จากเหตุ นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี นักธุรกิจ เมาแล้วขับรถเบนซ์ ชนประสานงารถยนต์ พ.ต.ท.จตุพร งามสุชวิชชากุล หรือรองตี๋ รอง ผกก.สอบสวน กก.2 บก.ป. เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 62 เวลาประมาณ 23.30 น. บริเวณถ.ทวีวัฒนา- กาญจนาภิเษก ที่ขับมาพร้อมภรรยาและบุตรสาวคนเล็ก จน รอง ผกก.สอบสวน กก.2 บก.ป. เสียชีวิตอยู่ในรถยนต์ยี่ห้อซูซูกิ สวิฟ ส่วนภรรยาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ขณะที่ บุตรสาวคนเล็กบาดเจ็บสาหัส รักษาตัวที่โรงพยาบาลนั้น

 

 

 

               ล่าสุดวันนี้ (10 พ.ค.2562) พี่สาวภรรยาของ พ.ต.ท.จตุพร หรือรองตี๋ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ขอตั้งผู้ปกครองกรณีที่ผู้เยาว์นั้นบิดา-มารดาเสียชีวิต โดยระบุว่าขณะนี้บุตรสาวคนเล็กยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ส่วนบุตรสาวคนโตกำลังศึกษาในโครงการนักเรียนไทยกับสหรัฐอเมริกาและต้องกลับมาศึกษาต่อในโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ที่กรุงเทพฯ ซึ่งการยื่นคำร้องนี้ผู้เยาว์ทั้งสองและญาติของ 2 ฝ่ายก็ยินดีและเต็มใจให้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอเป็นผู้ปกครองผู้เยาว์ทั้งสองแทนบิดา-มารดาที่ถึงแก่กรรมแล้ว เนื่องจากญาติฝ่ายบิดาอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ ญาติฝ่ายมารดาอยู่ จ.นครราชสีมา จึงไม่สะดวกที่จะช่วยเหลือปกครองดูแลผู้เยาว์ทั้งสอง โดยผู้ร้องมีอาชีพการงานเป็นหลักแหล่งอยู่ที่กรุงเทพฯ จึงขอให้ศาลพิจารณาไต่สวนคำร้องและมีคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นผู้ปกครองของผู้เยาว์ทั้งสองต่อไป

               โดยผู้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งนัดไต่สวนโดยเร็ว เนื่องจากขณะนี้พนักงานอัยการจังหวัดตลิ่งชัน ได้รับสำนวนการสอบสวนจากพนักงานสอบสวนแล้ว กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาสั่งฟ้องผู้ที่ก่อเหตุที่ทำให้บิดา-มารดาผู้เยาว์ถึงแก่กรรม หากผู้เยาว์ได้มีโอกาสเข้าไปในคดีอาญาทันเวลาก่อนที่ศาลชั้นต้นในคดีดังกล่าวจะพิพากษา ผู้เยาว์จะได้ไม่เสียโอกาสมีผู้แทนในการเจรจาค่าเสียหายทางแพ่งกับผู้ก่อเหตุ

               ซึ่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง รับคำร้องขอตั้งผู้ปกครองไว้ไต่สวน ช่วงบ่ายในวันที่ 28 พ.ค.นี้

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาเมาแล้วขับรถเบนซ์ ชนประสานงานรถยนต์ครอบครัว รอง ผกก.สอบสวน กก.2 บก.ป. นั้น ระหว่างรอกระบวนการดำเนินคดี ก็ได้รับการประกันตัวไปในชั้นฝากขังศาลจังหวัดตลิ่งชัน ด้วยเงินสด 200,000 บาท