คมชัดลึกออนไลน์ 25 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ข่าวด่วน

โลกคลายกังวล ทรัมป์ ไม่ใช้กำลัง หันคว่ำบาตรเศรษฐกิจอิหร่าน

9 มกราคม 2563 - 22:00 น.
สหรัฐ,อิหร่าน
ข่าวด่วน

Shares :
เปิดอ่าน 1,978 ครั้ง

ทั่วโลกคลายกังวลหลัง "ทรัมป์" ไม่ใช้กำลังทหารตอบโต้อิหร่านโจมตีฐานทัพมะกันในอิรัก หันคว่ำบาตรเศรษฐกิจอิหร่านแทน ยันทหาร-พลเรือนมะกันไม่มีเสียชีวิต 


 

                            จากกรณีทั่วโลกจับตาสถานการณ์ที่กังวลว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่านจะขยายวงเป็นสงครามในตะวันออกกลางหลังจากวานนี้ (8 ม.ค.) อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธกว่า 10 ลูกเข้าถล่มฐานทัพสหรัฐ 2 แห่งในประเทศอิรัก คือฐานทัพอิน อัล-อาซาด ห่างจากกรุงแบกแดดไปทางตะวันตก 160 กิโลเมตร และฐานทัพอาร์บิล ทางภาคเหนือของอิรัก โดยอ้างว่าทหารสหรัฐบาดเจ็บจำนวนมากและเสียชีวิตไม่น้อยกว่า 80 นาย เพื่อแก้แค้นการที่สหรัฐส่งโดรนโจมตีทางอากาศ สังหาร พล.ต.กอเซ็ม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน หนึ่งในผู้นำทรงอิทธิพลของอิหร่านในกรุงแบกแดด เมืองหลวงของอิรัก เมื่อวันศุกร์ที่ 3 มกราคม ที่ผ่านมา

 

                            ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มกราคม ประธานาธิบดีโลนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ได้เปิดแถลงท่าทีที่ทำเนียบขาว โดยยืนยันว่าไม่มีพลเรือนและทหารสหรัฐได้รับบาดเจ็บจากเหตุอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพทหารซึ่งเป็นฐานประจำการของกำลังพลอเมริกาในอิรัก และบ่งชี้ว่าวอชิงตันอาจไม่ลงมือแก้แค้นในทันทีทันใด

                            ทรัมป์กล่าวว่า ข้อเท็จจริงคือเรามีกำลังทหารและยุทโธปกรณ์ที่ยิ่งใหญ่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจำเป็นต้องใช้มัน เราไม่ต้องการใช้มัน ความเข้มแข็งของอเมริกา ทั้งในด้านการทหารและเศรษฐกิจ คือสิ่งป้องปรามที่ดีที่สุด

                            “กองกำลังอเมริกันที่ยอดเยี่ยมของเราพร้อมสำหรับทุกสิ่ง ดูเหมือนอิหร่านจะหยุดแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและเป็นสิ่งดีสำหรับโลกใบนี้” ทรัมป์กล่าว และว่า จะมีการกำหนดมาตรการลงโทษเพิ่มเติมในทันทีสำหรับคว่ำบาตรรัฐบาลอิหร่านเพื่อตอบโต้การรุกรานของอิหร่าน อย่างไรก็ตามประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้เจาะจงว่ามาตรการเหล่านั้นคืออะไร

 

 

 

                            นอกจากนี้ทรัมป์ยังประกาศย้ำอีกครั้งว่าจะไม่ยอมให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และเรียกร้องบรรดามหาอำนาจโลกรวมถึงรัสเซียและจีนให้ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 ที่ทำไว้กับอิหร่าน และหันมาทำงานเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อตกลงใหม่ ซึ่งถึงเวลาแล้วสำหรับอังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส รัสเซีย และจีน จะยอมรับความจริงนี้ ตอนนี้พวกเขาต้องถอนตัวจากส่วนที่เหลืออยู่ในข้อตกลงอิหร่าน JCPOA

