12 ธ.ค.62 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชภาภิเษก เมื่อเวลา 10.00 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีนายเล่าต๋า แสนลี่ นักค้ายาเสพติดระดับชาติ คดีหมายเลขดำ อย.5907/2559 ที่พนักงานอัยการคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเล่าต๋า แสนลี่อายุ 78 ปี นักค้ายาเสพติดระดับชาติ  , นางอาส่าหม่า แสนลี่ ภรรยา อายุ 68 ปี , นางรพีกาญจน์ หรือจันทร์ฉาย หรือไก่ ภพเพชรลักษณ์หรือทรายมูล อายุ 58 ปี , นายวิจารณ์ แสนลี่ บุตรชายซึ่งเป็นอดีตกำนัน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ อายุ 42 ปี และนายบารมี บารมีเกื้อกูล อายุ 39 ปี ทั้งหมดเป็นชาว จ.เชียงใหม่ เป็นจำเลยที่ 1 - 5 ในความผิดฐานร่วมกันสมคบและร่วมกันจำหน่ายยาไอซ์ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต , ความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ฯ พ.ศ.2490 

 

 

 

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนคุกตลอดชีวิต เล่าต๋า ค้าไอซ์

 

 

 

              คดีนี้ อัยการ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.59 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 20 ก.ย. - 11 ต.ค. 59 นายเล่าต๋า กับนางอาส่ามา ภรรยาและนางรพีกาญจน์ จำเลยที่ 3 ได้มียาไอซ์ 1 ถุง หนัก 994 กรัมเศษ ที่นำมาจำหน่ายให้กับสายลับราคา 550,000 บาทโดยนายเล่าต๋า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ติดต่อเจรจาซื้อขายยา 

 

 

              ส่วนนายวิจารณ์ บุตรชาย และนายบารมี จำเลยที่ 4-5 เป็นผู้จัดหายาไอซ์ ชนิดผลึกสีขาว จำนวน 20 ถุง หนัก 19 กิโลกรัมเศษ จำหน่ายให้แก่สายลับซึ่งล่อซื้อในราคา  11 ล้านบาท โดยนายวิจารณ์และนายบารมี ยังทำหน้าที่คุ้มกันให้นายเล่าต๋า จำเลยที่ 1 ด้วย ระหว่างการส่งมอบยาเสพติด โดยช่วงที่ถูกจับกุมนายเล่าต๋า จำเลยที่ 1 ยังได้มีอาวุธปืนสั้นและปืนยาว รวม 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนมาก ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย ขณะที่นายวิจารณ์ บุตรชาย จำเลยที่ 4 ก็มีอาวุธปืน ขนาด .45 พร้อมเครื่องกระสุน , โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่องที่ใช้ในการติดต่อ และยาเสพติดของกลาง เหตุเกิดที่ปั๊มน้ำมัน "เล่าต๋า ปิโตรเลียม"  เลขที่ 137  ต.ท่าตอนอ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และที่อื่นเกี่ยวพันกัน 

 

 

 

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนคุกตลอดชีวิต เล่าต๋า ค้าไอซ์

           โดยชั้นศาล "นายเล่าต๋า" จำเลยที่ 1 กับ "นางอาส่าหม่า" ภรรยา จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ ,  "นางรพีกาญจน์" จำเลยที่ 3 ให้การปฏิเสธต่อสู้คดีว่าเป็นเพียงคนกลาง นำพาบุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นสายลับที่ตัวเองเข้าใจว่าเป็นผู้ค้าปุ๋ยต้องการนำปุ๋ยมาเสนอขายให้นายเล่าต๋าที่มีสวนเป็นจำนวนมาก ขณะที่ "นายวิจารณ์" บุตรชาย จำเลยที่ 4 และ "นายบารมี" จำเลยที่ 5 ให้การปฏิเสธต่อสู้คดีว่า พวกตนทำหน้าที่ดูแลกิจการปั้มน้ำมันตามปกติ ไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด โดยนายวิจารณ์ บุตรชายนายเล่าต๋า จำเลยที่ 4 ยอมรับว่าพกอาวุธปืนจริง  

 

 

