royal coronation
วันที่ 19 ตุลาคม 2562
เกษตร/ทำกิน/สัตว์เลี้ยง

เฉลิมชัย งัดมาตรการแก้ปัญหายางระยะยาว

วันที่ 5 กันยายน 2562 - 00:00 น.
ยางพารา,ชดเชยยางพารา,เฉลิมชัย
Shares :
เปิดอ่าน 8,046 ครั้ง

"เฉลิมชัย"เดินหน้างัดมาตรการแก้ปัญหายางระยะยาว ลดพื้นที่ปลูก-ดันใช้ในประเทศจริงจัง ยกระดับเสถียรภาพราคาอย่างยั่งยืน

  
5 กันยายน 2562    ชาวสวนยางขานรับนโยบายประกันรายได้ ขอบคุณรัฐบาลรักษาสัญญา ช่วยซับน้ำตาชาวสวน-คนรับจ้างกรีดที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนจากยางราคาตกกว่า1.7 ล้านคนv

 

ภายหลังนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกมาประกาศเตรียมนำโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางพารา ระยะที่ 1 นำเสนอให้ครม. พิจารณาเร่งด่วน  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนยางและลดผลกระทบให้แก่เกษตรกรที่กำลังประสบปัญหาราคายางพาราตกต่ำ

 

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  กล่าวว่า  เพื่อให้มาตรการดังกล่าวเกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้  กระทรวงเกษตรฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมากำกับดูแล 4 คณะคือ  1. คณะกรรมการบริหารโครงการฯ 2. คณะทำงานกำหนดราคากลางอ้างอิง   3.คณะกรรมการบริหารโครงการฯ ระดับจังหวัด และ4.คณะทำงานระดับตำบล      นอกจากนี้ในส่วนของมาตรการช่วยเหลือยาว ตนจะเร่งขับเคลื่อนมาตรการด้านอื่นๆคู่ขนานกันไป  อาทิ  การเพิ่มการใช้ยางภายในประเทศการลดพื้นที่ปลูกยาง ตลอดจนการสร้างให้ไทยเป็นตลาดกลางยางพาราของโลกเพื่อป้องกันการบิดเบือนราคาจากตลาดซื้อขายยางล่วงหน้าในต่างประเทศ

           

สำหรับ โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางพารา ระยะที่ 1 กระทรวงเกษตรฯ กำหนดระยะเวลาดำเนินงานตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 – กันยายน 2563  กำหนดราคายางที่ประกันรายได้ ประกอบด้วย   ยางแผ่นดิบคุณภาพดี 60 บาท/กิโลกรัม   น้ำยางสด (DRC 100%) 57.00 บาท/กิโลกรัม   ยางก้อนถ้วย (DRC 100%) 50.00 บาท/กิโลกรัม   โดยกำหนดปริมาณผลผลิตยางที่จะประกันรายได้เป็นยางแห้ง 20 กิโลกรัม/ไร่/เดือน

 

โดยครม.ได้อนุมัติจ่ายค่าชดเชยส่วนต่างจากการขายยางเมื่อเทียบกับราคาในโครงการประกันรายได้เป็น 3 กรณี   ดังนี้  รายละไม่เกิน 25 ไร่จะใช้งบประมาณ 26,627,343,816.59 บาท    รายละไม่เกิน 20 ไร่จะใช้งบประมาณ 24,928,133,299.41 บาทและรายละไม่เกิน 15 ไร่จะใช้งบประมาณ 22,280,417,136.65 บาท     ล่าสุดมีเกษตรกรชาวสวนยางที่เข้าร่วมโครงการขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) แล้วเป็นพื้นที่ 17,201,390.77 ไร่ เกษตรกร 1,412,017 รายและคนกรีด 299,235 ราย    
       

                                  

นายกิตติธัช ณ วาโย  รองผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรรัตภูมิ  จำกัด แสดงความคิดเห็นต่อนโยบายดังกล่าวว่า  ปัจจุบันสหกรณ์การเกษตรรัตภูมิมีสมาชิก 4,000 กว่าคน  ส่วนใหญ่ยึดอาชีพทำสวนยางพาราและธุรกิจหลักของสหกรณ์คือรวบรวมน้ำยางสดแปรรูปเป็นยางแผ่นรมควันโดยรับซื้อยางประมาณ 500กว่าตัน/ปี ปัจจุบันสมาชิกมีความเดือดร้อนจากปัญหายางราคาตกอย่างต่อเนื่อง  เมื่อได้ข่าวว่ารัฐบาลจะเข้ามายื่นมือช่วยด้วยการประกันรายได้ให้เกษตรกรก็พากันดีใจ หากมีการประกันราคายางไม่ว่าชนิดไหนเกิน50บาทขึ้นไปชาวบ้านก็พอใจแล้ว

