ในคราวที่แล้วผมทิ้งท้ายไว้ในเรื่องของเทคโนโลยีและก้าวหน้าของโลกดิจิทัลที่ทำให้สื่อมวลชนได้รับผลกระทบและต้องปรับตัวในการดำเนินกิจการกัน ถ้าพูดให้เห็นกันง่ายอย่างสื่อหนังสือพิมพ์ นิตยสารหลายฉบับก็ต้องปิดตัวไป หรือไม่ก็ปรับรูปแบบไปเป็นสื่อออนไลน์กันเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เนื่องจากตัวเทคโนโลยีเองบวกกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้รับสื่อในเกือบทุกกลุ่มซึ่งก็ไม่ได้ยกเว้นแม้แต่กลุ่มเกษตรกรด้วย ดังนั้นสื่อมวลชนทุกประเภทไม่เว้นแม้แต่วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ซึ่งวิธีการนั้นก็มีแตกต่างกันออกไปสุดแท้แต่ว่าจะเลือกทำกันแบบไหน

 

      สำหรับตัวผมเองนั้นมองว่าภาพสถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้นเป็นหน่วยงานในรูปแบบของทางทางราชการ การจะปรับรูปแบบให้ทันสมัยเหมือนกันหน่วยงานหรือบริษัทเอกชนน่าจะทำได้ค่อนข้างลำบาก แต่สิ่งที่ผมคิดกับความเป็นจริงนั้นตรงกันข้ามเลยครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ด้วยวิธีคิดของท่านผู้อำนวยการใหญ่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คือ ผศ.อนุพร สุวรรณวาจกกสิกิจ ซึ่งวิธีคิดของท่านคือการปรับตัวตาม เทคโนโลยี สภาพแวดล้อมที่เป็นจริง และพฤติกรรมของกลุ่มผู้ฟัง ซึ่งเมื่อทุกอย่างเปลี่ยน เราก็ต้องเปลี่ยนตาม 

       แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือคอนเท้นท์ยังคงเป็นเรื่องราวทางการเกษตร แต่ต้องเหมาะสมกับยุคสมัยและความต้องการของเกษตรกร และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือเราต้องให้ช่องทางในการเข้าถึงที่มากกว่า เนื้อหาที่ตรงความต้องการมากกว่า เครือข่ายข้อมูลความรู้ที่มากว่า และรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมที่มากกว่า ตามแนวคิดใหม่ของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ใช้ชื่อว่า KUR+

         เรียกได้ว่าเป็นแนวคิดที่ตอบโจทย์กับโลกปัจจุบันจริง โดยการกระจายเสียงในทุกวันนี้ทำในสองรูปแบบคือ ระบบ AM stereo และในระบบ Digital ผ่าน Application บนสมาร์ทโฟนและแทปเลต โดยนำเสนอรายการโดยมีทั้งภาพและเสียง อีกทั้งสามารถตอบโต้พูดคุยระหว่างผู้จัดและผู้ฟังรายการได้ภายในเวลาเดียวกัน เรียกว่าการรับฟังรายการวิทยุเกษตรสมัยนี้สามารถฟังได้ทั้งเสียง รับชมทั้งภาพ และยังสามารถพูดคุยซักถามได้ไปพร้อมๆกันด้วย ซึ่งการกระจายเสียงทั้งสองช่องทางก็ยังถือเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้รับฟังรายการกลุ่มดั้งเดิมที่ยังนิยมชมชอบการรับฟังเสียงแต่เพียงอย่างเดียวผ่านเครื่องรับวิทยุ และตอบสนองการรับฟังของกลุ่มผู้ฟังรุ่นใหม่ผ่าน Application บนสมาร์ทโฟนและแทปเลต

      โดยแนวโน้มในการรับฟังของกลุ่มผู้ฟังเก่าที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับฟังจากเครื่องรับวิทยุมาเป็นการฟังผ่าน Application ก็มีจำนวนที่เพิ่มขึ้น ตรงนี้เองก็เป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการรับฟังอย่างไร้ข้อจำกัดในด้านสถานที่และเวลา

 

            รายการวิทยุในปัจจุบันไม่ใช่จำกัดแค่เพียงการให้ความรู้ แต่เป็นการสร้างและจุดประกายให้ผู้ฟังไปค้นหาความรู้ และสร้างเครือข่ายความรู้ให้กว้างออกไป รายการวิทยุในปัจจุบันจึงไม่ใช่แค่รายการแต่เป็นวิธีการและกิจกรรมในการสร้างสรรค์ความความรู้ให้เกษตรกรได้พัฒนาศักยภาพของตนเองตามความรู้ความสามารถและความต้องการที่แท้จริง โดยมีสถานีวิทยุคอยเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลอยู่เคียงข้าง ในครั้งหน้าผมจะมาเล่าให้ฟังถึงผลที่เกิดขึ้นกับตัวเกษตรกรและสิ่งที่เกษตรกรนำไปทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและเครือข่ายต่อไปครับ