                            “เราต้องทำงานร่วมกันมุ่งสู่ทำข้อตกลงใหม่กับอิหร่าน ข้อตกลงที่จะทำให้โลกปลอดภัยขึ้นและเป็นสถานที่ที่มีสันติภาพกว่าเดิม” ทรัมป์ระบุ และยังพูดถึงอิหร่านว่าต้องการเห็นพวกเขามีความสุขกับอนาคตแห่งความรุ่งเรืองและความสามัคคีแบบเดียวกับประเทศอื่นๆ สมควรได้รับ และสหรัฐพร้อมโอบกอดสันติภาพกับใครก็ตามที่แสวงหามัน

                            สำหรับข้อตกลงปัจจุบันอยู่ในภาวะล่อแหลมเนื่องด้วยรัฐบาลเตหะรานแถลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา ว่าจะยกเลิกข้อจำกัดในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม หนึ่งในพันธสัญญาที่ให้ไว้ในข้อตกลง

 

 

 

                            สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ปฏิบัติการโจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรักด้วยการยิงขีปนาวุธกว่าสิบลูกของอิหร่านเมื่อเช้ามืดวันที่ 8 มกราคม ทำให้อิรักประกาศจะเรียกทูตอิหร่านเข้าพบเพื่อแสดงความไม่พอใจ อย่างไรก็ตามทางการอิหร่านได้ยืนยันว่าอิหร่านไม่มีเจตนาละเมิดอธิปไตยของอิรัก ทั้งนี้ นายมาจีด ตักห์ ราวันชี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ ได้ยื่นจดหมายถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และนายอันโตนิโอ กูเตียร์เรส เลขาธิการใหญ่ยูเอ็น โดยยืนยันว่ารัฐบาลเตหะรานยังคงเคารพในอิสรภาพอธิปไตยของอิรักและไม่มีทหารอเมริกันและอิรักบาดเจ็บล้มตายจากปฏิบัติการแก้แค้นของอิหร่านซึ่งทำไปเพื่อตอบโต้ที่อเมริกาส่งโดรนไปลอบสังหาร พล.ต.กาเซ็ม นอกจากนี้จดหมายย้ำว่ารัฐบาลอิหร่านพร้อมอุทิศตนเพื่อปกป้องสันติภาพและความมั่นคงในระดับสากลและขอยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนากระพือความตึงเครียดหรือก่อสงคราม 

 

 

 

                            ด้านกระทรวงการต่างประเทศอิรักได้ประกาศจะเรียกทูตอิหร่านเข้าพบเพื่อประท้วงเหตุโจมตีด้วยมิสไซล์ ซึ่งถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของแบกแดด โดยก่อนหน้านั้นอิรักก็ได้เรียกทูตสหรัฐเข้าประท้วงกรณีส่งโดรนไปสังหาร พล.ต.กอเซ็ม ที่สนามบินแบกแดดเช่นกัน 

                            ขณะเดียวกัน นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสว่า วอชิงตันเพิ่งได้รับข่าวกรองว่ารัฐบาลอิหร่านร้องขอให้กองกำลังติดอาวุธท้องถิ่นที่เป็นพันธมิตรระงับการโจมตีเป้าหมายอเมริกัน เราได้รับข่าวกรองที่น่าพอใจว่าอิหร่านส่งข้อความไปยังกองกำลังท้องถิ่นไม่ให้โจมตีเป้าหมายหรือพลเรือนอเมริกัน ซึ่งเราหวังว่าสารดังกล่าวคงจะถูกส่งต่อๆ กันไป

