20 มี.ค.63 - ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 เวลา 09.00 น. ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีปลอมเอกสารโอนหุ้นเสี่ยชูวงษ์ นักธุรกิจรับเหมาหมื่นล้าน วัย 50 ปี นับ 300 ล้านบาท (คดีหมายเลขดำ อ.305/2561 , อ.3352,อ.3354/2559 รวมพิจารณาทั้งหมดเป็นคดีเดียวกัน) ที่พนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 เป็นโจทก์ และนางศิริรัตน์ แซ่ตั๊ง อายุ 55 ปี ภรรยาของนายชูวงษ์หรือเสี่ยจืด ในฐานะผู้จัดการมรดกสามีและบุตรรวม 4 รายที่เป็นผู้เสียหาย เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง น.ส.กัญฐณา หรือน้ำตาล ศิวาธนพล อายุ 30 ปี อดีตพริตตี้ที่รู้จักกับนายชูวงษ์ , น.ส.อุรชา หรือป้อนข้าว วชิรกุลฑล (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อ น.ส.วัชรียา หรือน้ำมนต์ วัชรประยงค์วุฒิ) อายุ 29 ปี เจ้าหน้าที่การตลาดหรือโบรกเกอร์บริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง และคนสนิทของ พ.ต.ท.บรรยิน , พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อายุ 57 ปี อดีต รมช.พาณิชย์ และ น.ส.ศรีธรา พรหมา อายุ 56 ปี มารดาของอดีตโบรกเกอร์ เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268 , ลักทรัพย์ 334, 335 วรรคหนึ่ง (5) (7) กับวรรคสาม , รับของโจร 357

 

 

 

ด่วน จำคุก 8 ปี บรรยิน ปลอมเอกสารโอนหุ้นเสี่ยชูวงษ์

 

 

              โดยอัยการ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 1 ก.พ.61 ส่วนครอบครัวนายชูวงษ์ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 13 ต.ค.59 ซึ่งพฤติการณ์คดีกล่าวหาร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและโอนหุ้น มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ของนายชูวงษ์ไปโดยมิชอบ ก่อนที่นายชูวงษ์จะเสียชีวิตจากเหตุรถยนต์หรูยี่ห้อเลกซัสสีดำ ทะเบียน ภฉ 1889 กทม. ของนายชูวงษ์ ซึ่ง พ.ต.ท.บรรยิน เป็นผู้ขับ เกิดเสียหลักไปชนกับต้นไม้ที่ริม ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ระหว่างซอย 48 กับซอย 50 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กทม. ช่วงปี 2558 ซึ่งพฤติการณ์คดีได้กล่าวหา น.ส.กัญฐณา จำเลยที่ 1 ที่รู้จักกับนายชูวงษ์ กับ พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 3 ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม ไปดำเนินการถอนและโอนหลักทรัพย์ของนายชูวงษ์ ต่อบริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี โอเอสเค ประเทศไทย ขณะที่ น.ส.อุรชา จำเลยที่ 2 โบรกเกอร์ซึ่งเป็นคนสนิทของ พ.ต.ท.บรรยิน นั้น ร่วมกับ พ.ต.ท.บรรยิน ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม ไปดำเนินการถอนและโอนหลักทรัพย์ของนายชูวงษ์ ต่อบริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน)

 

 

