royal coronation
วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562
อาชญากรรม

โอ้วว!! ขยะพิษ!! ทะลักไทย10 ตัน/เดือน

วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 - 17:19 น.
วิระชัย,ขยายผล,ทลาย4โรงงาน,จังหวัดปทุม,สำแดงเท็จ,ขยะพิษ,ขน10ตันต่อเดือน,ท่าเรือแหลมฉบัง
Shares :
เปิดอ่าน 1,215 ครั้ง

"วิระชัย" ขยายผล ทลาย 4 รง.ขยะพิษที่จ.ปทุมฯ ลอบนำเข้ากำจัดในไทย พบแรงงานกัมพูชา 100 คนเฝ้า เผยสำแดเท็จขนใส่ตู้คอนเทนเนอร์ 10 ตัน/เดือน ที่ท่าเรือแหลมฉบัง

คลิปที่ 1

 

          เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2561   เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร. พร้อม พล.ต.ต.นราเดช กลมทุกสิ่ง ผบก.สก พ.ต.อ.ญานพงษ โสมาภา รอง ผบก.น.9 

คลิปที่ 2

         นำกำลังตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกรมโรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา อีกครั้งเป็นวันที่สอง เพื่อกวาดล้างโรงงานขยะอิเลกทรนิกส์ สร้างมลพิษทำลายเศรษฐกิจ

 

 

 

        การปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มีการเข้าตรวจค้นบริษัท ดับบลิว เอ็มดี ไทย รีไซคลิ้งจำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 33 ม.12 ต.แปลงยาว อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งมีเจ้าของเป็นชาวฮ่องกง ลักลอบนำกากอุตสาหกรรม หรือ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ จากต่างประเทศเข้ามายังประเทศไทย เพื่อใช้เป็นฐานในการคัดแยก และทิ้งทำลายขยะพิษดังกล่าว ซึ่งจากการสืบสวนขยายผลทราบว่ายังมีบริษัทในเครือข่ายซึ่งเป็นนายทุนคนเดียวกันอีกหลายแห่งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา

 

          โดยวันนี้มีเป้าหมายในการตรวจค้นโรงงาน 4 แห่ง ประกอบด้วย บริษัท หย่งถัง ไทย จำกัด 88/9 ม.11 ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา , บริษัท นอวส์สกาย เมทัล จำกัด 111/1-8 ม.9 ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา , บริษัท ทรัพย์เจริษ รีไซเคิล จำกัด 2/2 ม.9 ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา และ บริษัท ซันเหลียน ไทย จำกัด 5/5 ม.5 ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา

 

     

         จุดแรกเข้าตรวจสอบ บริษัท นิวส์สกาย เมทัล จำกัด หลังมีข้อมูลว่าโรงงานแห่งนี้ลักลอบคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่แจ้งขอประกอบกิจการ โดยภายในพื้นที่โรงงานเนื้อที่หลายร้อยไร่ มีขยะอิเล็กทรอนิกส์วางกองอยู่เป็นจำนวนมาก บางส่วนถูกหลอมและนำใส่แป้นพิมพ์เรียบร้อยแล้ว จากการตรวจสอบพบว่า ขอใบอนุญาตประกอบกิจการ 15 ใบ เป็นกิจการคัดแยกวัสดุไม่ใช้แล้ว แต่เมื่อเข้ามาตรวจสอบพบเพียงพนักงานรักษาความปลอดภัยเฝ้าอยู่ แต่ไม่พบพนักงานหรือเจ้าของบริษัท

 

 

 

