พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เป็นพระราชโอรสพระองค์เดียว ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชสมภพ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 ทรงเป็นสยามมกุฎราชกุมารพระองค์ที่ 3 ของไทย

ทรงมีพระเชษฐภคินี คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และพระขนิษฐา 2 พระองค์ คือ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

มีพระราชธิดา 2 พระองค์ คือ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และมีพระราชโอรส 1 พระองค์ คือ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ

เนื่องด้วยสนพระราชหฤทัยด้านการทหารนับแต่ทรงพระเยาว์ และยังทรงพระวิริยะอุตสาหะในการเพิ่มพูนความรู้ และพระประสบการณ์อยู่เสมอ โดยทรงเข้าศึกษาในระดับเตรียมทหารที่โรงเรียนคิงส์ ประเทศออสเตรเลียในปี พ.ศ. 2513 จากนั้นทรงเข้าศึกษาในวิทยาลัยการทหารชั้นสูงที่วิทยาลัยการทหารดันทรูน กรุงแคนเบอร์ราในปี พ.ศ. 2515 หลักสูตรของวิทยาลัยการทหารแห่งนี้แบ่งออกเป็น 2 ภาค คือ ภาควิชาการทหาร รับผิดชอบและดําเนินการโดยกองทัพบกออสเตรเลีย ส่วนอีกภาคหนึ่งเป็นการศึกษาวิชาสามัญ ระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ เมื่อทรงสําเร็จการศึกษาแล้วยังทรงศึกษาเพิ่มเติมในหลักสูตรการทหารของหน่วยงานต่างๆ อยู่เสมอ

ทรงเข้าศึกษาอบรมหลักสูตรการบินต่างๆ ทั้งหลักสูตรบินเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป เฮลิคอปเตอร์แบบโจมตี หลักสูตรการฝึกบินเครื่องบินปีกติดลําตัว เครื่องบินขับไล่ หรือหลักสูตรนักบินพาณิชย์ ทรงสอบได้ใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก และทรงได้รับใบอนุญาตเป็นกัปตันเครื่องบินโบอิ้ง 737 โดยทรงเป็น “เจ้าฟ้านักบินขับไล่ไอพ่น” พระองค์แรกแห่งราชวงศ์จักรี

เมื่อมีพระชนมายุครบ 20 พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2515 โดยมีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สิริกิติยสมบูรณสวางควัฒน์ วรขัตติยราชสันตติวงศ์ มหิตลพงศอดุลยเดช จักรีนเรศยุพราชวิสุทธ สยามมกุฎราชกุมาร”

ตลอดระยะเวลาที่ทรงดํารงพระราชอิสริยยศ “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” ทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อบําบัดทุกข์บํารุงสุขให้กับประชาชนมาโดยตลอด อาทิ เสด็จฯ ไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านศาสนา มูลนิธิการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยพระองค์พระราชทานให้กับเยาวชนทั้งชาย และหญิงที่เรียนดี ประพฤติดี แต่มีฐานะยากจนทั่วประเทศ

วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ปวงชนชาวไทยทั้งผองปลาบปลื้มปีติ ภายหลังผ่านความโศกเศร้าอาลัยจากการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 พิธีมหามงคลเริ่มขึ้นภายหลังจากเสร็จการพระราชพิธีทรงบําเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (ครบ 50 วัน) ถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เวลา 19.16 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จออก ณ ห้อง UPPER MAIN CR.M (ห้อง วปร.) พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา เข้าเฝ้า ฯ เพื่อกราบบังคมทูลอัญเชิญองค์รัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นรัชกาลที่ 10 พระองค์มีพระราชดํารัสตอบรับการขึ้นทรงราชย์ ความว่า

“ตามที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภาได้กล่าวในนามของปวงชนชาวไทยเชิญข้าพเจ้าขึ้นครองราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์ ถ้าเป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎมนเทียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ กับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น ข้าพเจ้าขอตอบรับเพื่อสนองพระราชปณิธานและเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทยทั้งปวง”

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานับประการด้วยความวิริยะอุตสาหะ มุ่งมั่นตั้งใจอย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย พระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ ทั้งที่ทรงปฏิบัติแทนพระองค์ และทรงปฏิบัติในส่วนพระองค์เองล้วนเป็นไปเพื่อประเทศชาติให้มีความเจริญก้าวหน้ามั่นคง และเพื่อประชาชนชาวไทยได้มีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
  • 117แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั่วไทย ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

