คมชัดลึกออนไลน์ 23 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ข่าวด่วน

สลด นักเรียนช่างยิงคู่อริต่างสถาบัน ตาย 1

21 พฤษภาคม 2562 - 17:28 น.
ยิงคู่อริ,นักเรียนช่าง,นักเรียนตีกัน,ตาย 1
ข่าวด่วน

Shares :
เปิดอ่าน 3,934 ครั้ง

ระทึก นักเรียนช่างยิงคู่อริต่างสถาบันเสียชีวิต 1 ราย ขณะที่ ตำรวจตามรวบผู้ก่อเหตุได้ 3 คน


 

                เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 พ.ต.อ.อรรถวุฒิ นิวาตโสภณ ผกก.สน.หลักสอง พร้อมด้วย ร.ต.อ.ธีราทัต สังสะนา รอง สว.จร.สน.หลักสอง และ ร.ต.อ.มนตรี เวียงเงิน รอง สว.จร.สน.หลักสอง ร่วมกันจับกุมตัว นายหรั่ง (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ,นายยุทธ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี และ นายทอม (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ทั้งหมดเป็นนักศึกษาชั้น ปวช.ปี 1 แผนกช่างไฟฟ้า วิทยาลัยเทคโนโลยีโพลีกรุงเทพ พร้อมของกลางอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก และปลอกกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 1 นัด โดยจับกุมตัวได้หลังก่อเหตุยิงนักเรียนอาชีวะคู่อริเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณแยกไฟแดง ถนนพุทธมณฑลสาย 2 ก่อนตัดเข้าถนนเพชรเกษม แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม.

 

 

 

 

                พ.ต.อ.อรรถวุฒิ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 15.00 น.ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.หลักสอง กำลังปฏิบัติหน้าที่อำนวยการจราจรอยู่ที่ถนนพุทธมณฑลสาย 2 ก่อนตัดเข้าถนนเพชรเกษม ใกล้ รพ.เกษมราษฎร์บางแค จู่ๆ เกิดเหตุนักเรียนตีกันบนรถประจำทางสาย 123 ซึ่งกำลังแล่นผ่านป้อมควบคุมสัญญาณบริเวณนั้น และมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ก่อนที่เด็กนักเรียน 2 ฝ่าย จะพากันวิ่งแตกกระเจิงหลบหนีไปคนละทิศละทาง โดยจังหวะนั้น เจ้าหน้าที่สังเกตเห็น นายหรั่ง นายยุทธ และ นายทอม วิ่งลงจากรถประจำทางคันที่เกิดเหตุ เพื่อจะโบกรถแท็กซี่หลบหนีไปทางถนนเพชรเกษม เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้ง 3 ราย เอาไว้โดยพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก และปลอกกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 1 นัด เหน็บอยู่ที่เอว นายหรั่ง จึงเชิญตัวทั้ง 3 ราย และของกลางมาทำการสอบสวนร่วมกับสหวิชาชีพ ที่ สน.หลักสอง

 

 

 

 

                พ.ต.อ.อรรถวุฒิ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกกระสุนปืนเข้าที่อกข้างขวา 1 ราย เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันนำตัวส่ง รพ.เกษมราษฎร์บางแค แล้ว แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา ทราบชื่อคือ นายพลวัฒน์ อายุ 17 ปี เบื้องต้นทราบว่าเป็นนักศึกษาก่อสร้างดุสิต ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามญาติพี่น้องรุดมาดูศพที่โรงพยาบาล ก่อนนำร่างส่งสถาบันนิติเวช รพ.ศิริราช ทำการผ่าหาสาเหตุการตาย และรับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

 

 

 

 

