เหตุสะเทือนใจ น.ส.สุภาภรณ์ เวียงนาค วัย 35 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง ขับรถยนต์ฮอนด้า สตรีม ทะเบียน ศง 5323 กรุงเทพมหานคร ประสบอุบัติเหตุตกลงจากชั้น 7 (3A) อาคารจอดรถห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์สาขาบางกะปิ เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่สร้างความสนใจให้แก่คนเมืองหลวง เพราะเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก

              ความประมาทของผู้ขับขี่...ความผิดปกติของรถยนต์...ความไม่ปลอดภัยของอาคาร...หรือฆาตกรรม อะไรคือสาเหตุกันแน่?

              หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้ประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมทั้งประสานผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ ร่วมตรวจสอบหาสาเหตุที่ทำให้รถยนต์คันนี้ตกจากอาคารจอดรถ

              ในที่เกิดเหตุพบว่าเป็นอาคารจอดรถ ซึ่งอยู่ด้านหลังของห้างสรรพสินค้า โดยที่ผนังลานจอดรถชั้นที่ 7 (3A) แตกหักบางส่วนยังห้อยติดอยู่กับอาคาร ขณะที่พื้นล่างพบรถยนต์คันเกิดเหตุอยู่ในสภาพพลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้า หลังคายุบเสียหาย

              ตรวจสอบภายในห้องโดยสารรถยนต์พบถุงลมนิรภัยด้านผู้ขับขี่และผู้โดยสารทำงาน เกียร์อยู่ในตำแหน่งเดินหน้า (D) กุญแจยังติดอยู่กับคอพวงมาลัย และพบขวดน้ำดื่มอยู่บริเวณก้านเบรก โดยในขวดน้ำมีน้ำบรรจุอยู่เกือบเต็มขวด

              ภายในลานจอดรถชั้น 3A พบรถยนต์เล็กซัสถูกชนไถลไปด้านข้างและชนรถอื่นเสียหาย โดยรถคนนี้มีร่องรอยการชนบริเวณซุ้มล้อประตูด้านหน้าฝั่งคนขับ ล้อบิดเอียงเข้าด้านในตัวรถ ปีกนกล้อหน้าขวาคด แชสซีส่วนหน้าขวาคดดุ้งไปด้านซ้าย

              บริเวณทางลงมาจากชั้น 3B ห่างจากจุดที่รถยนต์เล็กซัสจอดอยู่ไม่มากนักมีรอยไถลของยางรถไปด้านข้างจากแรงชนกระแทก และจากบริเวณนั้นไปยังผนังกั้นอาคารจุดที่รถยนต์ฮอนด้า สตรีม พุ่งชนจนตกไปยังพื้นล่างมีรอยคราบเปื้อนเป็นทางยาวประมาณ 58.4 เมตร

              ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้เก็บตัวอย่างคราบเปื้อนนี้ไปผ่านกระบวนการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เปรียบเทียบกับของเหลวทุกอย่างภายในรถยนต์คันประสบเหตุพบว่าคราบที่ปรากฏบนพื้นลานจอดรถดังกล่าวตรงกันกับน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์

              ขณะที่พนักงานสอบสวนและตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ลาดพร้าว ประสานห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ เพื่อตรวจสอบภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด ไม่พบว่ามีผู้ต้องสงสัยรายใดมีพฤติการณ์ลักษณะเดินติดตามหรือก่อเหตุประทุษกรรมผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด โดยพบว่าหลังจากผู้ตายเลิกงานได้เดินมายังจุดจอดรถชั้น 3B แล้วเปิดประตูเข้าไปขับรถออกจากจุดจอดในอากัปกิริยาปกติไม่มีเหตุต้องสงสัย กระทั่งขับรถตามเส้นทางลงอาคารแล้วเฉี่ยวชนกับรถเล็กซัส ก่อนจะพุ่งไปชนผนังกั้นอาคารตกลงไปยังพื้นล่าง

              พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา ผบ.ตร. (ด้านนิติวิทยาศาสตร์) ร่วมในการตรวจสอบหาสาเหตุกรณีนี้ตั้งแต่ต้น มีการประสานผู้เชี่ยวชาญด้านอุบัติเหตุรถยนต์ของกองบังคับการตำรวจจราจร ร่วมในการตรวจสอบหาความบกพร่องของอุปกรณ์ต่างภายรถยนต์คันเกิดเหตุพบว่า ถุงลมนิรภัยทั้งสองด้านแตก รังผึ้งแอร์และหม้อน้ำยุบแตก ถังน้ำยาล้างกระจกแตก กระปุกน้ำมันเพาเวอร์แตกและท่อหัก ซึ่งความเสียหายที่พบเกิดขึ้นภายหลังการเกิดอุบัติเหตุ ขณะที่อุปกรณ์อื่น ทั้งระบบของเครื่องยนต์ เกียร์ และเบรก ไม่พบความบกพร่อง

              ก้านเบรกห่างจากพื้นช่องวางเท้า 11 เซนติเมตร เมื่อเหยียบเบรกจะห่าง 8 เซนติเมตร ขณะที่ขวดน้ำที่พบขัดอยู่ใต้แป้นเบรกมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 6.5 เซนติเมตร เมื่อคำนวณตามหลักฟิสิกส์แล้ว การเข้าไปขัดแป้นเบรกของขวดน้ำในลักษณะที่ปรากฏยังคงสามารถเหยียบเบรกลงได้ประมาณ 1.5 เซนติเมตร ซึ่งไม่สามารถทำให้รถหยุดนิ่งได้