    29/04/2562

    “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” เป็นพระราชพิธีสำคัญที่แสดงถึงความเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ โดยแบ่งออกเป็น 2 พระราชพิธีสำคัญคือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก และพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร ซึ่งพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ประกอบด้วย พระราชพิธีสรงพระมุรธาภิเษก พระราชพิธีถวายน้ำอภิเษก พระราชพิธีถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ และการสถาปนาพระราชินีและพระราชวงศ์ส่วนพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียรเป็นพระราชพิธีที่จัดขึ้นโดยเหล่าสมาชิกของราชวงศ์ในพระบรมมหาราชวัง
    อ่านรายละเอียด
  • หลอมรวมดวงใจ ถวายพระเกียรติ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562

    30/04/2562

    “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” เป็นโบราณราชประเพณีที่สืบทอดมายาวนาน เพื่อการเสด็จขึ้นครองราชย์โดยสมบูรณ์ของพระมหากษัตริย์ไทย ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในราชอาณาจักรไทยมีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย ผ่านกรุงศรีอยุธยา มาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ล่าสุด “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2652” ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562 นี้ ยังคงยึดตามระเบียบแบบแผนราชประเพณีโบราณอย่างครบถ้วน ขณะเดียวกัน หน่วยงานต่างๆ ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการจัดทำและจัดสร้าง “สิ่งใหม่ๆ” อันเกี่ยวเนื่อง กับพระราชพิธีสำคัญครั้งนี้ เพื่อให้พสกนิกรไทยทั้งในประเทศและทั่วโลกได้ร่วมเทิดพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดี โดย “คม ชัด ลึก” ได้รวบรวมมาไว้ดังนี้
    อ่านรายละเอียด
  • พร้อม‘ต้อนรับ-ดูแล’ ประชาชนร่วมถวายพระพรชัยมงคล

    01/05/2562

    ด้วยน้ำพระราชหฤทัยของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัววชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงห่วงใยประชาชนชาวไทยที่จะเดินทางมาร่วมถวายความจงรักภักดีและร่วมถวายพระพรชัยมงคลในพิธีประวัติศาสตร์ “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562” จึงทรงมีรับสั่งแก่คณะผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ความว่า “ให้ดูแลประชาชนที่มาร่วมงานอย่างดีเสมือนเป็นแขกของพระราชา” รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กำชับให้หน่วยงานภาครัฐ ทหารตำรวจ รัฐวิสาหกิจ ดูแลและอำนวยความสะดวกประชาชนทั้งในเรื่องความ
    อ่านรายละเอียด
  • ลึกซึ้งในความหมาย ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ บรมราชาภิเษก

    02/05/2562

    เกือบ 70 ปีมาแล้วที่คนไทยได้ชื่นชมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก นับแต่ครั้ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเมื่อปี 2493 ในวันนี้ปวงชนชาวไทยจะมีโอกาสบันทึกความทรงจำในพระราชพิธีสำคัญสำหรับการที่พระมหากษัตริย์จะทรงเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ตามโบราณราชประเพณีอีกครั้ง เมื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้น ระหว่าง วันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562
    อ่านรายละเอียด
  • กษัตริย์นักบินพระองค์แรก’แห่งราชวงศ์จักรี

    03/05/2562

    ตลอดระยะเวลาที่คนไทยได้ชื่นชมพระบารมีของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร นับแต่ทรงดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ภาพที่ปวงชนชาวไทยเห็นจนเจนตา คือภาพที่ทรงฉลองพระองค์ในเครื่องแบบทหารอากาศ และฉลองพระองค์นักบิน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทรงพระปรีชาสามารถทางด้านการบินเป็นเอกอุ
    อ่านรายละเอียด
  • สดุดีราชา แกล้วกล้าชาตินักรบ

    03/05/2562

    จวบจนบัดนี้ย่อมเป็นที่ประจักษ์แน่ชัดแล้วว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงเป็นกษัตริย์นักรบของปวงชนชาวไทยโดยแท้จริง เพราะเราได้ เห็นมาตลอดถึงพระปรีชาสามารถด้านการทหาร ทั้งการที่ทรง ศึกษาด้านวิชาทหารมานานจากสถาบันระดับโลก และยังหมายถึงการที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่เสี่ยงอันตรายในสมรภูมิ อีกด้วย
    อ่านรายละเอียด