 

นายกิตติธัช  กล่าวถึงสถานการณ์ราคายางในขณะนี้ด้วยว่า  ในส่วนของสหกรณ์จะทำการรับซื้อน้ำยางสดจากสมาชิกอยู่ที่ประมาณ 35 – 37 บาทถือว่าเป็นเกณฑ์ที่ต่ำมาก ส่วนราคาที่รัฐบาลจะประกันให้ทราบว่าอยู่ที่ราคา 50 บาทซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ทำชาวบ้านก็ใจชื้นขึ้น ส่วนระยะเวลาในการดำเนินการที่หลายฝ่ายอาจมองว่าให้การช่วยเหลือสั้นเกินไปแต่สำหรับตนมองว่าระยะสั้น-ยาวไม่สำคัญ  มาตรการที่ออกมาเป็นสื่อสัญลักษณ์ให้เห็นถึงความจริงใจของรัฐบาลในการรักษาสัญญาที่ได้รับปากกับชาวสวนยางไว้  เมื่อความเดือดร้อนของเกษตรกรคลี่คลายลงก็อยากให้รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาในระยะยาว   เพื่อผลักดันเสถียรภาพราคายางให้มั่นคงแบบยั่งยืนขึ้น   โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้ยางในประเทศจะต้องเดินหน้าควบคู่กันไปด้วย    

 

“ปัจจุบันสหกรณ์ไม่ได้หวังพึ่งภาครัฐแต่เพียงอย่างเดียว  เราต้องพึ่งตนเองด้วย  ด้วยการหันมาเพิ่มมูลค่ายางพาราด้วยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปยางพารา   โดยได้เช่าพื้นที่โครงการนิคมอุตสาหกรรมยางพารา (Rubber City) ในนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ จังหวัดสงขลา  เพื่อใช้เป็นฐานการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆเพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออก   ปัจจุบันแปรรูปทั้งยางอัดก้อน  ยางอัดก้อน  ​ยางรองส้นเท้าลดแรงกระแทก  รองเท้านักเรียนหญิง และรองเท้าแตะ ตรา GROWY  จากยางกก.ละ 40 บาทเมื่อนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ส้นรองเท้าใช้สามารถขายได้350-400 บาท/คู่   ในขณะที่ใช้น้ำยางเพียง 2 กรัมเท่านั้น  ซึ่งผมคิดว่าหากทุกฝ่ายช่วยกันส่งเสริมการใช้ยางในประเทศด้วยการแปรรูปก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับราคายางได้”  นายกิตติธัช  กล่าว       

 

 

 

นางดวงทิพย์  มะณี   อายุ 53 ปี  เกษตรกรชาวสวนยาง  ตำบลกำแพงเพชร อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา  กล่าวว่า   ที่ผ่านมาเกษตรกรชาวสวนยางมีความเดือดร้อนมากจากราคายางที่ตกฮวบ แถมยังประสบปัญหาน้ำยางให้ผลผลิตต่ำลงเนื่องจากฝนตกทุกวัน  ส่งผลให้เกษตรกรเป็นหนี้สินตามมา  เมื่อทราบว่ารัฐบาลมีนโยบายประกันรายได้ชาวสวนทุกคนก็พากันดีใจ  และเฝ้ารอดูว่ารัฐบาลทำจริงหรือไม่   

 

ส่วนราคาที่ประกันรายได้ที่ประกาศ ในส่วนของยางแผ่นดิบคุณภาพดี 60 บาท/กก.นั้นถือว่ารับได้และทำให้เกษตรกรชาวสวนยางยิ้มออก   ทุกวันนี้ขายน้ำยางให้กับสหกรณ์การเกษตรรัตภูมิ ในราคา 38 บาท/กก.หรือประมาณ 3กก.100 บาท   วันหนึ่งได้ประมาณ 20 กว่ากก. คิดเป็นรายได้วันละ 700-800บาทเท่านั้นถือว่าไม่คุ้มเพราะต้องแบ่งรายได้กับคนรับจ้างกรีดอีก 50% ของรายได้และขอบคุณรัฐบาลที่รักษาสัญญาในการช่วยเหลือชาวสวนยางในครั้งนี้  

