เวลา 15.30 น. วันที่  8 ก.พ. 63เจ้าหน้าที่ตำรวจนครราชสีมาได้รับแจ้งเหตุ มีคนร้าย เป็นทหารค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ยศจ่า อายุ 40 ปี โดยคนร้ายมีอาวุธปืน hk 33 และ m60 จ่อยิงทั้งคู่ ที่บริเวณศีรษะ สองสามีภรรยา คนละ 1 นัด ที่บ้านถนนหัก ตำบลไชยมงคล       หลังจากนั้นได้ใช้รถจิ๊บหลบหนีเส้นทางเข้ามาในค่ายทหาร และทะลุออกมาทางวัดป่าศรัทธารวม ตำบลหัวทะเล ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจปิดล้อมและมีการปะทะกันนานกว่า 20 นาที

       หลังจากนั้นพบว่าคนร้ายจะได้มีการยิงเพื่อเปิดทางส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 รายถูกยิงเสียชีวิตคารถ และพบว่าพลเรือนเสียชีวิต 2 ราย โดยเป็นนักเรียนชั้น ม. 2 ถูกยิงที่บริเวณศีรษะและพลเรือนถูกยิงเข้าบริเวณกลางหน้าอก 2 นัด และลำคอ 1 นัด

      หลังจากนั้นคนร้ายได้ใช้รถตำรวจหลบหนีเข้าห้างสรรพสินค้าเทอมินอลนครราชสีมา พร้อมด้วยอาวุธปืน ก่อนจะยิงชาวบ้านอีก 2 ศพ บริเวณหน้าห้างเสียชีวิตคาที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการติดตามโดยมีการปิดถนนพื้นที่โดยรอบไม่ให้มีการสัญจรผ่านอย่างเด็ดขาดเนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตราย อีกทั้งยังพบว่ามีการยิงปะทะกันภายในห้าง และพบว่ามีกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นบริเวณท้องฟ้าโดยไม่ทราบว่าเป็นอะไร ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสนธิกำลังพร้อมด้วยอาวุธครบมือปิดล้อมบริเวณหน้าห้างแล้วพื้นที่โดยรอบ ตัวยังไม่มีท่าทีว่าคนร้ายจะออกมามอบตัวแต่อย่างใด

     จากรายงานพนักงานสอบสวนถึงผู้บังคับบัญชา ระบุว่า เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 187 หมู่ 3 บ้านถนนหัก ต.หนองจะบก อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 เวลาประมาณ 15.00 น.
    ผู้เสียชีวิต
   1. พ.อ. อนันต์ฐโรจน์   กระแส อายุ 48 ปี สังกัด กรมสรรพวุธ กระสุน ที่ 22 บชร.2
   2. นางอนงค์  มิตรจันทร์  อายุ 65 ปี (เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ)

    ผู้บาดเจ็บที่นำส่งโรงพยาบาลมหาราช
   1. นายพิทยา  แก้วพรม 

    ผู้ก่อเหตุคือ จ.ส.อ.จักรพันธ์  ถมมา  เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา อยู่สังกัดเดียวกันกับผู้ตาย

    เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 เวลาประมาณ 15.30 น. ในขณะที่ พ.ต.ท.มงคล  คุปติศิริรัตน์  สว.(สอบสวน) ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนเวรอยู่ที่สถานีตำรวจได้รับแจ้งเหตุทางวิทยุ ว่ามีเหตุคนร้ายยิงผู้อื่นเสียชีวิตอยู่ที่ บ้านเลขที่ 187 หมู่ 3 บ้านถนนหัก ต.หนองจะบก อ.เมือง จ.นครราชสีมา จึงได้เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบ ผู้เสียชีวิต 1. พ.อ.อนันต์ฐโรจน์  กระแส และ 2. นางอนงค์  มิตรจันทร์  

    หลังก่อเหตุได้ไปแย่งอาวุธปืนจากทหารเวรประจำการที่ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ และใช้อาวุธ ยิงทหารเวรจนได้รับบาดเจ็บ  จากนั้นได้ขับรถฮัมวี่ของทหารหลบหนี ออกด้านหลังค่าย หลบหนีไปทางวัดป่าศรัทธารวม และได้ยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ที่มาสกัดจับ จนได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 นาย และกระสุนถูกชาวบ้านใกล้เคียงได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน  ขณะนี้ผู้ก่อเหตุกำลังอยู่ระหว่างหลบหนี 

     ปมเหตุ ทวงหนี้ค่านายหน้าที่ดินแล้วไม่ได้

     สาเหตุเบื้องต้น สันนิษฐานว่า เกิดจากการที่ผู้ก่อเหตุไปทวงเงินค่านายหน้าค่าซื้อขายที่ดิน โดยผู้ก่อเหตุมาทวงค่านายหน้า จึงตกลงกันไม่ได้จึงได้ก่อเหตุดังกล่าว  ซึ่งจะได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไป

      ต่อมา อัมรินทร์ทีวี สัมภาษณ์ สามีนางอนงค์ คนที่ถูกยิง ได้ความว่า เป็น เรื่องทวงเงินค่าซื้อขายที่ดิน 50,000 บาทที่ยังจ่ายไม่ครบ  นายหน้าเอาไปแล้ว  ไม่ยอมจ่ายให้คนยิง  คนยิงเลยตามไปทวงกับนางอนงค์  ส่วนพันเอกที่โดนยิง เป็นสักขีพยาน เป็นตัวกลางในการเจรจาและนายหน้าก็โดนยิงด้วย

     ทางด้าน พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม กล่าวว่า ตนได้นำกำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หนุมาน กองปราบปรามจำนวน 12 นาย พร้อมอาวุธครบมือลงพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ด้วยตนเอง เพื่อร่วมไล่ตามจับกุมคนร้ายซึ่งคาดว่าจะมีอาวุธปืนพกและอาวุธสงครามพร้อมกระสุนจำนวนมากโดยขณะนี้กำลังนำกำลังไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่กองบินตำรวจถนนรามอินทรา