ที่ สน.โคกคราม เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 9 สิงหาคม 2562 พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช รอง ผบช.น. พร้อมด้วยพล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.โคกคราม พ.ต.ท.ธฤษณุ ศิริรัตน์ รอง ผกก.สส.สน.โคกคราม พ.ต.ต.วรพงษ์ สนพลอย สว.สส.สน.โคกคราม และตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.โคกคราม ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม น.ส.กาญจน หรือ ต่าย ศรีสังข์ อายุ 25 ปี ผู้จ้างวานฆ่าแม่ตัวเองหวังเงินประกันและที่ดินในต่างจังหวัด รวมถึงนายประเชิญ หรือจ่อย กระบินโรท อายุ 40 ปี มือปืน และนายดาว แจ้งประดิษฐ์ อายุ 35 ปี ผู้ชี้เป้าและขับรถยนต์ พร้อมของกลางอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 ไม่มีกระสุน 1 กระบอก รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นซิตี้ สีบรอนท์ ทะเบียน ขข3217 ชลบุรี 1 คัน

 

 

 

                 พ.ต.อ.อลงกรณ์ กล่าวว่า ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.62 เวลาประมาณ 20.16 น. เกิดเหตุมีคนร้ายขี่รถยนต์เก๋งไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย อายุ 55 ปี ซึ่งทำงานเป็นหัวหน้าแม่บ้านบริษัท​ทำความสะอาดย่านถนนประเสริฐ​มนู​กิจ​ ขณะกำลังขี่จักรยานเดินทางกลับบ้านได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกอาวุธปืนเข้าที่ใต้ราวนมขวา กระสุนฝังใน 1 นัด เข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.ลาดพร้าว จนอาการปลอดภัย โดยเหตุเกิดบริเวณถนนภายในม.สวนทิพย์ แยก 11 ถ.คลองลำเจียก แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ จากนั้นฝ่ายสืบสวน สน.โคกครามจึงลงพื้นที่ตรวจสอบสืบสวนในเชิงลึกจนพบว่าผู้เสียหายได้ทะเลาะกระทบกระทั่งมีปากเสียงกับลูกสาวบ่อย จนกระทั่งทราบว่า คนร้ายที่มาก่อเหตุมีนายประเชิญ เป็นมือปืน นายดาวเป็นคนชี้เป้าและขับรถยนต์ มีผู้จ้างวานคือน.ส.กาญจนา ซึ่งเป็นบุตรสาวของผู้เสียหาย โดยมีมูลเหตุจูงใจจากเงินประกันชีวิตและทรัพย์สินที่เป็นมรดกของผู้เสียหาย

 

 

 

 

                 จากการสอบปากคำผู้เสียหายให้การว่า ไม่รู้จักหรือเคยเห็นหน้าคนร้ายมาก่อน ไม่เคืองมีปัญหาโกรธเคืองกับใคร แต่มีข้อสังเกตว่าก่อนเกิดเหตุช่วงเดือนมีนาคม ตนเองเป็นคนชอบดื่มน้ำหวาน ยังเคยพบน้ำแดงที่มีกลิ่นแปลกๆ วางไว้ในตู้เย็น จึงนำไปเททิ้งนอกบ้าน เมื่อเททิ้งมีมดมากิน ซึ่งมดที่มากินน้ำแดงดังกล่าวตายทั้งหมดอีกด้วย จนนำมาสู่การสอบสวนในเชิงลึกกระทั่งติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุรวมถึงผู้จ้างวานได้

 

 

 

 

 

