royal coronation
23 มกราคม 2563
ข่าวด่วน

หนีคดี 15 ปีไม่รอด ตร.รวบก๊วนทรชนรุมขืนใจ ด.ญ.วัย 14

14 ธันวาคม 2562 - 07:23 น.
ข่มขืนเด็ก 14,หนีคดี
Shares :
เปิดอ่าน 2,674 ครั้ง

ไม่รอด ชุดสืบนครบาลตามจับผู้ต้องหารุมข่มขืนเด็กหญิงวัย 14 ปี คาศาลาริมน้ำวัดดังย่านฝั่งธนฯ หลังหลบหนีคดีนาน 15 ปี

 

                  เมื่อกลางดึกวันที่ (14 ธ.ค. 2562) พลตำรวจตรี สันติ ชัยนิรามัย ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนนครบาล พันตำรวจเอกนพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนนครบาล พันตำรวจเอก อิสเรศ ปาลาพงศ์ ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน 3 พันตำรวจโท อภิศาล แก้วดู สารวัตรสืบสวนสอบสวน 3 ร้อยตำรวจเอก สุไพสิทธิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา รองสารวัตรสืบสวนสอบสวน 3 ได้ร่วมกันจับกุมนายอานนท์ หรือตี๋ เสนีนพ อายุประมาณ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 798/2548 ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2548 โดยสามารถจับกุมได้บริเวณลานจอดรถของอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งในซอยสุภาพงษ์ ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ

 

 

 

                  สืบเนื่องจากเมื่อปี 2548 ผู้ต้องหาได้ร่วมกับเพื่อนอีก 2 ราย ชักชวนเด็กหญิงวัย 14 ปี มาเสพยาเสพติดบริเวณศาลาริมน้ำ ภายในวัดแห่งหนึ่งย่านจอมทอง เมื่อเมาได้ที่จึงพากันลงมือข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงรายดังกล่าว จากนั้นทางตำรวจสามารถจับกุมได้ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ต่อมาทางนายอานนท์ได้ยื่นประกันตัวออกมา แล้วไม่ได้ไปรายงานตัวตามกำหนด และได้ทำการหลบหนีไปกว่า 15 ปี กระทั่งทางตำรวจสืบทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ได้มาทำงานเป็นช่างทาสีอยู่ย่านถนนศรีนครินทร์ และกบดานอยู่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ย่านถนนศรีนครินทร์ จึงเดินทางไปเฝ้าสังเกตุการณ์ กระทั่งพบเจ้าตัวพยายามจะหลบหนี ทางตำรวจจึงทำการจับกุมไว้ได้ ก่อนควบคุมตัวสอบสวน ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล

 

 

 

 

                  สอบสวน นายอานนท์ ผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่า หลังถูกจับกุมครั้งก่อนและทำการประกันตัวมา ได้ทำการหลบหนีไปยังเกาะพงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และประกอบอาชีพประมง ออกเรือไปยังต่างประเทศเป็นเวลาหลายปี ก่อนกลับมายังประเทศไทย จากนั้นได้ย้อนมาประกอบอาชีพช่างรับจ้างทาสีที่กรุงเทพฯ โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ทำธุรกรรมเกี่ยวกับการยืนยันตัวตนบุคคลแต่อย่างใด เพื่อให้ยากต่อการติดตามของตำรวจ แต่สุดท้ายก็ไม้พ้นสายตาเจ้าหน้าที่ จนสามารถจับกุมได้ในที่สุด

 

 

 

 

                  อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง ประกอบกับเจ้าตัวมีคดีลักทรัพย์ในท้องที่สถานีตำรวจนครบาลบางมด ติดตัวด้วย เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ความผิดเกี่ยวกับเพศ (กระทำชำเรา) ,ความผิดต่อเสรีภาพ หลบหนีไม่ไปศาล” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

 

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