 

นายนิด  จันทร์พุ่ม  ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว จำกัด  อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง  กล่าวว่า แม้โครงการประกันรายได้ครั้งนี้จะเป็นเพียงโครงการระยะสั้น แต่ก็ถือว่าช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจชาวสวนยางให้มีกำลังใจขึ้น ปัจจุบันสหกรณ์มีสมาชิก 5,700 รายรับซื้อสมาชิกอยู่ที่ 37 บาท/กก.ทำให้มีส่วนต่างจากราคาประกันอยู่ 23 บาทซึ่งถือเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นของเกษตรกร   ส่วนยางก้อนถ้วยนั้นในพื้นที่จังหวัดตรังไม่ค่อยผลิตอยู่แล้วจึงไม่มีปัญหาราคาในยางประเภทนี้ เนื่องจากสหกรณ์จะรับซื้อเฉพาะ น้ำยางสด ยางแผ่นดิบ ยางแผ่นดิบรมควันเท่านั้น

 

“สำหรับราคาประกันยางแผ่นดินที่ราคา 60 บาท/กก.ถือว่าเป็นราคาในเกณฑ์ที่เหมาะสม   เพราะสิ่งที่ชาวสวนยางต้องการในขณะนี้ขอแค่ให้ราคายางในราคาประกันอย่าต่ำกว่า 60 บาทมิฉะนั้นเกษตรกรจะอยู่ลำบาก   อย่างไรก็ตามนอกจากการดูแลเกษตรกรในระยะสั้นๆแล้ว   อยากให้รัฐบาลวางมาตรการในการรักษาเสถียรภาพราคายางในระยาวควบคู่กันด้วย   เช่น  ส่งเสริมให้มีการใช้ยางภายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างจริงจัง  การส่งเสริมการนำน้ำยางไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เป็นต้นและพร้อมให้กำลังใจรัฐบาลในการเดินหน้าแก้ปัญหาราคายางในครั้งนี้”นายนิด กล่าว    

 

 

นายสักการะ  เที่ยงพึงธรรม  ผู้จัดการสหกรณ์กองทุนสวนยางจันดี ตำบลจันดี อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช  กล่าวว่า หากนโยบายดังกล่าวให้การช่วยเหลือทั้งเกษตรกรเจ้าของสวนและคนกรีด โดยหลักการถือเป็นมาตรการที่ดีแม้จะเป็นมาตรการระยะสั้นก็ตามซึ่งระยะยาวเชื่อมั่นว่ารัฐบาลคงมีมาตรการเพิ่มเติมตามมา  

 

สหกรณ์กองทุนสวนยางจันฯ  ปัจจุบันสหกรณ์รับซื้อน้ำยางสดจากสมาชิกอยู่ที่ 37 บาท/กกในขณะที่รัฐบาลประกันราคาให้ 57 บาทจะทำให้เกษตรมีรายได้เพิ่มจากโครงการ 20บาท/กก. ส่วนราคายางแผ่นดิบรับซื้ออยู่ที่ 39 บาท/กก.เกษตรกรจะมีรายได้เพิ่ม 21 บาท/กก.  

 

อย่างไรก็ตามเพื่อให้โครงการมีประสิทธิภาพมากขึ้น   อยากให้กระทรวงเกษตรฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประชาสัมพันธ์โครงการโดยเฉพาะรายละเอียดเกี่ยวกับกฏกติกาเงื่อนไขให้เกษตรกรเข้าใจให้มากขึ้น    เพราะขณะนี้ยังมีเกษตรกรจำนวนมากที่ขาดข้อมูลในการเข้าร่วมโครงการ

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-นโยบายที่กินได้ ยาง 60 บาท
-ชาวสวนยางเตรียมเฮ 60บาทต่อกิโลเป็นจริงซะที
-ตั้งเป้า 60 บาทต่อกก.ชดเชย 1.3 ล้านชาวสวนยาง
-"เฉลิมชัย" เทงบ 3.3หมื่นล้าน ลุยประกันราคายาง 60 บาท

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