“อย่าให้ใครว่าไทยไม่ออม” ปฏิทินคิดดี...มีตังค์ สร้างนิสัยการออมให้คนไทย

เศรษฐกิจ   11 มิ.ย. 2561

“เด็กนักเรียนชั้น ป. 5 โรงเรียนราชบพิธ พร้อมครู ผู้นำชุมชน และตัวแทนประชาชนวัยทำงานในเขตกรุงเทพมหานครยืนยัน ปฏิทินคิดดี...มีตังค์ เป็นตัวช่วยอย่างดีในการสร้างนิสัยการออมและกรอบคิดการใช้ชีวิตพอเพียง เห็นผลจริงหลังปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เผยคุณลักษณะสำคัญของผู้ที่รักการออม และวิธีการสร้างนิสัยการออมให้แพร่หลายในสังคม”

เครือข่ายอนาคตไทยเป็นการรวมตัวกันของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการรณรงค์ระดับประเทศ Thailand Campaign ภายใต้ชื่อ "อย่าให้ใครว่าไทย" ซึ่งเป็นโครงการที่มีจุดมุ่งหมายที่จะกระตุ้นให้คนไทยปรับเปลี่ยนทัศนคติลดเลิกพฤติกรรมเชิงลบ (ฟุ้งเฟ้อ ขี้โกง มักง่าย ไร้สติ) โดย 6 องค์กรหลักผู้ริเริ่ม ได้แก่ มูลนิธิมั่นพัฒนา สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กรมประชาสัมพันธ์ สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรและสภาหอการค้าไทย ปัจจุบันมีภาคีเครือข่ายทั้งสิ้นจำนวน 120องค์กร

สร้างนิสัยการออมในโรงเรียน : ครูผู้เป็นแบบอย่าง ออมอย่างมีเป้าหมาย

คุณกันตพัฒน์ สุวรรณเรือง (ครูอี๊ด) ครูโรงเรียนราชบพิธซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการโรงเรียนคุณธรรมและเป็นคุณครูผู้นำปฏิทินคิดดี...มีตังค์ ซึ่งเป็นปฏิทินส่งเสริมการออมที่มีคุณลักษณะพิเศษคือสามารถหยอดเงินได้พร้อมมีคำแนะนำการใช้ชีวิตพอเพียงในแต่ละวันของเครือข่ายอนาคตไทยไปแจกและเผยแพร่แนวคิดเรื่องการออมให้กับเด็กนักเรียนในโรงเรียนราชบพิธ ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่เริ่มจากประสบการณ์ส่วนตัวในการใช้ปฏิทินคิดดี...มีตังค์ ที่ได้มาตั้งแต่เดือนมกราคม 2560 ซึ่งตอนนั้นมีความตั้งใจในการออมเงินอย่างจริงจังเพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับคุณแม่ โดยใช้วิธีการแขวนปฏิทินฯ ไว้ในตู้เสื้อผ้าที่จะต้องเปิดทุกวันเพื่อช่วยกระตุ้นเตือนให้หยอดเงินออมทุกวัน เมื่อถึงเดือนสิงหาคม 2560 ได้เปิดปฏิทินนับเงินที่ออมไว้ได้ทั้งหมดกว่า 20,000 บาท จึงโอนเงินดังกล่าวให้เป็นของขวัญวันแม่ให้กับคุณแม่ของตน ต่อมาในช่วงต้นปี 2561 เมื่อสภาหอการค้าไทยหนึ่งในสมาชิกเครือข่ายอนาคตไทยได้นำปฏิทินคิดดี...มีตังค์ ไปแจกให้กับโรงเรียนในงานวันเด็ก ตนเองจึงได้นำปฏิทินดังกล่าวไปประกาศเชิญชวนให้เด็กนักเรียนที่สนใจจะนำปฏิทินไปเก็บออมเงินจริงๆ มาขอรับปฏิทิน โดยคุณครูมีการอธิบายถึงวิธีการใช้งานและคุณประโยชน์ของปฏิทินกับเด็ก ซึ่งมีนักเรียนมารับปฏิทินทั้งหมด 30 คน หลังจากนั้นก็ได้ติดตามผลการปฏิบัติด้วยการสอบถามถึงความคืบหน้าและปัญหาอุปสรรคในการออมเป็นระยะๆ โดยพบว่ามีเด็กที่มีการออมจริงจังต่อเนื่องประมาณ 10 คน

