านบาท นั้น

 

          เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 29 สิงหาคม ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สมชาย พัชรอินโต รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ธนา ยุตม์ วุฒิจรัสธํารงค์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง ผบก.สส.ภ.1 ร่วมกันแถลงผลจับกุมนายอภิชาติ บุญเรือง อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 222 / 150 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ และน.ส.อุษา เกษมณี หรือนางฑิญาตา บุญเรือง อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 222 / 150 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดปทุมธานีที่ จ.170/2561 ลงวันที่ 20 ส.ค. 2561 ในผิดฐาน ร่วมกันลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือ เพื่อให้พ้นการจับกุม โดยจับกุมได้ภายในบ้านเลขที่ 144/129 หมู่บ้านสัมพันธ์วิลล่า ซอยพหลโยธิน 52 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.

 

 

          พร้อมของกลาง ประกอบด้วย สุนัขพันธุ์ชิสุจำนวน 1 ตัว รถยนต์ยี่ห้อนิสสัน รุ่นซิลฟี สีขาว เลขทะเบียน 5กถ-2052 กรุงเทพมหานคร และเลขทะเบียน ขน 552 ชลบุรี รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นแคมรี่ สีบรอนทอง เลขทะเบียน ษจ 8432 กรุงเทพมหานคร รถยนต์ยี่ห้อนิสสัน รุ่นอัลเมรา สีดํา ติดป้ายแดง ทะเบียน ศ-4430 กรงเทพมหานคร รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีขาว เลขทะเบียน 1กฆ-5515 กรุงเทพมหานคร อาวุธปืนขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก โทรศัพท์มือถือ 55 เครื่อง บัตรเอทีเอ็มและบัตรเครดิต 10 ใบ นาฬิกาข้อมือ 20 เรือน กระเป๋าแบรนด์เนม จำนวน 55 ใบ บัตรประจำตัวประชาชนใบอนุญาตขับขี่ บัตรประจำตัวข้าราชการ จำนวน 18 ใบ ตั๋วรับจำนำ 18 ใบ เครื่องประดับ อาทิ สร้อยคอ สร้อยข้อมือ กำไล แหวน ต่างหู วัตถุมงคล พระเครื่อง จำนวนมาก รวมของกลางทั้งสิน 137 รายการ มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท 

 

 

          พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า สืบเนื่องจากพฤติการณ์ของคนร้าย ได้ร่วมกันก่อเหตุ 2 คน ใช้รถยนต์เป็นพาหนะในการก่อเหตุลักทรัพย์ตามร้านค้ามาแล้วนานกว่า 15 ปี ซึ่งการก่อเหตุแต่ละครั้งใช้อุบายทําทีเป็นลูกค้าเข้ามาชวนพูดคุยตีสนิทกับเจ้าของร้านแล้วสั่งซื้อของเป็นจํานวนมาก รวมถึงการอุ้มหมา อุ้มเด็ก เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ บางครั้งถือร่มเพื่อหลบกล้องวงจรปิด ก่อนฉวยโอกาสขณะเหยื่อจัดเตรียมสินค้าและไม่ได้เฝ้าระวังทรัพย์สิน ทำการลักทรัพย์แล้วหลบหนีไป

 

           พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวต่อไปว่า คนร้ายเคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งในท้องที่ต่างๆ ถือเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยในทรัพย์สินและมีผลกระทบต่อการประกอบอาชีพสุจริตของประชาชน นอกจากนี้พบว่ามีผู้เกี่ยวข้องในการสนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทําความผิด โดยการนําทรัพย์สินของคนร้ายที่ได้จากการกระทําความผิดไปเปลี่ยนเป็นทรัพย์สินของตนเองจํานวนหลายรายการ ถือเป็นความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งจะได้ดําเนินการต่อไป

 

 

          ด้าน พล.ต.ท.สุวัฒน์ กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องให้การรับสารภาพว่าในปีนี้ได้ก่อเหตุน้อยลงเหลือประมาณเดือนละ 10 ครั้ง เมื่อได้ทรัพย์สินมาจะนำไปขาย แล้วเอาเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจําวัน บางส่วนนำไปซื้อทรัพย์สิน ทั้งรถยนต์ บ้าน และที่ดิน โดยไม่ใช้ชื่อตัวเอง และไปเล่นการพนัน ส่วนที่อุ้มหมาไปด้วยนั้น เนื่องจากผู้ต้องหาทั้งสองคนมีจิตใจรักสุนัข และเคยคิดจะเปิดฟาร์มเพาะเลี้ยงสุนัขมาก่อน นอกจากนี้ขณะก่อเหตุจะนำบัตรประชาชน และใบขับขี่ของบุคลอื่นที่มีใบหน้าคล้ายนำไปใช้กระทำความผิด เพื่อหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และใช้แสดงตัวเมื่อผ่านด่าน หากโดนเรียกตรวจจากเจ้าหน้าที่ก็จะแสดงบัตรที่ไม่ใช่ชื่อตัวเองแทน ทำให้เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจเช็คประวัติจึงไม่พบว่าเคยกระทำผิดมาก่อน ทั้งนี้พบว่ามีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นจาก 44 คน เป็น 52 คน หากให้สงสัยว่าเคยถูกผู้ต้องหาทั้งสองก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว สามารถเดินทางมาอายัดตัวไว้ดำเนินคดีได้

 

          พล.ต.ท.สุวัฒน์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามทางผู้ต้องหาทั้งสองคนยินดีให้ความร่วมมือทุกอย่างกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ได้ขอร้องว่าให้ช่วยดูแลความปลอดภัยกับลูกสาวทั้งสองคนของผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากมีคนอ้างตัวเป็นผู้เสียหายจะไปดักทำร้ายร่างกายที่โรงเรียน จึงวิงวอนผ่านสื่อว่าลูกสาวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