              ตำรวจพิสูจน์หลักฐานและผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์กองบังคับการตำรวจจราจร ร่วมกันตรวจสอบรถยนต์คันนี้อย่างละเอียด พบว่าช่องวางขวดน้ำด้านซ้ายมือของผู้ขับขี่มีความลึก 4.5 เซนติเมตร ขณะที่ขวดน้ำสูง 23 เซนติเมตร ตำรวจเชื่อว่าผู้ขับขี่รายนี้น่าจะวางขวดน้ำไว้ในช่องวางด้านซ้ายมือของผู้ขับขี่ โดยเมื่อขับรถมาถึงทางลง ซึ่งลาดเอียงขวดน้ำน่าจะหลุดออกจากช่องวางกลิ้งลงไปยังพื้นวางเท้า ผู้ขับขี่น่าจะพยายามเหยียบเบรก แต่เนื่องจากมีขวดน้ำไปรองแป้นเบรกไว้ จึงไม่สามารถเบรกได้ จึงชนเข้ากับรถเล็กซัส ผู้ขับขี่หักพวงมาลัยออกทางด้านขวา รถจึงพุ่งเข้าชนผนังกั้นอาคารแล้วตกลงไปยังพื้นล่าง

              "สภาพของขวดน้ำที่เห็น ส่วนท้ายขัดอยู่ที่ใต้แป้นเบรก ขณะที่ส่วนหัวของขวดวางอยู่บนคันเร่ง ซึ่งเมื่อลองทดสอบตามกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์พบว่า เมื่อลองเหยียบเบรกโดยมีขวดน้ำขัดอยู่เช่นนั้น นอจากแป้นเบรกจะไม่ทำงานแล้ว ยังไปกดคันเร่งทำให้วงรอบของเครื่องยนต์สูงถึง 5,000 รอบ ซึ่งเมื่อนำไปคำนวณความเร็วจากจุดที่รถคันนี้วิ่งผ่าน ก่อนจะตกลงจากอาคารในระยะ 58.40 เมตรแล้ว ขณะเกิดเหตุรถคันนี้น่าจะมีความเร็วไม่น้อยกว่า 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งความเร็วเช่นนี้ เมื่อพุ่งชนผนังกั้นอาคารจะมีความแรงมากถึง 7.170 ตัน ทำให้ผนังอาคาร ซึ่งไม่ได้ถูกออกแบบไว้รับแรงกระแทก ซึ่งมีความเร็วขนาดนี้ไว้พัง เป็นเหตุให้รถพุ่งตกจากอาคาร" พล.ต.อ.จรัมพร ให้ข้อมูล

              พล.ต.อ.จรัมพร ให้ข้อมูลด้วยว่า จากการตรวจสอบภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด ขณะเกิดเหตุไม่พบว่ามีบุคคลอื่นมากับผู้ตาย จึงไม่น่าจะมีใครก่อเหตุที่มีลักษณะทำร้ายผู้ตาย แล้วจัดฉากให้เป็นอุบัติเหตุ และการตรวจสอบจุดเกิดเหตุไม่พบร่องรอยการเบรกรถ ซึ่งผิดวิสัยของผู้ขับขี่รถยนต์ ที่เกิดเหตุฉุกเฉินแล้วไม่เหยียบเบรก สอดคล้องกับการพบขวดน้ำที่ขัดอยู่กับแป้นเบรก จึงเชื่อได้ว่า ขณะเกิดเหตุผู้ตายพยายามจะเหยียบเบรกแล้ว แต่เหยียบไม่ลง เนื่องจากมีขวดน้ำดื่มขัดอยู่ และลักษณะการขัดของขวดน้ำบริเวณส่วนหัวของขวด วางอยู่บนคันเร่ง เมื่อผู้ตายยิ่งเหยียบเบรกก็เหมือนกับยิ่งเหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วให้รถ เป็นเหตุให้พุ่งชนผนังกำแพงแล้วตกลงไปยังพื้นล่าง

              "อยากเตือนไปยังผู้ขับขี่รถยนต์ เพื่อความปลอดภัย อย่านำวัสดุใดๆ มาวางไว้บริเวณช่องวางเท้าด้านคนขับ เพราะวัสดุเหล่านี้อาจไหลเข้าไปขัดแป้นเบรกหรือคันเร่งได้ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง" พล.ต.อ.จรัมพร แนะนำ

              ที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ผนังอาคารจอดรถหลายแห่งไม่ได้ถูกออกแบบไว้เพื่อรองรับแรงปะทะจากรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุ พล.ต.อ.จรัมพร กล่าวว่า ได้ประสานพูดคุยกับ นายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน โดยอาจจะมีการออกเทศบัญญัติ ให้อาคารจอดรถทุกแห่งเพิ่มมาตรฐานความแข็งแรงของผนังกั้น โดยเฉพาะตัวเหล็ก ที่สามารถต้านทานแรงกระแทกได้ โดยจะให้แนะนำเจ้าของอาคารต่างๆ พร้อมแนะให้เจ้าของอาคารจอดรถ ควรมีการปรับปรุงผนังกั้นอาคาร โดยการเสริมคานเหล็กให้มีความแข็งแรง สามารถรับแรงกระแทกจากรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุได้ เพราะปัจจุบันผนังอาคารจอดรถแทบทุกแห่งไม่ได้ถูกออกแบบให้สามารถรองรับแรงกระแทกจากรถที่เกิดอุบัติเหตุ