Thailand Industrial Expo 2018 ไม้ต่อเพื่อ SMEs 4.0 สร้าง Platform อนาคต ยกระดับอุตสาหกรรมไทย ด้วย Success Story

เศรษฐกิจ   1 ส.ค. 2561

“คือเราเป็นห่วงว่าถ้าไม่ทำวันนี้ คงไม่ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”

กอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมเปิดใจถึงที่มาการจัดงาน Thailand Industrial Expo 2018 (ti EXPO 2018) ภายใต้แนวคิด “CHANGE to SHIFT” เปลี่ยนเพื่อปรับ ยกระดับอุตสาหกรรมไทย”ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 2-5 สิงหาคมนี้

“งานนี้เป็นมิติใหม่ที่จะแสดงให้เห็นว่าต่อไปอุตสาหกรรมไทยต้องเป็นการทำธุรกิจในรูปแบบนี้ คือเป็นโชว์เคสมากขึ้น  เป็นการสร้าง Differentiate และสร้าง Value Added มากขึ้น เราจึงใช้ชื่องานนี้”

สำหรับ ti EXPO 2018 เป็นอีกงานที่จะแสดงให้เห็นยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนผู้ประกอบการ SMEs ให้มีศักยภาพและมีขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น

“ที่ผ่านมาเมื่อก่อนเราตั้งเป้าหมายการพัฒนาเฉพาะเอสเอ็มอีไทยภาคการผลิต ในบ้านเราผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยสามล้าน เป็นภาคการผลิตแค่สี่แสนกว่า อีกสองล้านกว่าที่เหลืออยู่ในภาคการค้าและบริการ ทั้งในภาคการเกษตร การค้าการขาย และภาคการบริการ ดังนั้นตลอดระยะเวลาการจัด ThailandIndustry Expo 2018 ทั้ง 4 วันทุกท่านจะได้พบกับนวัตกรรมกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร การผลิตและการบริการทั้งจะมีการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์และตอบโจทย์ความต้องการแท้จริงในการยกระดับเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการ SMEs ไทยในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญทั้งการผลิตและบริการ”

อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกล่าวต่อว่า ในการขับเคลื่อนผู้ประกอบการ SMEs เพื่อทรานสฟอร์มเป็น SMEs 4.0 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้วางแผนกลยุทธ์ เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนา SMEs ในยุค 4.0 ภายใต้แนวคิด 4 TOOL กับ 1 Strategy ประกอบด้วย IT จะให้บริการด้านการพัฒนาระบบข้อมูลและสารสนเทศAutomation การพัฒนาระบบการผลิต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตRobot ลดการใช้แรงงานในกระบวนการผลิตInnovation เชื่อมโยงงานวิจัยสู่การพัฒนานวัตกรรมเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและอีก 1 Strategy มุ่งพัฒนาการรวมกลุ่มอุตสาหกรรม หรือ Cluster ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญในการต่อยอดของ SMEs ไทยให้เข้มแข็ง

ซึ่งจากการที่กระทรวงอุตสาหกรรม โดยการบูรณาการกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน และสถาบันการศึกษา ได้นำมาสู่มาตรการในการส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs 2 ส่วนคือ มาตรการด้านการส่งเสริมพัฒนา และมาตรการด้านการเงิน ซึ่งมาตรการทั้ง 2 ส่วนจะมีขึ้นทั้งหมดในงานนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริม “ปรับเพื่อเปลี่ยน” ในทุกมิติ

ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อ องค์ความรู้ โนว์ฮาว นวัตกรรมและเทคโนโลยี ตลอดจนการพัฒนาการสร้างเครือข่ายระดับนานาชาติ เรียกว่ามีทุกบริการที่ตอบโจทย์

นอกจากนี้ในส่วน Showcase มี 3 ส่วน ทุกรายที่มาโชว์เป็น“Success Case” หรือผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จจริงๆ จาก 3 อุตสาหกรรมอนาคตที่กำลังได้รับความสนใจตลาดโลก

“อีกสิ่งที่ทุกท่านยังไม่เห็นคือ เรารวมกลุ่มนวัตกรรม Medical Device งานบริการด้านการแพทย์ เครื่องมือช่วยดูแลผู้สูงอายุ และงานด้านนวัตกรรมต่างๆมาให้ได้ชม