               ขณะที่ "ศาลชั้นต้น" มีพิพากษาเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.60 ว่า จำเลยที่ 1-5 กระทำผิดตามฟ้องทั้ง 2 กรรม ให้จำคุก "นายเล่าต๋า" จำเลยที่ 1 ไว้ตลอดชีวิต พร้อมปรับ 2.5 ล้านบาท , "นางอาส่าหม่า" ภรรยาของนายเล่าต๋า จำเลยที่ 2 ให้จำคุก 25 ปี ปรับ 2.5 ล้านบาท , นางรพีกาญจน์ จำเลยที่ 3 จำคุกตลอดชีวิตพร้อมปรับ 5 ล้านบาท 

 

               ส่วน "นายวิจารณ์" บุตรชายของนายเล่าต๋า และ "นายบารมี" จำเลยที่ 4-5 ผู้จัดหายาไอซ์ ให้ประหารชีวิต และให้ปรับ "นายวิจารณ์" จำเลยที่ 4 ด้วยเป็นเงิน 1,000 บาท ฐานพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ

               ต่อมา "นายเล่าต๋า" จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ขอให้ศาลลดโทษ ส่วนจำเลย 3,4,5 อุทธรณ์ว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำความผิด ขณะที่ "นางอาส่าหม่า" ภรรยาของนายเล่าต๋า จำเลยที่ 2 ไม่อุทธรณ์คดีจึงถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

                 

                โดยวันนี้ ศาลได้เบิกตัวโดยจำเลยทั้ง 5 คนมาจากทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง และทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ซึ่ง "นายเล่าต๋า" มีสีหน้าหมองคล้ำ ซูบผอม ส่วนจำเลยอื่นพูดแต่ภาษาจีนกับญาติที่วันนี้มาร่วมให้กำลังใจการฟังคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ด้วย

 

              ทั้งนี้ "ศาลอุทธรณ์" ตรวจสำนวประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า พยานโจทก์ที่เป็นเจ้าหน้าตำรวจชุดจับกุม มีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน ติดตามเฝ้าดูพฤติกรรมของกลุ่มนายเล่าต๋ามานาน  ประกอบกับไม่เคยรู้จักหรือโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน เชื่อว่าพยานโจทก์ไม่มีเหตุกลั่นแกล้งให้พวกจำเลยต้องรับโทษ  

             ส่วนข้อต่อสู้ของพวกจำเลยเกี่ยวกับอาวุธปืน เป็นข้ออ้างลอยๆ ศาลเชื่อว่าเป็นปืนที่ใช้คุ้มกันขณะการค้ายาเสพติด  
      
              และที่ "นางรพีกาญจน์" จำเลยที่ 3 เคยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวน แล้วต่อมาอ้างว่าเป็นเพียงแม่ค้าผลไม้ที่รับไปเพราะถูกนายตำรวจใหญ่บอกว่าจะกันเป็นพยานนั้น เป็นเพียงคำกล่าวอ้างลอยๆ ขณะที่การรับสารภาพนั้นเพราะจำนนต่อหลักฐานจึงไม่อาจเอาประโยชน์แห่งคำรับสารภาพในชั้นสอบสวนมาเป็นเหตุบรรเทาโทษ
    
              ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษพวกจำเลยมานั้น "ศาลอุทธรณ์" เห็นพ้องด้วยทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย  อุทธรณ์จำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน

 

            ทั้งนี้สำหรับ "นายเลาต๋า แสนลี่" นั้น เคยได้รับการขนานนามว่า "ราชายาเสพติด" และถูกโยงว่าเป็นเลขาฯ คนสนิทของ "นายจาง ซี ฟู หรือขุนส่า" นักค้ายาเสพติดรายใหญ่แห่งสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่ง "นายเลาต๋า" และ "นายวิจารณ์" บุตรชายเองเคยถูก ตร.ปส. จับกุมเมื่อปี 2546 และถูกดำเนินฐานค้าเฮโรอีน แต่คดีถึงที่สุดเมื่อศาลฎีกา มีคำพิพากษาเมื่อปลายปี 2550 ให้ยกฟ้องตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ เนื่องจากพยานหลักฐานยังมีข้อพิรุธน่าสงสัย กระทั่งล่าสุด "นายเล่าต๋า" และครอบครัวก็ถูกจับกุมดำเนินคดีค้ายาไอซ์นี้