จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้บุกเข้าจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 6 คน ในคดีร่วมกันอุ้มฆ่า นายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ อายุ 67 ปี ซึ่งเป็นพี่ชายของผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอาญากรุงเทพใต้ ประกอบด้วย พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ และอดีต ส.ส.นครสวรรค์ หลายสมัย , นายมานัส ทับนิล , นายณรงค์ศักดิ์ ป้อมจันทร์ , ด.ต.ธงชัย วจีสัจจะ หรือ สจ.อ๊อด สจ.เมืองนครสวรรค์ , นายประชาวิทย์ ศรีทองสุข และ นายชาติชาย เมณฑ์กุล โดยทั้งหมดถูกควบคุมตัวมาสอบสวนที่กองบังคับการปราบปราม พร้อมถูกแจ้งดำเนินคดี 6 ข้อหา อาทิ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย , ร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงาน , ซ่องโจร , เรียกค่าไถ่ และหน่วงเหนี่ยวกักขังให้สูญสิ้นอิสรภาพ

 

 

 

              เกี่ยวกับเรื่องนี้ จากการสอบปากคำ 1 ในผู้ต้องหาแก๊งอุ้มฆ่า ซึ่งได้มีการระบุว่า ในวันเกิดเหตุกลุ่มผู้ต้องหาได้เดินทางมาที่บริเวณหน้าศาลอาญากรุงเทพใต้ จำนวน 4 คน ด้วยรถยนต์ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น สปอร์ตไรเดอร์ โดยทั้งหมดได้มีการอำพรางตัวใช้หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า โดยเฉพาะ พ.ต.ท.บรรยิน ได้สวมเครื่องแบบตำรวจ และสวมหมวกกันน็อก พร้อมกับใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าด้วยเช่นกัน ขณะที่ผู้ร่วมขบวนการอีก 3 คน ได้ทำการอำพรางตัวด้วยการใส่หมวกแก๊ป และสวมหน้ากากอนามัยเพื่อปิดบังใบหน้า โดยภายในรถดังกล่าวมี พ.ต.ท.บรรยิน เป็นผู้ขับ

              ทั้งนี้ เมื่อทำการจับกุมตัว นายวีรชัย พี่ชายของผู้พิพากษาแล้ว จึงได้นำตัวขึ้นรถและขับไปตามเส้นทาง ถนนพระราม 5 อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี มุ่งหน้าไป จ.สุพรรณบุรี และตัดเข้า จ.นครสวรรค์ บริเวณถนนสายเอเชีย จนกระทั่งเวลา 22.00 น. ของวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ทั้ง 4 คน ได้เดินทางมาถึงที่ป่ารกร้างบริเวณเขาใบไม้ใน จ.นครสวรรค์ และได้นำตัวนายวีรชัยเข้าไปภายในป่าดังกล่าว ก่อนที่จะออกมาในเวลาเที่ยงคืนเศษ

 

 

 

              นอกจากนี้ หนึ่งในผู้ต้องหายังให้การด้วยว่า การอุ้มฆ่าดังกล่าวไม่ได้มีการหั่นศพผู้ตายแต่เป็นการเอามาเผานั่งยาง และเมื่อเผาจนเป็นที่พอใจของกลุ่มคนร้ายแล้ว จึงได้นำอวัยวะบางส่วนที่เหลือจากการเผานำไปใส่ถุงและโยนทิ้งน้ำ ซึ่งจากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบซากกระดูก เศษยางรถยนต์ เม็ดกระดุมเสื้อ ซึ่งคาดว่าเป็นของผู้ตาย และเศษลวด ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เก็บรวบรวมหลักฐานที่พบเอาไว้ตรวจหา ดีเอ็นเอ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังพบโทรศัพท์มือถือที่คาดว่าจะเป็นของผู้ตายถูกโยนทิ้งน้ำที่ริมแม่น้ำปิงบริเวณหน้าวัดไทรด้วย

              อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ ตามคำให้การของผู้ต้องหา บริเวณจุดเผาทำลายศพ และจุดโยนเศษกระดูกและทรัพย์สินของผู้ตายทิ้งน้ำ เจ้าหน้าที่ฯ พบชิ้นส่วนเศษกระดูก ที่คาดว่าน่าจะเป็นกระดูกของ นายวีรชัย พี่ชายผู้พิพากษา รวมทั้งลวดและยางรถยนต์ โทรศัพท์มือถือ คราบน้ำมันที่ตรวจพบภายในไร่แห่งหนึ่งใน จ.นครสวรรค์ รวมถึงวัตถุพยานหลักฐานสำคัญอื่นๆ ที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้อีกหลายรายการ ดังนั้น จึงทำให้การแจ้งข้อกล่าวหาเอาผิดทางคดี ค่อนข้างมีความแน่นหนา แม้ว่าขณะนี้จะยังไม่พบศพของนายวีรชัย ก็ตาม

 

 

 

              นอกจากนี้ หนึ่งในผู้ต้องหา ยังได้ให้การซัดทอดด้วยว่า ก่อนที่จะลงมือเผาเหยื่อ พ.ต.ท.บรรยิน ได้สั่งการให้นายณรงค์ศักดิ์ ไปหาซื้อน้ำมัน จำนวน 18 ลิตร ยางรถยนต์ และลวด มาเตรียมไว้ในบริเวณป่ารกร้างเขาใบไม้ จ.นครสวรรค์ แต่นายณรงค์ศักดิ์ได้สั่งให้ลูกน้องซึ่งเป็นคนต่างด้าวไปซื้อแทน โดยลูกน้องของนายณรงค์ศักดิ์คนนี้ได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปซื้อน้ำมันกับคนสนิทของนายณรงค์ศักดิ์ ซึ่งคำให้การดังกล่าวยิ่งทำให้พยานและหลักฐานต่างๆ มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

              ต่อมาเวลา 13.00 น.เศษ วันเดียวกัน ที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ภายหลังพนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้ควบคุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน กับพวก รวม 6 คน เพื่อยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกแล้ว ระหว่างนั้น นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ภรรยา และ นายวรภัทร์ บุตรชายของ พ.ต.ท.บรรยิน ก็ได้เดินทางมาเพื่อเตรียมยื่นคำร้องและหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวในการฝากครั้งนี้ด้วย ซึ่งระหว่างเดินทางมานางวราภรณ์ภรรยามีสีหน้าเรียบเฉย โดยโบกมือปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

 

 

 

              ทั้งนี้ ในส่วนของการพิจารณาคำร้องฝากขังของผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ดังกล่าว ศาลได้เตรียมเปิดห้องพิจารณาคดี 3 เพื่อพิจารณาคำร้องฝากขัง

              ขณะที่ในส่วนของพนักงานสอบสวนวันนี้ก็มี พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก. เดินทางมาดูแลความเรียบร้อยด้วย

              สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย นี้ ทางพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้นำขึ้นรถตู้ฟิล์มทึบสีดำ จากกองปราบปราม ถ.พหลโยธิน เดินทางมายังศาลอาญาคดีทุจริตกลาง ถ.นครไชยศรี