 

 

          จากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พบว่านายอภิชาติ บุญเรือง มีหมายจับจำนวน 17 หมาย ประกอบด้วย จังหวัดปทุมธานี สภ.สามโคก 1 หมาย สภ.ปากคลองรังสิต 1 หมาย จังหวัดนนทบุรี สภ.บางบัวทอง 5 หมาย สภ.ปากเกร็ด 1 หมาย สภ. บางใหญ่ 1 หมาย สภ.ปลายบาง 1 หมาย จังหวัดสมุทปราการ สภ.เมืองสมุทรปราการ 1 หมาย จังหวัด พระนครศรีอยุธยา สภ.พระนครศรีอยุธยา 1 หมาย สภ.บางประอิน 2 หมาย สภ.เสนา 1 หมาย และในส่วนของกองบัญชาการตํารวจนครบาล กับ ตํารวจภูธรภาค 2 อีกหน่วยละ 1 หมาย

 

 

          ส่วนน.ส.อุษา เกษมณี หรือนางฑิญาตา บุญเรือง มีหมายจับจำนวน 12 หมาย ดังนี้ จังหวัดปทุมธานี สภ.สามโคก 1 หมาย สภ.ปากคลองรังสิต 1 หมาย จังหวัดนนทบุรี สภ.บางบัวทอง 3 หมาย สภ.ปากเกร็ด 1 หมาย จังหวัดสมุทปราการ สภ.เมืองสมุทรปราการ 1 หมาย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สภ.พระนครศรีอยุธยา 1 หมาย สภ.บางประอิน 1 หมาย สภ.เสนา 1 หมาย และในส่วนของกองบัญชาการตํารวจนครบาลอีก 2 หมาย

 

          นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างดำเนินคดีในอีกหลายพื้นที่ดังนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล คือ สน.สามเสน สน.โคกคราม สน.สายไหม สน.บางชัน สน.นิมิตใหม่ สน.ประชาชื่น สน.ดอนเมือง สน.หลักสอง สน.บางขุนเทียน สน.ทุ่งสองห้อง สน.พหลโยธิน และสน.ตลิ่งชัน รวม 22 คดี ตำรวจภูธรภาค 7 คือ สภ.เมืองนครปฐม สภ.พุทธมณฑล สภ.นครชัยศรี สภ.บางเลน สภ. โพธิ์แก้ว และ สภ.เมืองกาญจนบุรี รวม 5 คดี ตำรวจภูธรภาค 2 คือ สภ.เมืองระยอง และ สภ.องครักษ์ รวม 2 คดี

 

          ด้านนางสมัย ทรัพย์อนันต์กุล อายุ 58 ปี ผู้เสียหาย ซึ่งประกอบอาชีพเปิดร้านขายรองเท้าย่านตลาดนนทบุรี อ.เมือง จ.นนทบุรี กล่าวว่า ตนดีใจมาก ไม่คิดว่าจะได้ของคืน เพราะเวลาผ่านไป 2 ปีแล้ว กระเป๋าใบนี้ตรวจสอบแล้วมีธนบัตรเก่าที่เก็บสะสมไว้อยู่เกือบครบ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 59 มีผู้ชายพาลูกผู้หญิงเข้ามาพร้อมกับถือร่มสีชมพู ตนก็สงสัย เอะใจว่าทำไมถึงถือร่มเข้ามาเพราะแสงแดดก็ไม่มี เมื่อเขาเข้ามาในร้านก็ทำทีเข้ามาพูดคุย ตนจึงสอบถามว่าเข้ามาทำอะไร เขาก็บอกว่าจะมาดูรองเท้าไปให้เด็กประมาณ 10 คู่ ตนเห็นว่าหน้าตาเหมือนเป็นอาจารย์ จึงเชื่อ จากนั้นเขาก็วางลูกลง เด็กก็เดินเข้าหลังบ้านเราเลย เมื่อเด็กไปถึงกระเป๋าแล้วจึงหยุดยืนนิ่งอยู่ตรงกระเป๋า แต่ตนคิดว่าเด็กคงไม่เป็นไร ระหว่างที่เขาไปอุ้มลูกเราก็ดูเขานะ เขาอุ้มเด็ก ไม่คิดว่าจะอุ้มกระเป๋าเราไปด้วย มารู้ตัวอีกครั้งเมื่อจะใช้โทรศัพท์ เพราะโทรศัพท์อยู่ในกระเป๋าจึงรู้ว่ากระเป๋าถูกขโมยไปแล้ว รวมความเสียหายแล้วเกือบหนึ่งแสนบาท  

 

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมผู้ต้องหาทั้งสองคนมาสอบปากคำยังกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้มีผู้เสียหายกว่า 20 คน ที่มาดูของกลางได้มาดักยืนรอดูหน้าผู้ต้องหาอยู่ที่บริเวณด้านหลังอาคาร ทันทีที่ผู้ต้องหาเดินทางมาถึง ผู้เสียหายนับสิบคนได้กรูเข้าไปรุมประชาทัณฑ์โจรผัวเมียทั้งสองคนอย่างชุลมุลวุ่นวาย และบางคนก็ถอดรองเท้าตีด้วยความโกรธแค้น บ้างก็ด่าทอ รวมถึงพยายามเข้าถึงตัวคนร้ายเพื่อทำร้ายร่างกาย จนเจ้าหน้าที่ต้องรีบนำผู้ต้องหาขึ้นไปยังอาคารอย่างทุลักทุเล

 

          ภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้นทางตัวแทนผู้เสียหายได้มอบแจกันดอกไม้ให้กับพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมที่สามารถติดตามตัวคนร้ายทั้ง 2 ราย มาดำเนินคดีตามกฎหมายได้.

 


 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