        พล.ต.อ.วิระชัย เปิดเผยว่า สถานที่แห่งนี้ มีการขอใบอนุญาตประกอบกิจการ 15 ใบ ซึ่งเป็นการคัดแยกวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ที่ไม่เป็นของเสีย และอันตราย แต่เท่าที่มาตรวจสอบพบว่าเป็นกากอุตสาหกรรม เป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยมีการถอดแยก อุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งขยะเหล่านี้มีผลก่อให้เกิดสารพิษได้ โดยพบมีกองสายไฟขนาดใหญ่ กองขดลวดทองเหลืองขนาดใหญ่ และภายใน มีห้องลักษณะคล้ายเตาหลอม แต่ไม่พบคนทำงาน ซึ่งหลังจากนี้จะประสานเจ้าหน้าที่หน่วยที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบระบบจัดการและคัดแยกขยะว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหมายกำหนดไว้หรือไม่ รวมทั้งจะสอบสวนขยายผลเรื่องภาษีที่เกี่ยวข้องด้วย

 

        ด้านนายสรศักดิ์ มีนะโตรี รองอธิบดีกรมศุลกากร ระบุว่า บริษัทต่างชาตินำเข้าขยะเหล่านี้มาจากต่างประเทศ มีการสำแดงสินค้าอันเป็นเท็จว่าเป็นตู้คอนเทนเนอร์ โดยพบว่ามีการลักลอบเข้ามารอบละ ประมาณ 10 ตันต่อเดือน จากท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี โดยมีที่มาจากหลายประเทศ โดยเฉพาะทวีปเอเชีย และขนย้ายกระจายไปตามโรงงานต่างๆ ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา หากดูจากประวัติของขยะอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ สืบเนื่องจากในประเทศจีน มีการประกาศห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อปลายปี 2560 จึงทำให้ขยะเหล่านี้ถูกพักค้างอยู่ในประเทศจีน โดยเฉพาะที่ฮ่องกงจำนวนหลายแสนตัน

 

 

คลิปที่ 3

       นายสรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ดังนั้นนักธุรกิจชาวจีนจึงขนย้ายเครื่องจักรและแรงงานทั้งหมด มาก่อตั้งในประเทศไทย แล้วลักลอบนำขยะเหล่านี้เข้ามา เพราะคัดแยกเอาวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ เมื่อผ่านมาคัดแยกแล้ว ทางโรงงานจะส่งอุปกรณ์ ที่เป็นประโยชน์ ขนย้ายกลับไปยังประเทศจีน ส่วนชิ้นส่วนของขยะที่คัดแยกโดยที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ ก็จะใส่กระสอบ และไปแอบทิ้งไว้ในบ่อขยะ ก่อให้เกิดสารพิษสู่สิ่งแวดล้อม และทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบเจ็บป่วยได้ อย่างไรก็ตามที่ประเทศไทยเอง มีการจดอนุสัญญาบาเซล ว่าด้วยการควบคุมการ เคลื่อนย้าย ข้ามแดนและการกำจัด ซึ่งของเสียอันตราย ซึ่งการนำเข้าขยะเข้ามา และส่งออก ออกนอกประเทศ ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

 

 

 

       จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นเป้าหมายที่สอง คือ บริษัท หย่ง ถัง ไทย จำกัด ก็พบขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก และพบการคัดแยกขยะที่ไม่ถูกต้อง จะเป็นอันตราย เพราะได้รับสารพิษจากขยะดังกล่าวเข้าไปโดยตรง ซึ่งจะทำให้ล้มป่วยในอนาคต เพราะร่างกายได้รับและสะสมของสารพิษ

 

        ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน พล.ต.อ.วิระชัย ยังคงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลุยตรวจเป้าหมายที่สาม คือ บริษัททรัพย์เจริญ รีไซเคิ้ล จำกัด เมื่อเข้าตรวจสอบ พบวัสดุ อุปกรณ์ ขดลวด ทองเหลือง และแผ่นพีวีซี ที่ใช้เป็นวัสดุประกอบในคอมพิวเตอร์จำนวนมาก ถูกอัดแข็งเป็นมัดๆ วางอยู่ในกระสอบขนาดใหญ่หลายพันตัน และตั้งกองเป็นภูเขาอยู่ในโรงงานดังกล่าว จากการสอบสวนผู้ดูแล พบว่า โรงงานนี้ ก่อตั้งเมื่อปี 2554 และขอใบอนุญาตจากกรมโรงงานในปี 2556 อย่างถูกต้อง ซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า มีระบบการใช้ถ่ายหินในการเป็นเชื้อเพลิงหล่อหลอมวัสดุต่างๆ ส่วนระบบฟอกอากาศสารอันตราย ทางโรงงานไม่ได้ขออนุญาตอย่างถูกต้อง และจะส่งผลเสียต่อร่างกายโดยตรง