เมื่อถามความเห็นถึงลักษณะของเด็ก/บุคคลที่สามารถสร้างนิสัยการออมได้ง่าย และยาก เป็นอย่างไร รวมถึงถ้าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในสังคมวงกว้างต้องทำอย่างไร ครูอี๊ด เล่าว่า จากการสังเกตพบว่า คนที่มีเป้าหมายและมีแบบแผนในการดำเนินชีวิตจะมีการตอบสนองที่ดีต่อการใช้ปฏิทินคิดดี...มีตังค์ รวมถึงคนที่มีความรัก ความกตัญญู ต้องการออมเงินเพื่อคนที่ตนรัก ในทางตรงกันข้ามผู้ที่ไม่ได้มีเป้าหมาย ไม่มีการวางแผนด้านการเงิน ใช้เงินเกินตัว ก็จะไม่ให้ความสำคัญกับการออม ซึ่งวิธีหนึ่งที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในสังคมก็คงต้องเริ่มจากตัวคนที่ออม เช่น คนที่ได้ใช้ปฏิทิน คิดดี...มีตังค์ ก็ต้องสื่อสารออกไปโดยครูอี๊ดใช้คำว่า “เราต้องเล่าให้โลกรู้ว่าเราทำอะไรดีๆ” เพื่อสร้างแบบอย่างให้คนในสังคมต่อไป

“การปรับเปลี่ยนนิสัยคนไม่ใช่เรื่องง่าย หากเราได้ลงแรงหรือสร้างกิจกรรมต่างๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนแล้วผลที่เกิดขึ้นมีเพียงแค่คนสัก 1 คน ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริง นั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ถือเป็นความสำเร็จแล้ว” ครูอี๊ด กล่าว 

ด้านตัวแทนนักเรียนที่มาเล่าเรื่องราวการสร้างนิสัยการออมด้วยปฏิทินคิดดี...มีตังค์ เป็นกลุ่มนักเรียนชั้น ป. 5 โรงเรียนราชบพิธ คนแรก ด.ญ.กนกลักษณ์ สุธียุเรืองโชค (น้องอิม) มีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักวาดภาพ สำหรับการออมในครั้งนี้มีความตั้งใจที่จะนำเงินที่เก็บออมได้ไปซื้อของที่จำเป็นและมอบให้คุณแม่ บางส่วนตั้งใจจะนำไปหยอดตู้รับบริจาคสำหรับเด็กกำพร้าเพราะหลายครั้งน้องอิมไม่มีเงินที่จะบริจาคทั้งที่อยากจะทำ และจากการใช้ปฏิทินคิดดี..มีตังค์ เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิต คือ จากที่เคยเป็นคนฟุ่มเฟือยชอบซื้อของเรื่อยเปื่อย ตอนนี้น้องอิมรู้สึกว่าประหยัดขึ้นและซื้อเฉพาะของที่รับประทานได้เท่านั้น  คนที่สอง ด.ญ.เนติรักษ์ สาระจันทร์ (น้องแก้ม) มีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักร้อง โดยการเก็บออมเงินครั้งนี้ตั้งใจจะนำไปซื้อของขวัญให้คุณพ่อคุณแม่ในวันเกิดของท่าน น้องแก้มหารายได้พิเศษด้วยการไปล้างจานตามวัดและนำเงินค่าตอบแทนมาหยอดในปฏิทินฯ คนที่สาม ด.ญ.โชษิตา อยู่เย็น (น้องอีม) มีความใฝ่ฝันอยากเป็นเชฟ (chef) ตั้งใจจะเก็บออมเพื่อนำเงินไปซื้อของใช้ส่วนตัว เช่น เสื้อนักเรียน กระโปรง รองเท้า และคนสุดท้าย ด.ญ.ตะวันรัตน์ กุลวัฒนมงคล (น้องเกรซ) มีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักออกแบบเสื้อผ้า และมีความตั้งใจชัดเจนที่จะเก็บออมเงินโดยมีเป้าหมายทำใน 4 สิ่ง คือ ส่วนหนึ่งจะฝากธนาคาร ส่วนที่สองอยากใช้กับการบริจาค ส่วนที่สามจะนำไปซื้อของใช้จำเป็นในบ้าน และส่วนที่สี่จะนำไปซื้อปืนกาวร้อนไฟฟ้าสำหรับการทำสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ที่ตัวเองชอบ นอกจากนั้นเด็กๆ ยังเล่าถึงข้อความที่เป็นคำแนะนำในการใช้ชีวิตพอเพียงบนปฏิทินฯ ที่ได้นำไปใช้ เช่น รีดเสื้อผ้าครั้งละหลายๆ ตัว ลดขนมผอมด้วยรวยด้วย ลดการใช้ถุงพลาสติกหันมาใช้ถุงผ้า ออกกำลังกายในที่สาธารณะประหยัดค่าใช้จ่าย หลังจากการสัมภาษณ์ คุณครูและตัวแทนนักเรียนทั้ง 4 คน ได้ทำการเปิดปฎิทินฯ นับเงินที่ได้เก็บออมเงินมาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา รวมระยะเวลาถึงปัจจุบันประมาณ 5 เดือน โดยมีความยินดีและภูมิใจกับเงินออมของตนเองกันทุกคน