ส่วนในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม หลายท่านยังไม่รู้ว่าประเทศไทยมีเมคเกอร์คลับ ในงานนี้จะมีการประกวดสิ่งประดิษฐ์ และโชว์ผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมฝีมือคนไทย ในงานยังมีโชว์เคสดีๆ เยอะมากในพรีเมียมเอาท์เล็ทนอกจากนี้ ปัจจุบันเรายังมีศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 ที่ร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  กระทรวงวิทยาศาสตร์ตั้ง Pilot Plant มีเครื่อง 3D Printing เครื่องฉีดพลาสติกโลหะ เป็นบริการให้ทำ prototype สำหรับผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพ เรามีโรโบติคเพื่อลดความสูญเสียให้ทดลอง ซึ่งเราจำลองบางส่วนมาลงในงาน และกำลังของความร่วมมือกับทางญี่ปุ่นให้มาโชว์นวัตกรรมต่างๆในงาน อาทิ หุ่นยนต์

“อีกสิ่งสำคัญที่เราอยากบอกคือว่าประเทศไทยควรมีการ Change to Shift เพื่อก้าวสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0ซึ่งในงานเรามี incubator มาช่วยสอนให้คำแนะนำเรื่องการพัฒนาว่าต้องมีการพัฒนาทั้งคน กระบวนการ ต้องมีการทรานสฟอร์ม เพื่อลดความสูญเสีย ช่วยต้นทุนถูกลงได้ และต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่มาจากนวัตกรรม มีคุณภาพ สม่ำเสมอ เพื่อสร้างโอกาสทางการทำธุรกิจ

โดยเฉพาะในด้านกลยุทธ์ ต้องมีการสร้างเครือข่าย เพราะเอสเอ็มอีจะเดินไปตามลำพังไม่ได้ เราต้องเดินไปพร้อมๆ กันตลอดซัพพลายเชน ผมยืนยันว่าเป็นประโยชน์”

ดังนั้นเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs แบบครบวงจร และนำไปสู่การจะสร้าง Productivity หรือการส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรม SMEs ไทย สามารถทรานสฟอร์มตามโมเดลไทยแลนด์ 4.0 ได้นั้น ในการจัดงานครั้งนี้ จึงต้องสร้าง “Showcase” เพื่อให้เห็นความแตกต่างจากการจัดงานที่ผ่านมา

“TI Expoจัดขึ้นมาเป็นปีที่ 5 แล้ว โดยปีที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดงานภายใต้แนวคิด One Transformation, Thousand Opportunities ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 สร้างสรรค์โอกาสอนาคตไทย ซึ่งในงานรมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักให้ผู้ประกอบการ SMEs ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมและเทคโนโลยีของประเทศ รวมถึงยังแสดงให้เห็นโอกาสการปรับตัวของ SMEs เพื่อให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ต่อเนื่องมาถึงงาน SME Transformation ประชารัฐร่วมใจ เชื่อม SMEs ไทยสู่สากล ที่จัดเมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมา กระทรวงได้นำเสนอเครื่องมือจากหน่วยงานเครือข่ายประชารัฐเพื่อช่วยเหลือในการปรับเปลี่ยนและพัฒนธุรกิจจาก 9 มาตรการสนับสนุนส่งเสริม SMEs ของกระทรวงฯ และหน่วยงานเครือข่ายต่างๆ

สำหรับงาน TI Expo2018ปีนี้ จะเน้นการแสดงตัวอย่างความสำเร็จของผู้ประกบการที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินธุรกิจ การประยุกต์ใช้เครื่องมือต่างๆ  ทั้งเรื่อง 9 มาตรการสนับสนุนส่งเสริมSMEs”

โดยจากการที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้ดำเนินการโครงการ Digital Value Chain ซึ่งเป็น 1 ใน 9 มาตรการพิเศษในการยกระดับเอสเอ็มอี และ T-GoodTech (Thai Good Technology) ยังถือเป็นความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กับ องค์การเพื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและนวัตกรรมภูมิภาคแห่งประเทศญี่ปุ่น (Organization for Small & Medium Enterprises and Regional Innovation: SMRJ) ในการพัฒนา Digital Platform เพื่อผลักดัน SMEs สู่ห่วงโซ่มูลค่าระดับโลก (Global Value Chain)