 

        พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า การที่โรงงานจะหล่อหลอมแผ่นพีวีซี หรือ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ จะมีสารอันตรายลอยขึ้นมา เช่น ตะกั่ว ปรอท แคทเมียม เบริลเลียม เฮกซาวาเลนท์โครเมียม และสารประกอบอื่นๆ เมื่อสูดหายใจเข้าไป จะเกิดการสะสมในร่างกาย และเป็นสารก่อมะเร็งทั้งหมด จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณะสุขตรวจเลือดคนงานทั้งหมด หากพบเป็นโรค จะต้องให้โรงงานรับผิดชอบ

 

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่ทำการตรวจค้นเป้าหมายที่สามเสร็จสิ้น พล.ต.อ.วิระชัย ก็ดำเนินการนำทีมไปตรวจค้นเป้าหมายที่สี่ต่อ คือ โรงงานขยะอิเล็กทรอนิกส์ ของบริษัท ซันเหลียน ไทย จำกัด ซึ่งพบมีขยะอิเล็กทรอนิกส์บรรจุในกระสอบขนาดใหญ่ อยู่เต็มพื้นที่นับร้อยไร่ ขณะเดียวกันพบแรงงานต่างด้าว เป็นชาวกัมพูชา จำนวนกว่า 100 คน นั่งรวมตัวอยู่ในห้องพัก ซึ่งจะมีตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ดำเนินการตรวจสอบต่อไปว่า มีการเข้ามาในประเทศถูกต้องหรือไม่ หากเข้ามาแบบผิดกฎหมายก็จะมีการแจ้งข้อหาต่อไป นอกจากนี้ พล.ต.อ.วิระชัย ยังได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแจ้งข้อหากับเจ้าของโรงงาน เนื่องจากมีบางส่วนที่ไม่ได้รับมาตรฐาน

 

 

 

       ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การปฏิบัติการตรวจค้นเป้าหมายโรงงานลักลอบแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ในวันนี้ ยังมีผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมตรวจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ก่อนทางผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา จะเปิดเผยว่า โรงงานกำจัดขยะที่ได้ทำการตรวจค้น เป็นเหตุรำคาญตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 มาตรา 25(4) ซึ่งระบุว่า เป็นเหตุให้เกิดกลิ่น แสง รังสี เสียง ความร้อน สิ่งมีพิษ ความสั่นสะเทือน ฝุ่น ละออง เขม่า เถ้า หรือกรณีอื่นใด จนเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยสามารถอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว มาตรา 26 และ 28 สั่งปิดโรงงานดังกล่าวได้ทันที

 

        ทั้งนี้ผู้ตรวจราชการ กระทรวงอุตสาหกรรม บอกด้วยว่า สามารถสั่งระงับการดำเนินกิจการของโรงงานที่ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของ พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ.2535 มาตรา 37 ซึ่งการประกอบกิจการโรงงานมีสภาพที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ความเสียหาย หรือ ความเดือนร้อนแก่บุคคลหรือทรัพย์สินที่อยู่ในโรงงาน หรือที่อยู่ใกล้เคียงกับโรงงาน เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามที่เจ้าพนักงานสั่งการ โดยหากยังฝ่าฝืน หรือไม่แก้ไข ก็จะสามารถสั่งการให้ปิดโรงงานดังกล่าวได้ถาวร ตามมาตรา 39 ต่อไป

----***----

ข่าวเกี่ยวข้องในเครือ
Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