royal coronation
13 ธันวาคม 2562
เกษตร/ทำกิน/สัตว์เลี้ยง

"ดิฟเฟนบาเกีย"ปลูกเสริมบารมี

9 พฤศจิกายน 2562 - 03:35 น.
ไม้ใบทำเงิน,ดิฟเฟนบาเกีย
Shares :
เปิดอ่าน 192 ครั้ง

คอลัมน์ - ไม้ใบทำเงิน โดย - อุดม ฐิตวัฒนะสกุล  [email protected]  

 ต่อจากเสาร์ที่แล้ว

             คราวที่แล้วพูดถึง  ดิฟเฟนบาเกีย (Dieffenbachia) ไม้ประดับสกุลใหญ่ที่มีความหลากหลายของชนิดพันธุ์ที่ไม่ใช่มีแค่ “สาวน้อยประแป้ง และพืชสกุลนี้โดยส่วนใหญ่มีการค้นพบในธรรมชาติบนหมู่เกาะแถบทะเลแคริบเบียน และอีกหลายๆ พื้นที่ในเขตอเมริกาใต้ ซึ่งในอดีตยังมีเรื่องราวความลี้ลับอย่างน่าอัศจรรย์และคงมีการเก็บสะสมเพื่อปลูกตามความเชื่ออีกหลายประการ รวมถึงมีการปลูกเพื่อการปัดเป่าเสนียดจัญไร หรือใช้ป้องกันภูติผีสิ่งชั่วร้ายให้กลับกลายเป็นดี 

 

           กระทั่งความเชื่อเรื่องคงกระพันชาตรีที่มีอยู่ในว่านพญาช้างเผือก และ ว่านพญาหงสาวดี ก็ต่างเป็นดิฟเฟนบาเกียด้วยเช่นกัน โดยการเรียกขานคำนำหน้าชื่อว่าว่านก็เพื่อเป็นการสื่อถึงความเป็นสิริมงคล หรือมักใช้ในทางเสน่ห์เมตตามหานิยม เสริมบุญบารมี  

               เพื่อความกระจ่างของพันธุ์ไม้ชนิดนี้ วันนี้มาเล่าต่อกันถึงมหันตภัยร้ายจากการนำไม้ประดับสกุลดังกล่าวนี้มาปลูกของคนในสายอาชีพเกษตรที่มักรู้จักและมีประสบการณ์ดีที่จะต้องมีการระวังมิให้สัมผัสกับน้ำยางโดยตรง เนื่องเพราะในส่วนของน้ำยางของพืชสกุลนี้จะมีสารที่เป็นพิษเรียกว่า แคลเซียมออกซาเลต (Calcium oxalate) ที่มีผลึกรูปเข็มอยู่อย่างมากมาย โดยมีขนาดเล็กมากซึ่งมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นกระจายอยู่ทั่วทุกส่วนของพืชชนิดนี้แม้ในชิ้นส่วนที่ขาดความสดแล้วก็ตามก็ยังคงสามารถทำอันตรายด้วยการไปสัมผัสด้วยเช่นกัน

              ไม้ชนิดนี้จึงมีการกล่าวขานถึงเรื่องพิษภัยต่างๆ นานาเพิ่มขึ้น จนเป็นกระแสตามสื่อโซเชียลถึงผลอันรุนแรงจากการสัมผัสตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย หรือแม้กระทั่งเป็นการนำเข้าสู่ปากจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ปฏิกิริยาจากสารดังกล่าวก็จะส่งผลโดยตรงต่อการระคายเคืองทันที ซึ่งจะมีผลมากน้อยขนาดไหนก็ขึ้นอยู่กับบริเวณจุดที่สัมผัส ปริมาณที่ได้รับ และการมีภูมิป้องกันที่แตกต่างกันออกไปของแต่ละคนอีกด้วย 

              ซึ่งการแก้ไขในเบื้องต้นสามารถทำได้โดยการล้างน้ำสะอาดแบบให้ไหลผ่านตรงจุดนั้นโดยทันที อาการดังกล่าวก็จะทุเลาลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากนั้นอาจรับประทานยาแก้แพ้หรือยาสมุนไพรจำพวกรางจืดอย่างถูกวิธีก็จะช่วยได้มาก หากมีอาการหนักมากก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาตามหลักวิชาการก็ยิ่งเพิ่มความมั่นใจและคลายความกังวลจากกรณีดังกล่าวได้ดี 

               อย่างไรก็ตามเราคงเห็นและมีการใช้ไม้ประดับชนิดนี้อยู่อย่างแพร่หลายมาแล้ว แต่หากอยากจะใช้ให้ถูกวิธีและเกิดประโยชน์ตามสถานะไม้ประดับให้มีมูลค่าได้อย่างไร..? โปรดติดตามตอนต่อไปครับ!

 

ข่าวเกี่ยวข้องในเครือ
Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