โดยส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีผ่านเว็บไซต์และระบบฐานข้อมูลจับคู่ธุรกิจออนไลน์ ภายใต้ชื่อ T-GoodTech (Thai Good Technology) ที่เป็นช่องทางการจับคู่ระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ (Business to Business: B2B) ระหว่างผู้ประกอบการไทยด้วยกันเอง และผู้ประกอบการไทยกับผู้ประกอบการต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้เกิดการจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ประกอบการทั่วโลกได้ และในงานนี้ยังจะเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดตัวแพลตฟอร์มการสร้างเครือข่ายอย่างเป็นทางการ ด้วยการจัด Online Matching ทั้งด้านการสั่งซื้อ การเจรจาการลงทุนร่วมทุน จากการที่ปัจจุบันกรมฯ ได้รับมอบหมายจากกระทรวงให้ดำเนินการจัดทำเอ็มโอยูกับเทศบาลท้องถิ่นของญี่ปุ่น ซึ่งมีการดำเนินการไปแล้ว 17 เมือง ที่จะมาโชว์ในงานและร่วมทำ Online Business Matching ในงานนี้

“เรามีโซนที่เป็น Digital Value Chainซึ่งเป็นช่องทางการจับคู่ธุรกิจทั้งแบบ B2B และ B2Cซึ่งทางกรมฯ ได้มีการทำเอ็มโอยูกับภาคธุรกิจด้านอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย อาทิ ลาซาด้า ธนาคารกสิกรไทย และอีกหลายแพลตฟอร์ม เพื่อการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซไทย ซึ่งจะมาให้ความรู้และการอบรมในงานนอกจากนี้ยังยกระดับด้วยแพลตฟอร์มต่างประเทศ เราเซ็นเอ็มโอยูกับ อาลีบาบา และอีคอมเมิร์ซรายอื่นๆ เนื่องจากกรมฯ มีเป้าหมายพัฒนาเอสเอ็มอีไทยเข้าระบบอีคอมเมิร์ซห้าแสนราย ภายในห้าปี ล่าสุดมีผู้สนใจเข้าแพลตฟอร์มกับผู้ประกอบการหลายรายแล้ว”

อีกไฮไลท์สำคัญผู้ประกอบการ SMEs ไม่ควรพลาด คือการนำเสนอนวัตกรรมด้านการเงิน ตลอดจนการสนับสนุนความคล่องตัวให้กับผู้ประกอบการ SMEs ไทย ด้วยสินเชื่อที่ในงานยังเปิดให้ผู้ประกอบการที่สนใจมีโอกาสเข้าถึงการบริการด้านการเงินทั้งจากภาครัฐและเอกชน

“ในด้านสินเชื่อกองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เราได้งบประมาณสองหมื่นล้านบาท เพื่อช่วย SMEs ด้วยดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 1 ก็จะมาเปิดบริการรับสมัครผู้สนใจขอทุนสนับสนุนที่ในงาน ยื่นกู้ได้เลย  สำหรับผู้ที่ประสงค์ขอกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือกลุ่มเอ็นอีแอลที่ปรับโครงกสร้างได้ ไปจนถึงรายย่อย เราก็มี สินเชื่อเพื่อคนตัวเล็กที่เปิดโอกาสให้เช่นกัน นอกจากนี้ผู้ประกอบการ SMEs ยังสามารถยื่นกู้เพิ่มเติมกับกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่มาใหบริการในงาน พร้อมให้คำปรึกษาต่างๆ ตลอด 4 วันของการจัดงาน”

มาร่วมกันปรับ มาร่วมกันเปลี่ยน.. SMEs ไทย ดำรงอยู่ได้ เติบโต และแข็งแกร่งไปด้วยกัน ในงานThailand Industry Expo 2018 .. Change to Shift  วันที่ 2-5 สิงหาคม 2561 นี้ ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 2-3 เมืองทองธานี


เปิดอ่าน 285