ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 พลตำรวจโทสมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) แถลงผลการจับกุมแก๊งโรแมนซ์สแกม สามารถจับกุมนางสาวชมภู่ หรือเมย์ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาทำหน้าที่เป็นม้าถอนเงิน หลังมีผู้เสียหายจำนวนมากเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ว่าถูกชาวต่างชาติหลอกลวง อ้างว่าจะย้ายถิ่นฐานมาอยู่ในประเทศไทย และจะส่งสิ่งของมีค่ามาให้ แต่เกิดความขัดข้องในการขนส่ง เพราะจะต้องมีการจ่ายค่าภาษีอากรก่อน ถึงจะสามารถนำสินค้าออกมาได้ ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อและโอนเงินไปยังบัญชีของคนร้ายอีกหลายครั้ง ก่อนตรวจสอบจนสามารถจับกุมตัวเอาไว้ได้ พร้อมของกลางบัตรเอทีเอ็ม จำนวน 2 ใบ

 

 

จับอีก แก๊งโรแมนซ์สแกมผิวหมึก ตุ๋นสาวไทยโอนเงิน

 

 

 

                  ทั้งนี้ จากการขยายผลทราบว่า ผู้ต้องหาทำหน้าที่นำบัตรเอทีเอ็ม (ATM) ไปกด ถอนเงินสดให้กับพนักงานสแกนตามคำสั่งของนายเอ็มมิโล่ หรือนายชิเนดู ชาวไนจีเรีย เป็นผู้ต้องหาที่ถูกตำรวจปราบปรามยาเสพติด จับกุมคดีค้ายาอีเกือบ 8,000 เม็ด เมื่อต้นปีที่ผ่านมา และนายป๊ะป๋าฟาเบรียน โดยทำมาแล้วประมาณ 3-4 เดือน ถอนเงินมาหลายล้านบาท ซึ่งนางสาวชมพูนุช จะได้ส่วนแบ่งร้อยละ 5-6 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์มีไว้เพื่อใช้และใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เบิกถอนเงินสดของผู้อื่นในประการที่น่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”

 

 

จับอีก แก๊งโรแมนซ์สแกมผิวหมึก ตุ๋นสาวไทยโอนเงิน

 

 

                  ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ฯ ยังได้จับกุมชาวไทย 2 คน คือนางนารี และนางสาวภัทรวรรณ และชายชาวไนจีเรีย คือ นายปีเตอร์ ได้ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งภายในซอยประชาราษฎร์ อำเภอเมือง จ.นนทบุรี พร้อมของกลางเป็นบัตรเอทีเอ็มของผู้อื่น จำนวน 3 ใบ สมุดบัญชีธนาคารของผู้อื่นอีก 1 เล่ม หลังทั้งหมดเป็นผู้นำบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินให้กับแก๊งโรแมนซ์สแกม โดยก่อนหน้านี้มีผู้เสียหายหลายรายแจ้งความว่า ถูกแก๊งโรแมนซ์สแกลมหลอกให้รัก และโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของกลุ่มคนร้าย ผู้ต้องหารับสารภาพว่า มีหัวหน้าเป็นคนผิวสี ชาวไนจีเรีย ชื่อเควิน ทำมาแล้ว 2 เดือน ถอนเงินของผู้เสียหายไปแล้ว 1 ล้านบาท โดยได้ค่าจ้างเป็นส่วนแบ่งร้อยละ 3-4 ตำรวจจึงจับกุมต้องหาทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

 

 

 

                  อีกคดี เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกองกำกับการ 2 กองบังคับการสืบสวน ออกระดมกวาดล้างการทำผิดเกี่ยวกับค้ามนุษย์เเละลักลอบค้าประเวณีของหญิงต่างด้าว พื้นที่นานา สุขุมวิท หลังสืบทราบว่ามีหญิงต่างชาติเตร็ดเตร่ค้าประเวณีในพื้นที่ กระทั่งชุดสืบสวนเฝ้าสังเกตการณ์ พร้อมกับจับกุมหญิงชาวเวียดนาม 9 คน , ชาวเเทนซาเนีย 7 คน , ชาวเคนย่า 1 คน รวมทั้งหมด 17 คน ขณะยืนหน้าสถานบันเทิง บาร์ ร้านอาหาร ชวนนักท่องเที่ยวให้ซื้อประเวณีในราคาประมาณ 1,500 บาท เบื้องต้นคุมตัวส่งสน.ลุมพินี เเละทางตม.เองขอเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร บันทึกรายชื่อเป็นบุคคลต้องห้ามเข้าอาณาจักรไทย

 

 

จับอีก แก๊งโรแมนซ์สแกมผิวหมึก ตุ๋นสาวไทยโอนเงิน

 

 

                  นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังสามารถจับกุมนายวิท อายุ 33 ปี ชาวเมียนมา ขณะขับรถยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ทะเบียน เพชรบุรี ภายในมีกลุ่มคนต่างชาติมาจอดต่อท้ายรถโดยสารประจำทางกรุงเทพ-สุไหงโกลก ก่อนจะให้กลุ่มคนต่างด้าวดังกล่าวลงจากรถยนต์ ขึ้นรถโดยสารประจำทางคันดังกล่าว ตรวจค้นรถยนต์พบหนังสือเดินทางประเทศเมียนมา 10 เล่ม ตรายางประทับของสตม.ปลอม 2 อัน ตรายางประทับวัน เดือน ปี 2 อัน เเละตลับหมึกสำหรับประทับตรา 2 อัน แม่ตรวจสอบบนรถโดยสารประจำทาง ก็พบบุคคลสัญชาติเมียนมา จำนวน 35 ราย เป็นชาย 28 ราย และหญิง 7 ราย ทุกคนมีหนังสือเดินทางของประเทศเมียนมาแต่รายละเอียดในหนังสือเดินทางกลับไม่ตรงกับตัวบุคคลจริง

 

 

จับอีก แก๊งโรแมนซ์สแกมผิวหมึก ตุ๋นสาวไทยโอนเงิน

 

 

                  นายวิท คนขับรถยนต์ขนต่างชาติ ยอมรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างมาจากนายโซ ชาวเมียนมา ให้ขนชาวเมียนมาทั้งหมด มาจากจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อนำส่งขึ้นรถโดยสารเดินทางไปยังภาคใต้ เพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย โดยได้ค่าจ้างหัวละ 500 บาท ซึ่งนายโซ ผู้ว่าจ้างเป็นคนจัดการเรื่องหนังสือเดินทางและตรายางประทับทั้งหมด ให้ตนแจกจ่ายให้กับชาวเมียนมา เผื่อไว้ตกปลาเจ้าหน้าที่ระหว่างเดินทาง เบื้องต้นแจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้งหมดว่า เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต นำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร ช่วยเหลืออุปการะให้ความสะดวกแก่คนต่างด้าวให้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ใช้รอยตรา ดวงตรา ของเจ้าพนักงาน รวมกันปลอมดวงตรารอยตรา อันใช้ในการตรวจสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ จัดหาหรือใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นโดยมิชอบ ก่อนนำตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี