คมชัดลึกออนไลน์ 5 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ข่าวด่วน

ตรวจ DNA 'ผอ.รร.ฆ่าชิงทอง' จาก 'เหงื่อ' ได้ผลแค่ไหน?

22 มกราคม 2563 - 15:40 น.
โจรปล้นทอง,สืบจากเหงื่อ,ผอรร,ลพบุรี,DNA
ข่าวด่วน

Shares :
เปิดอ่าน 9,208 ครั้ง

ตรวจ DNA 'ผอ.รร.ฆ่าชิงทอง' จาก 'เหงื่อ' คือ หนึ่งในหลักฐานสำคัญมัดตัวผู้กระทำผิดคดีฆ่า 3 ศพ ชิงทอง จ.ลพบุรี


 

 

            จากคดีปล้นฆ่า 3 ศพ ชิงทอง จ.ลพบุรี ที่เพิ่งจับผู้ต้องสงสัยได้ โดยเป็นถึงผู้อำนวยการโรงเรียน และหนึ่งในหลักฐานสำคัญมัดตัว คือ “เหงื่อ” ทำให้หลายคนเริ่มเห็นความสำคัญของการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลในคดีอาชญากรรม ที่นอกเหนือไปจาก “ลายนิ้วมือ” ที่เราคุ้นชิ้น

 

         สำหรับการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลด้วยรอยนิ้วมือนั้นยังมีจุดด้อยเช่น การอำพรางตัวของคนร้ายที่สวมถุงมือ หรือแม้จะไม่สวมถุงมือ ก็อาจมีโอกาสที่รอยนิ้วมือจะมีรอยเปื้อนหรือมองไม่ชัด จนถึงความพยายามลบร่องรอยหลักฐาน จนไม่สามารถตรวจหาตัวผู้กระทำผิดก็ได้ ยิ่งโดยเฉพาะเคสโจรชิงทอง ที่จ.ลพบุรี นี้ อย่างที่เห็นกันในภาพวงจรปิด ว่า คนร้ายแต่งตัวมิดชิด ไม่ปรากฏรอยนิ้วมือให้เห็นเลย


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 

       แต่ก็ไม่พ้นความสามารถของ “นิติวิทยาศาสตร์” เพราะสิ่งที่มัดตัวแน่นหนา กลับเป็น “เหงื่อ” ที่หยดลงบนตู้กระจกตอนคนร้ายทุบตู้เพื่อเอาทองออกมานั่นเอง

 

       จากบทความ “เหงื่อ หลักฐานใหม่ในการพิสูจน์บุคคล” โดย พรรณพร กะตะจิตต์ ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของ “ศูนย์เรียนรู้ดิจิทัลระดับชาติด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี สสวท.” ได้ให้ข้อมูลไว้เกี่ยวกับการใช้ “เหงื่อ” มาเป็นเครื่องมือพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลในคดีอาชญากรรมว่า เพิ่งถูกนำมาใช้ไม่นานมานี้ หลังจากใช้รอยนิ้วมือกันมานานกว่าศตวรรษ

 

         จากบทความดังกล่าวได้ระบุข้อมูลที่น่าสนใจว่า

          ทุกตารางเซนติเมตรของผิวหนังมีต่อมเหงื่อ 100 ต่อมต่อตารางเซนติเมตรหรือประมาณ 650 ตารางนิ้ว ซึ่งไม่ว่าจะเกิดเหงื่อด้วยเหตุผลของอากาศร้อนหรือความวิตกกังวลอื่นใด ผู้คนมักจะทิ้งเหงื่อไว้บนสิ่งที่พวกเขาสัมผัสแตะต้อง ดังนั้นการหลั่งเหงื่อแต่ละครั้งจึงมีความแตกต่างและเป็นเอกลักษณ์บุคคลเช่นเดียวกับลายนิ้วมือ

อ่านข่าว
วินาทีบีบหัวใจแม่กอดลูกใจแทบขาดโจรใจบาปสาดกระสุนปล้นร้านทอง


     

 

 

          โดย เหงื่อ เป็นของเหลวทางชีวภาพที่เกิดขึ้นบนผิวของมนุษย์ ประกอบด้วยลำดับของ “กรดอะมิโน” และ “สารเมตาบอไลท์” (Metabolite) ซึ่งความเข้มข้นของเหงื่อในแต่ละคนจะมีความแตกต่างกันออกไป และนั่นทำให้ตัวอย่างเหงื่อมีลักษณะที่ค่อนข้างเฉพาะตัว

 

 

         อย่างไรก็ดีนักเคมีวิเคราะห์อธิบายว่า มี สารเมตาบอไลท์ 3 ชนิดที่สามารถใช้เพื่อระบุลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล ได้แก่ ยูเรีย(Urea) แลคเทต (Lactate) และกลูตาเมต (Glutamate) ที่มีความแตกต่างกันในแต่ละคน

 

 

 

       ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ทดลองเก็บตัวอย่างเหงื่อบริเวณท่อนแขนของอาสาสมัคร 25 ตัวอย่าง ทดลองเปรียบเทียบกับตัวอย่างที่สังเคราะห์ขึ้น 25 ตัวอย่าง ปรากฏว่า การทดลองสามารถแยกแยะความแตกต่างของแต่ละตัวอย่างได้ตามความเข้มข้นของเมตาบอไลท์ โดยใช้เวลาสั้นๆ เพียง 30-40 วินาทีในการวิเคราะห์เท่านั้น

 

           การวิเคราะห์เมตาบอไลท์จากเหงื่อจะสามารถช่วยลดขั้นตอนหรือปัญหา ในกรณีไม่มีหลักฐานดีเอ็นเอเพียงพอต่อการวิเคราะห์ หรืออาจต้องใช้ระยะเวลานานในการรอผลทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งอาจส่งผลให้การจับกุมหรือระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้ไม่ทันการณ์ แต่จากการตรวจหาดีเอ็นเอด้วยเหงื่อนั้นสามารถทำได้ในระยะเวลารวดเร็ว

 

 

          อย่างไรก็ดี แม้จะตรวจได้รวดเร็ว แต่บทความดังกล่าวได้ระบุเพิ่มเติมถึงข้อจำกัดเรื่อง “ความเข้มข้นของเมตาบอไลท์” ที่ยังไม่อาจสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของยีนที่เฉพาะเจาะจงในแต่ละบุคคลได้เท่ากับลายนิ้วมือ เนื่องด้วยปัจจัยในเรื่องการรับประทานอาหาร สุขภาพ และการออกกำลังกายที่ทำให้ให้สารเมตาบอไลท์เปลี่ยนแปลงไปได้

 

        ดังนั้นการเก็บข้อมูลและติดตามความเปลี่ยนแปลงของเหงื่อของแต่ละบุคคลจึงถือเป็น “ขั้นตอนที่เพิ่มเข้ามา” ในการพิสูจน์หลักฐาน โดยอย่างน้อยๆ “เหงื่อ” ก็สามารถระบุ “เพศ” และ “อายุ” ได้โดยประมาณ!

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