สร้างนิสัยการออมในชุมชน : พลังกลุ่มสร้างแรงจูงใจรักการออม

คุณอณิชา  เหมษี (ป้ามดแดง) ผู้ดูแลกลุ่มพลังมดอาสา ชุมชนตรอกเฟื่องทอง-ตรอกวิสูตร ถนนตีทอง แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร ซึ่งปกติจะทำกิจกรรมพากลุ่มเด็กและเยาวชนไปเก็บขยะตามคูคลองและบริเวณชุมชน เล่าถึงการนำปฏิทินคิดดี...มีตังค์ไปเผยแพร่และแจกให้กับกลุ่มเด็กและเยาวชนพลังมดอาสาจำนวน 10 คน ซึ่งเป็นนักเรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลายโดยได้รับปฏิทินฯ จาก บริษัทเทเวศประกันภัย จำกัด สมาชิกเครือข่ายอนาคตไทย เมื่อเดือนมีนาคม 2560  ผ่านไป 1 ปีได้นัดเด็ก ๆ ทั้ง 10 คนมาเปิดนับเงินจากปฏิทินฯ ปรากฏว่ามียอดเงินเก็บออมตั้งแต่ 1,000 บาท จนถึง 5,000 บาท และสิ่งที่เกิดขึ้นคือเมื่อเด็กๆ เห็นยอดเงินของเพื่อนคนอื่นในกลุ่มก็เกิดแรงจูงใจที่จะเก็บออมต่อให้มากยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งถือเป็นการใช้พลังกลุ่มในการสร้างนิสัยรักการออมให้กับเด็กๆ ในชุมชน

“ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของการใช้ปฏิทินคิดดี...มีตังค์ เพื่อสร้างนิสัยการออมให้กับเด็กๆ ในชุมชน คือ ช่วงเวลาตอนเปิดถุงปฏิทินเอาเงินออกมานับด้วยกัน เด็กๆ ทุกคนมีความสุขมากเมื่อได้นับเงินที่ตนเองเก็บออมไว้และเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เด็กอยากทำต่อไปอีก” ป้ามดแดง กล่าว

สร้างนิสัยการออมในวัยทำงาน : ภาระหน้าที่ความรับผิดชอบจุดเริ่มต้นความตระหนักในการออม

คุณเมษมาศ  เดชขุน ตัวแทนพนักงานในองค์กรสมาชิกเครือข่ายอนาคตไทย เข้าร่วมกิจกรรมของหน่วยงานแล้วได้รับรางวัลเป็นปฏิทินคิดดี...มีตังค์ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2560 เล่าว่า ปฏิทินฯ นี้แปลกใหม่ สวยงาม ดึงดูดให้อยากหยอดเงินทำให้มีความตั้งใจที่จะหยอดเงินเก็บออมซึ่งตั้งเป้าหมายไว้ว่าเมื่อครบปีจะต้องได้ 5,000 บาท แต่ปรากฏว่า เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2561 ได้เปิดนับเงินในปฏิทินฯ มีเงินทั้งหมดกว่า 6,000 บาท มากกว่าเป้าที่ตั้งไว้ โดยได้ใช้เงินดังกล่าวในการจ่ายค่าประกันสุขภาพประจำปีของลูกสาวซึ่งทำให้มีความภาคภูมิใจในความตั้งใจเก็บออมครั้งนี้มาก และจากการออมเงินในปฏิทินฯ อย่างจริงจังทำให้มีผลต่อคนรอบข้างเพราะลูกก็จะให้ความสนใจกับปฏิทิน

“การทำเป็นแบบอย่างถือเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างพฤติกรรมการออมให้คนในครอบครัว ส่วนในที่ทำงาน น้องๆ ที่เริ่มทำงานใหม่ๆ จะยังไม่ออมและไม่มีการวางแผนการใช้เงินแต่จะสังเกตว่าเมื่อเขาเริ่มมีภาระหน้าที่ความรับผิดชอบด้านการเงินมากขึ้นก็จะเริ่มเปลี่ยนมาสนใจเรื่องการออมและการวางแผนการเงินซึ่งถ้าสามารถทำให้เขาคิดเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นได้ก็จะเป็นสิ่งที่ดีมาก” คุณเมษมาศ กล่าว

คณะทำงานเครือข่ายอนาคตไทยมองเห็นความสำเร็จที่เริ่มจากจุดเล็กๆ ในสังคม และยังมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันการขับเคลื่อนรณรงค์ให้คนไทยได้หันมารักการออม ดำเนินชีวิตอย่างมีแบบแผน มีเป้าหมาย มีความรับผิดชอบ และมีความรักต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม เพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยต่อไป

ท่านสามารถติดตามข่าวสาร และสื่อรณรงค์ “อย่าให้ใครว่าไทย” รวมทั้งขอรับปฏิทินคิดดี...มีตังค์ โดยการร่วมกิจกรรมบน Facebook "เครือข่ายอนาคตไทย" (https://www.facebook.com/เครือข่ายอนาคตไทย) และสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน คิดดี...มีตังค์ ได้แล้วที่ App Store / Play Store หรือ Scan QR Code เพื่อ Download Application

“อย่าให้ใครว่าไทยไม่ออม”  ปฏิทินคิดดี...มีตังค์ สร้างนิสัยการออมให้คนไทย


เปิดอ่าน 406