ด่วน จำคุก 8 ปี บรรยิน ปลอมเอกสารโอนหุ้นเสี่ยชูวงษ์
            สำหรับคดีที่ครอบครัวนายชูวงษ์ยื่นฟ้องนั้น กล่าวหาว่ามีการจัดทำใบขอถอน/โอนหลักทรัพย์ ด้วยปากกาพิเศษที่สามารถลบได้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระงับสิทธิระหว่างนายชูวงษ์ กับบริษัทหลักทรัพย์ (AEC จก.) วันที่ 5 มิ.ย.58 จำเลยร่วมกันนำเอกสารนั้น-สำเนาบัตร ปชช.นายชูวงษ์ ไปยื่นโอนหุ้นมูลค่า 38,050,000 บาทกับบริษัทหลักทรัพย์ไปโดยทุจริต และกรณีกล่าวหาจัดทำใบขอถอน/โอนหลักทรัพย์ด้วยปากกาพิเศษที่สามารถลบได้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระงับสิทธิระหว่างนายชูวงษ์ กับบริษัทหลักทรัพย์ (RHB) วันที่ 22 มิ.ย.58 จำเลยร่วมกันนำเอกสารนั้น-สำเนาบัตร ปชช.นายชูวงษ์ ไปยื่นโอนหุ้นมูลค่า 228 ล้านกับบริษัทหลักทรัพย์ไปโดยทุจริต ซึ่งจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ และได้ประกันตัวไปด้วยหลักทรัพย์ 3-5 ล้านบาท ระหว่างพิจารณา ส่วน พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 3 เพิ่งถูกเพิกถอนการประกันตัวเมื่อวันที่ 25 ก.พ.63 เนื่องจากปรากฏเหตุว่า พ.ต.ท.บรรยิน กำลังถูกสอบสวนคดีมีคนร้ายลักพาตัวพี่ชายของผู้พิพากษาอาวุโสเจ้าของสำนวนคดีโอนหุ้นนายชูวงษ์ เพื่อบังคับกดดันผลคดีให้ยกฟ้อง กระทั่งพี่ชายผู้พิพากษานั้นเสียชีวิต
 
            โดยวันนี้ อดีตพริตตี้ จำเลยที่ 1 , อดีตโบรกเกอร์ และมารดา จำเลยที่ 2,4 ที่ได้ประกันตัวมาศาลตามนัด ด้าน พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 3 ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ วันนี้ศาลไม่ได้เบิกตัวมาศาลโดยได้อ่านคำพิพากษาให้ฟังผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ด้วยระบบปฏิบัติการออนไลน์แอพพลิเคชั่น Cisco Jabber (ซิสโก้ แจ๊บเบอร์)  จากศาลไปยังเรือนจำ ฝ่ายครอบครัวของนายชูวงษ์ มีนางวันเพ็ญ ธนธรรมสิริ พี่สาวของนายชูวงษ์มาศาลร่วมฟังคำพิพากษาด้วย

              ขณะที่ ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์-จำเลย นำสืบแล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้อง จึงพิพากษาให้จำคุก น.ส.กัญฐณา หรือน้ำตาล  อดีตพริตตี้ จำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี
, น.ส.อุรชา หรือป้อนข้าว อดีตโบรกเกอร์และคนสนิทของ พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 2 มีกำหนด 4 ปี

         ส่วน พ.ต.ท.บรรยิน อดีต รมช.พาณิชย์ จำเลยที่ 3 ให้จำคุก 2 กระทงๆ กระทงละ 4 ปีรวมจำคุก 8 ปี

                โดยให้ยกฟ้องในส่วน น.ส.ศรีธรา มารดาของอดีตโบรกเกอร์ จำเลยที่ 4

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ดี นอกจากคดีอาญาแล้ว มูลฟ้องคดีเกี่ยวกับการโอนหุ้นของเสี่ยจืด ชูวงษ์นั้น ครอบครัวของนายชูวงษ์ ยังได้ยื่นฟ้องเป็นคดีแพ่งอีก 2 สำนวน ประกอบด้วยคดีหมายเลขดำ พ.1280/2559 ฟ้อง น.ส.กัญฐณา, พ.ต.ท.บรรยิน, บ.หลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กับเจ้าหน้าที่หลักทรัพย์อีก 2 ราย เป็นจำเลยที่ 1-5 ในฐานความผิด ผิดสัญญา, เพิกถอนนิติกรรมการโอนหุ้น, ติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สิน จำนวนทุนทรัพย์ 245,100,000 บาท กับคดีหมายเลขดำ พ.1409/2559 ฟ้อง น.ส.ศรีธรา, น.ส.อุรชา หรือ น.ส.วัชรียา, พ.ต.ท.บรรยิน และบริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลยที่ 1-4 ในฐานความผิด ผิดสัญญา, เพิกถอนนิติกรรมการโอนหุ้น, ติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สิน, สินสมรส จำนวนทุนทรัพย์ 37,887,609 บาท