วันที่ 5 พ.ค.62 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคำวินิจฉัยของศาลฎีกา นายภูเบศวร์ เห็นหลอด ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ จ.สกลนคร ขาดคุณสมบัติ เป็นผู้มีสิทธิรับสมัครเลือกตั้งเนื่องจากเป็นหุ้นส่วนในกิจการสื่อมวลชน จะถือเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินคดีหุ้นสื่อฯของผู้สมัครส.ส.คนอื่นหรือไม่ ว่า เมื่อศาลฎีกาตัดสินมาอย่างนั้นใน 2 คดี คือ คดีที่ จ.สกลนคร และอ่างทอง ตนยอมรับว่าเป็นเรื่องแปลกที่ศาลมีคำวินิจฉัยออกมาอย่างนั้น เพราะตามรัฐธรรมนูญมาตรา 108 ใช้คำว่าเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้น ในกิจการที่เป็นสื่อสารมวลชน ซึ่งคำว่ากิจการนั้น หากถามตนคาดว่าน่าจะเป็นคนละอย่างกับคำว่าบริษัทหรือนิติบุคคล และในความเป็นจริงคนที่ไปถือหุ้นเขาก็ไม่รู้ว่าบริษัทนั้นมีวัตถุประสงค์อะไรบ้าง 

 

          นายวิษณุ กล่าวต่อไปว่า แต่จะมีบางรายที่ในวัตถุประสงค์ตามแบบมาตรฐานนั้น ไม่มี แต่เขาเขียนเติมลงไปเอง ซึ่งในราย จ.สกลนคร และอ่างทอง เขาไปเขียนเติมวัตถุประสงค์ในตอนยื่นจดทะเบียนว่าประกอบกิจการสื่อมวลชน ซึ่งรายละเอียดมากกว่าในแบบมาตรฐาน ศาลจึงมองว่ามีความตั้งใจที่จะทำการนั้น แต่ถ้าเป็นรายอื่นที่ถือหุ้นธรรมดาในบริษัทแล้ววัตถุประสงค์ไม่ได้เขียนเติมไป แต่เป็นไปตามแบบมาตรฐาน ตนยังรู้สึกเห็นใจว่าแบบนี้ไม่น่าจะเข้าข่าย และเมื่อเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นมาก็มีคนไปร้องศาล เพื่อให้ศาลพิจารณา ทั้งนี้ ยังมีกรณีที่ จ.สระแก้ว ซึ่งศาลกลับตัดสินว่าไม่เป็นลักษณะต้องห้าม

 

          "ปกติเมื่อกระบวนการผ่านมาถึงขั้นนี้แล้ว ถ้าจะหาว่าผิดก็ต้องเข้าไปสู่กระบวนการที่ขอให้ศาลเป็นคนสั่งให้พ้น เรื่องนี้จึงตอบลำบาก เพราะเป็นคดีอยู่ ผมไม่อยากลงลึก ดังนั้น 2 คดีดังกล่าวจะเป็นบรรทัดฐานคงพูดอย่างนั้นไม่ได้ ต้องร้องศาลก่อน อาจจะมีการเปรียบเทียบแบบคดีต่อคดีเพียงไม่กี่คดีก็รู้แล้ว แต่วันนี้คดีที่ต่างจาก จ.สกลนคร ยังไม่มีบรรทัดฐาน" นายวิษณุ กล่าว.