                 จากการสอบสวน น.ส.กาญจนา ทราบมูลเหตุจูงใจว่านายกิตติพงษ์หรือใหม่ พลับพลา อายุ 30 ปี สามีคนที่สองถูกจำคุกในคดีครอบครองยาเสพติดอยู่ที่เรือนจำมีนบุรี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยต้องการนำเงินไปใช้ในการประกันตัวต่อสู้คดี และทราบว่าแม่ตนเองได้ทำประกันชีวิตไว้หลายกรมธรรม์ แต่ไม่ทราบว่าจะได้เงินจำนวนเท่าไหร่ แต่จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าผู้เสียหายได้ทำกรมธรรม์ไว้ 3 กรมธรรม์ ฉบับละ 100,000 บาท โดยมีผู้รับผลประโยชน์เพียงคนเดียวคือน.ส.กาญจนา และผู้เสียหายยังมีที่ดินในจังหวัดเพชรบูรณ์แปลงแรก 30 ไร่ แปลงที่สอง 15 ไร่ รวมจำนวน 45 ไร่ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ซึ่ง น.ส.กาญจนา จะเป็นผู้ได้รับมรดกเพียงคนเดียวหลังจากที่แม่เสียชีวิต จึงไปจ้างวานนายดาวซึ่งเป็นเพื่อนของสามีตนเอง กับนายประเชิญ จำนวน 2 แสนบาท แต่ยังไม่ได้มีการจ่ายเงินก่อน เนื่องจากได้ตกลงกันไว้ว่าจะจ่ายให้หลังจากที่ตนได้เงินแล้ว

 

 

 

 

                 พล.ต.ต.ดาวลอย กล่าวว่า อย่างไรก็ตามตนยังไม่ปักใจเชื่อกับคำให้การ เนื่องจากนายประเชิญ มีประวัติคดีสมคบค้ายาเสพติดในพื้นที่ อ.แปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อปี 2560 จึงจะต้องสอบปากคำถึงมูลเหตุจูงใจที่แท้จริงอีกครั้ง อีกทั้ง น.ส.กาญจนา ไม่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด ทั้งยังเคยพยายามห้ามปรามแฟนตัวเองไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดด้วย จึงตั้งประเด็นการสืบสวนสอบสวนต่อว่าจะมีผู้ต้องหารายอื่นอาจบีบบังคับให้ น.ส.กาญจนา ร่วมก่อเหตุหรือไม่

 

 

 

 

                 “ผมไม่เชื่อว่าลูกสาวจะฆ่าแม่ สังคมไทยไม่มี เขาอาจจะถูกปรับทัศนะมาทำให้คนที่ได้ประโยชน์จริงๆ ผมเชื่อว่ามีการวางแผนมาก่อน ขบวนการค้ายาเสพติดมีการวางแผนมาก่อนแน่นอน หากผู้หญิงคนนี้ตาย แล้วใครได้ประโยชน์ ให้ถามต่อไปว่าใครได้ประโยชน์ที่แท้จริง น.ส.กาญจนารับว่าเป็นผู้โทรไปบอกนายประเชิญเองว่าแม่กลับเวลาไหนอย่างไร จะทำอย่างไรให้ตนเองและสามีอยู่ได้ ซึ่ง น.ส.กาญจนา มีส่วนร่วมแน่เพราะเป็นคนชี้เป้า” พล.ต.ต.ดาวลอย กล่าว

 

 

 

 

                 จากนั้นเวลา 15.40 น. ทางพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม ได้นำตัวนายประเชิญ และนายดาว มาชี้จุดประกอบคำรับสารภาพ ที่จุดเกิดเหตุบนถนนภายในหมู่บ้านสวนทิพย์ แยก 11 ถ.คลองลำเจียก แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ โดยขณะที่ผู้เสียหายกำลังปั่นจักรยานเข้ามาในหมู่บ้านถึงบริเวณจุดเกิดเหตุคนร้ายคือนายดาวเป็นผู้ขับรถยนต์ได้ชี้เป้าให้ยิงผู้เสียหาย ขณะปั่นจักรยานสวนกัน โดยนายประเชิญได้ใช้อาวุธปืนที่เตรียมมายิงไปที่ผู้เสียหาย 2 นัด นัดแรกยิงไปที่ผู้เสียหายทำให้ผู้เสียหายหยุดปั่นจักรยาน ร้องด้วยความเจ็บปวดแต่จักรยานไม่ได้ล้มลง อีกนัดยิงไปโดยไม่รู้ว่าโดนอะไร ก่อนจะหลบหนีไปมุ่งหน้าปากคลองลำเจียก 12

                 ทั้งนี้เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “จ้างวานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” กับ น.ส.กาญจนา และแจ้งข้อหานายประเชิญ กับนายดาว ฐาน “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านฯ ทั้งนี้ในวันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคมนี้ จะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไปฝากขังที่ศาลอาญาต่อไป