สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการฝายคลองท่ากระจาย ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้วยทรงห่วงใยความเดือดร้อนของราษฎร ต.คลองพา อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 3,518 ครัวเรือน ราษฎร 8,134 คน พื้นที่เพาะปลูกประมาณ 82,056 ไร่ ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดังพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา ต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

 

เดิมที ต.คลองพา อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี มีสภาพพื้นที่เป็น 2 ลักษณะ ทิศตะวันออกเป็นพื้นที่ราบลุ่มและมีน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ สภาพดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนดินเหนียวเหมาะแก่การทำนา ทำสวน และเลี้ยงสัตว์ ส่วนทิศตะวันตกเป็นพื้นที่ราบสูงลักษณะป่าเขา สภาพพื้นที่มีปัญหาด้านการพังทลายของหน้าดินในช่วงฤดูฝน เหมาะแก่การทำสวน เช่น สวนยางพารา และสวนปาล์มน้ำมัน โดยมีถนนสายเพชรเกษม 41 เป็นแนวแบ่งเขต ประชากรหมู่ 1 ต.คลองพา มีจำนวน 270 ครัวเรือน ราษฎร 1,080 คน และหมู่ 3 ต.สมอทอง จำนวน 311 ครัวเรือน ราษฎร 1,244 คน

ที่ผ่านมาราษฎรในพื้นที่จะอาศัยน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติคือคลองท่ากระจาย ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบที่สำคัญในการผลิตน้ำประปาให้แก่ชุมชน แต่เนื่องจากพื้นที่บางส่วนเป็นที่ราบสูงและภูเขาสูง จึงประสบปัญหาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง

โครงการฝายคลองท่ากระจายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2560 ตามที่ราษฎรหมู่ 1 ต.คลองพา อ.ท่าชนะ ที่ได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการก่อสร้างฝายชนิดกล่องหิน สูง 3 เมตร ยาวประมาณ 45 เมตร พร้อมทั้งอาคารป้องกันตลิ่งฝั่งซ้ายและขวาชนิดกล่องหิน สูงประมาณ 5 เมตร ยาวด้านละ 50 เมตร

เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถช่วยเหลือราษฎรหมู่ 1 ต.คลองพา จำนวน 270 ครัวเรือน ราษฎร 1,080 คน และหมู่ 3 ต.สมอทอง จำนวน 311 ครัวเรือน ราษฎร 1,244 คน ให้มีน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค และทำการเกษตร ประมาณ 700 ไร่ ได้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี อีกทั้งสามารถระบายช่วงน้ำหลากได้มากกว่า 569.68 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อีกด้วย

ประมวล ทิพพิเศษ ราษฎรตำบลคลองพา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่สละพื้นที่ทำกินบางส่วนเพื่อสร้างฝายคลองท่ากระจาย เล่าว่า “...ในอนาคตลำคลองจะไม่มีน้ำ เนื่องจากระยะหลังเมื่อเข้าฤดูแล้งคลองจะแห้งขอดไม่มีน้ำไหลผ่านเช่นอดีตที่ผ่านมา เพราะลำคลองกว้างประมาณ 1 วากว่าๆ ลึกประมาณครึ่งเมตร สภาพน้ำขุ่นไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการอุปโภคได้ ซึ่งหากไม่มีการสร้างฝายเพื่อเก็บกักน้ำและยกระดับน้ำขึ้นมา ราษฎรในพื้นที่จะต้องเดือดร้อนอย่างมาก และลำคลองแห่งนี้ก็จะกลายเป็นตำนานว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นคลองเท่านั้น ราษฎรตำบลคลองพาจึงได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานความช่วยเหลือจากพระองค์ท่าน...”

“...ทุกคนต่างดีใจอย่างที่สุด สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์พระราชทานความช่วยเหลือมาสู่ราษฎรในครั้งนี้ ด้วยการรับโครงการฝายคลองท่ากระจาย ตำบลคลองพา ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ...”

ส่วน ปัทมาภรณ์ สกุลทอง ราษฎรอีกรายที่ได้บริจาคพื้นที่ทำกินบางส่วนบริเวณฝั่ง ต.สมอทอง ซึ่งเป็นอีกฝั่งหนึ่งของคลองท่ากระจาย บอกว่า ประชาชนในพื้นที่ทุกคนต่างตื้นตันเป็นอย่างมากที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ท่าน ได้พระราชทานโครงการก่อสร้างฝายแห่งนี้ เพื่อเก็บกักและยกระดับน้ำในคลองท่ากระจายให้สูงขึ้น

“ปัจจุบันในพื้นที่นี้มีกลุ่มผู้ใช้น้ำอยู่แล้ว ซึ่งทุกคนต่างพร้อมใจกันที่จะช่วยกันดูแลรักษาฝายแห่งนี้ให้มีความสมบูรณ์ต่อเนื่องอย่างดีที่สุด และจะร่วมกันบริหารจัดการน้ำเพื่อให้ราษฎรในพื้นที่ได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน”

ด้าน พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมคณะอนุกรรมการฯ  กล่าวระหว่างติดตามความก้าวหน้าและตรวจเยี่ยมพบปะราษฎรในบริเวณพื้นที่ที่จะก่อสร้างโครงการว่า โครงการก่อสร้างฝายคลองท่ากระจาย ตำบลคลองพา ถือเป็นโครงการ 2 รัชกาล คือประชาชนและผู้นำในพื้นที่ได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เพื่อขอรับพระราชทานความช่วยเหลือ ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจสภาพพื้นที่และความเดือดร้อนของราษฎร รวมถึงความเป็นไปได้และประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ เมื่อความทรงทราบถึงสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีพระเมตตา โดยทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่อจากในหลวงรัชกาลที่ 9

“เป็นโครงการที่สามารถกล่าวได้ว่าไม่มีปัญหาและอุปสรรคอะไรเลย เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ต่างให้ความร่วมมือดี และมีประชาชน 2 ครอบครัว ได้อุทิศที่ดิน ซึ่งครอบครองโดยกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายถูกต้องทุกประการ เพื่อใช้ในการก่อสร้างฝายให้แก่ทางโครงการ ก็ถือว่าเป็นความเสียสละที่น่ายกย่องชมเชยเป็นอย่างยิ่ง ก็คาดว่าไม่เกิน 1 ปีนับจากนี้โครงการก่อสร้างฝายคลองท่ากระจาย ตำบลคลองพา ก็จะแล้วเสร็จสมบูรณ์ เอื้อประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ตามเป้าหมายทุกประการ”

 

นอกจากนี้ ราษฎรยังเตรียมความพร้อมโดยการจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำในชื่อ “กลุ่มบริหารกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านสมอทองบ้านชายท่าร่วมพัฒนา” มีจำนวนสมาชิกรวม 45 คน เพื่อบริหารและจัดสรรน้ำให้เพียงพอ เกิดความยุติธรรมในการใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนร่วมกันบำรุงรักษาฝายแห่งนี้ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา ต่อยอดโครงการให้บังเกิดประโยชน์แก่ชุมชนของตนเองต่อไป