                            สื่อต่างประเทศรายงานว่าท่าทีของผู้นำสหรัฐและรัฐบาลอิหร่านทำให้วิกฤติการณ์เริ่มคลายความตึงเครียดลงทันที หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงว่าจะไม่ใช้กำลังทางทหารตอบโต้กรณีเตหะรานยิงถล่มฐานทัพอเมริกาในอิรัก แต่จะไปใช้มาตรการเศรษฐกิจแทนและท่าทีของรัฐบาลอิหร่านที่ไม่ได้ต้องการเปิดสงครามกับอเมริกา

 

 

 

 

 


                            ด้านความคืบหน้าเหตุเครื่องบินสายการบินยูเครน เที่ยวบิน พีเอส 752 ตกในอิหร่านหลังทะยานขึ้นบินจากสนามบินอิหม่ามโคไมนีได้เพียง 4 นาที โดยมีสื่อต่างชาติตั้งข้อสังเกตว่าอาจถูกขีปนาวุธยิงพร้อมเผยแพร่คลิปที่เป็นภาพเครื่องบินเกิดระเบิดบนท้องฟ้าจนไฟลุกท่วมก่อนโหม่งโลกทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือรวม 176 ชีวิตตายยกลำเมื่อวานนี้ (8 ม.ค.) โดยผู้โดยสารเที่ยวบินดังกล่าวเป็นชาวอิหร่าน 82 คน ชาวแคนาเดียน 63 คน และชาวยูเครน 11 คนนั้น

 

                            ล่าสุดสื่อต่างประเทศอ้างข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองตะวันตก ว่าผลการประเมินเบื้องต้นพบว่าเครื่องบินโดยสารสายการบินยูเครนที่โหม่งโลกเมื่อวานนี้ ไม่ได้ถูกขีปนาวุธสอยร่วงตามการเปิดเผยของแหล่งข่าวด้านความมั่นคงแคนาดา ทั้งนี้บรรดาหน่วยข่าวกรองตะวันตกเชื่อว่าเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ของสายการบินยูเครนอินเตอร์เนชันแนล แอร์ไลนส์ ประสบเหตุขัดข้องทางเทคนิคก่อนโหม่งโลกไม่นานหลังบินขึ้นจากสนามบินเไม่กี่นาที ซึ่งเหตุการณ์เครื่องบินตกครั้งนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐ 2 แห่งในอิรัก จึงอาจมีการนำไปเชื่อมโยงกัน

 

 

 

                            “ผลประเมินเบื้องต้นของบรรดาหน่วยข่าวกรองตะวันตกคือเครื่องบินไม่ได้ถูกสอยร่วงโดยขีปนาวุธเพราะไม่มีหลักฐานบ่งชี้ถึงสิ่งนั้น” แหล่งข่าวระบุและย้ำว่าสาเหตุซึ่งเป็นไปได้มากที่สุดก็คือปัญหาขัดข้องทางเทคนิคเพราะพบหลักฐานบางอย่างว่าเครื่องยนต์ตัวหนึ่งของเครื่องบินร้อนเกินพิกัด

 

                            สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอีกว่า นายอาลี อาเบดซาเดห์ ผู้อำนวยการองค์การการบินพลเรือนอิหร่าน (ซีเอโอ) แถลงว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบกล่องบันทึกข้อมูลการบินหรือกล่องดำของเที่ยวบิน พีเอส 752 ครบทั้งสองกล่องแล้ว คือกล่องดำในห้องนักบินและกล่องบันทึกรายละเอียดทั้งหมดของเที่ยวบิน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเตหะรานจะไม่มอบกล่องดำหรือแบ่งปันข้อมูลจากกล่องดำให้บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินคือโบอิ้ง และรัฐบาลสหรัฐอย่างเด็ดขาด แต่จะเป็นการตรวจสอบร่วมกันระหว่างซีเอโอกับทางการยูเครนเท่านั้น ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ของอิหร่านยืนยันสาเหตุว่าเป็นความขัดข้องทางเทคนิค และนักบินไม่ได้ส่งสัญญาขอลงจอดฉุกเฉิน


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