                จากการสอบสวนนายหรั่ง ยอมรับสารภาพว่า ตนและนายยุทธ กับนายทอม เป็นนักศึกษาแผนกช่างไฟฟ้า วิทยาลัยเทคโนโลยีโพลีกรุงเทพ ย่านถนนสวนผักตลิ่งชัน ก่อนเกิดเหตุเพิ่งเลิกเรียนนั่งรถประจำทางจากหน้าสถาบันกำลังมุ่งหน้ากับบ้านย่านกระทุ่มแบน โดยระหว่างที่นั่งอยู่บนรถ จู่ๆ กลุ่มเด็กนักเรียนคู่อริทราบว่าเป็นเด็กช่างก่อสร้างดุสิต ประมาณ 10 คน ใช้รถจยย. จำนวน 5 คัน พากับขี่รถมาจอดเทียบขณะติดไฟแดงตรงแยกพุทธมณฑลสาย 2 ตัดถนนเพชรเกษม จากนั้นคู่อริได้พยายามวิ่งขึ้นมาบนรถมีทั้งมีดและอาวุธปืน ตนจึงตัดสินใจชักปืนออกมายิงขู่ไป 1 นัด ไม่คิดว่ากระสุนจะถูกคู่กรณี

 

 

 

 

                “ส่วนสาเหตุที่ต้องพกอาวุธปืนไปเรียนหนังสือด้วยนั้น เนื่องจากต้องหาเอามาไว้ป้องกันตัว เนื่องจากเมื่อไม่นานมานี้ เพิ่งถูกเด็กช่างคู่อริไม่ทราบสถาบันไล่ยิงมาหมาดๆ กระสุนถากแขนจนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดย่านถนนกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ซึ่งตนขอยอมรับผิดกับเหตุการณ์นี้ ที่สำคัญเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ต้องทำเพื่อป้องกันตัวไม่เช่นนั้นผมและเพื่อนก็อาจตกเป็นเหยื่อเสียชีวิตเสียเอง” นายหรั่ง กล่าว

 

 

 

 

                เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีและใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ร่วมกันพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันสมควร แก่ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย โดยจะเชิญผู้ปกครอง ครูอาจารย์ และเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ มาร่วมสอบปากคำด้วย ก่อนคุมตัวฝากขังที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางในวันที่ 22 พ.ค.นี้ต่อไป

                ต่อมาเมื่อเวลา 19.30 น. นางสุดใจ อินทะศร อายุ 40 ปี มารดานายพลวัฒน์ อายุ 17 ปี ที่ถูกนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคโพลีกรุงเทพ ยิงเสียชีวิตบริเวณแยกไฟแดงถนนพุทธมณฑลสาย 2 ตัดถนนเพชรเกษม เดินทางมาดูศพลูกชาย พร้อมเล่าให้ฟังด้วยความโศกเศร้าว่า นายพลวัฒน์ เพิ่งถูกเชิญให้ออกจากโรงเรียนพาณิชย์ธนบุรี เนื่องจากเกรดไม่ถึง จึงออกมาอยู่บ้านเฉยๆ แต่ก็มีเพื่อนๆนักเรียนอาชีวะหลายสถาบันมาหาที่บ้านย่านสวนผักทุกวัน ตนเคยเตือนให้ระวังตัวเพราะกลัวจะไปมีเรื่องมีราว แต่สุดท้ายก็ห้ามไม่ได้ ที่ผ่านมาลูกเป็นคนขี้ขลาดไม่เคยมีประวัติทะเลาะวิวาทกับใครมาก่อน ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของชีวิตลูกชาย ตนยอมรับว่าตกใจและเสียใจมาก แต่ไม่รู้จะโทษใคร ต้องโทษตัวเองที่ตักเตือนลูกไม่ได้ ขอให้วัยรุ่นทุกคนเอาเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์และต้องเชื่อฟังพ่อแม่ เพราะเมื่อมีเหตุการณ์ขึ้นแล้วไม่มีใครเสียใจเท่าพ่อแม่ผู้ปกครองอย่างแน่นอน ส่วนศพลูกชายนั้นจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดซองพลู อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เนื่องจากญาติๆ พักอยู่แถวนั้น ซึ่งจะตั้งสวดกี่วันขอปรึกษากันในครอบครัวอีกครั้ง

 

 

 

 


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