SME Transform ปลุกพลัง ส่งเอสเอ็มอีไทยผงาดสู่เวทีโลก

เศรษฐกิจ   28 พ.ค. 2561

SMEs ของไทย พยายามที่จะพัฒนา ปรับตัวไปตามทิศทางการพัฒนาประเทศและกระแสเศรษฐกิจโลกอยู่ตลอดเวลา แต่ด้วยสภาพสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ราวกับพลิกฝ่ามือ ภายใต้กระแสโลกในยุคดิจิทัล จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ทุกภาคส่วนต้องเข้ามารวมพลัง เพื่อช่วยผลักดัน พัฒนา SMEs ของไทยให้แข็งแกร่งมั่นคง และพร้อมรับมือกับความท้าทาย หรือปัญหาที่จะเข้ามาทุกรูปแบบมากยิ่งขึ้น!

ล่าสุด กับ งาน “SME Transform #พร้อมเปลี่ยน ประชารัฐร่วมใจ เชื่อม SME ไทยสู่สากล” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-20 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดย กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ได้มีจุดชี้วัดที่ทำให้มองเห็นโอกาสแห่งความสำเร็จ!

เพราะหลังจากงานได้ปิดฉากลงไปแล้ว แต่ความท้าทายที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง นั่นคือ บรรดาผู้ประกอบการ และประชาชน ให้ความสนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก จึงถือเป็นความหวังที่พวกเขาจะนำสิ่งที่ได้ไปพัฒนาศักยภาพของตนเอง เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของงานที่มุ่งหวังพัฒนาศักยภาพเสริมแกร่งให้เอสเอ็มอีไทยขึ้นสู่ระดับ 4.0

ดังที่ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในการแสดงปาฐกถาพิเศษ ในวันแรกของงาน “SME Transform #พร้อมเปลี่ยน ประชารัฐร่วมใจ เชื่อม SME ไทยสู่สากล” ว่า

“การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย จากนี้จะตั้งอยู่บนฐานของการปลูกต้นไม้ขนาดเล็กให้ค่อยๆ โตขึ้นมาอย่างแข็งแรง คือว่าด้วย "Entrepreneurial Economy" หรือเศรษฐกิจผู้ประกอบการ ไม่ได้ขับเคลื่อนโดยธุรกิจขนาดใหญ่เหมือนเช่นในอดีต แน่นอนว่าผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเปรียบเหมือน "คนตัวเล็ก" จึงถือเป็นกำลังหลักที่มีความสำคัญ

ในปัจจุบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ SMEs มีจำนวนกว่า 3 ล้านกิจการ คิดเป็นร้อยละ 99.7 ของจำนวนวิสาหกิจทั่วประเทศ ก่อให้เกิดการจ้างงานมากกว่า 10 ล้านคน ถือเป็นห่วงโซ่การผลิตและเป็นรากฐานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศที่แท้จริง

รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มุ่งให้ความสำคัญในการส่งเสริม SMEs ได้กำหนดให้การพัฒนา SMEs เป็นวาระแห่งชาติ ผ่านการขับเคลื่อนตามแนวคิด "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" ผ่านกลไก "ประชารัฐ" โดยมีกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นแกนหลักในการประสานและบูรณาการงานส่งเสริม SMEs ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน และภาคการศึกษาที่เกี่ยวข้องในรูปแบบประชารัฐ เพื่อให้การส่งเสริม SMEs เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตามแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไปสู่ "ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน"

เช่นเดียวกับ ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่กล่าวว่า ผู้ประกอบการ SMEs และสตาร์ทอัพทั่วโลก กำลังมีบทบาทในฐานะบ่อเกิดแห่งนวัตกรรม และพลังสร้างสรรค์ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่หรือยุค 4.0

หากแต่ SMEs และสตาร์ทอัพไทย ยังคงมีความท้าทายในเรื่องของการเข้าถึงเทคโนโลยี การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่จำเป็นการขาดทักษะและองค์ความรู้ในการประกอบธุรกิจที่สร้างความสามารถในการแข่งขันในโลกยุคใหม่ รวมถึงเรื่องของโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

ดังนั้น งาน “SME Transform #พร้อมเปลี่ยน ประชารัฐร่วมใจ เชื่อม SME ไทยสู่สากล” ก็คือคำตอบของสิ่งนี้

โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ผนึกกำลังกับ สถาบันส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)  และ SME Development Bank และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้ SMEs และสตาร์ทอัพไทย สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทักษะที่มีความจำเป็นในการประกอบกิจการ และสร้าง “การรับรู้” ถึงแนวทางและโอกาสในการปรับเปลี่ยนธุรกิจ นั่นเอง

สำหรับ เครื่องมือสำคัญในการมุ่งไปสู่เป้าประสงค์นี้ก็คือ “ชุดมาตรการส่งเสริม 9 มาตรการ” กับ “มาตรการความช่วยเหลือทางด้านการเงิน” ซึ่งได้มีการปรับให้สอดคล้องและตอบสนองกับ SMEs ทุกกลุ่ม ทุกระดับ ทั่วประเทศเพื่อก้าวไปสุ่ยุค 4.0 ได้อย่างเข้มแข็ง

นอกจากนี้ ยังมีไฮไลท์สำคัญในงาน ซึ่งจัดในรูปแบบของ “โซนกิจกรรม” ที่น่าสนใจ 6 โซนด้วยกัน เพื่อเข้าถึงและตอบโจทย์ความสนใจของ SMEs และสตาร์ทอัพไทย ประกอบด้วย

1.โซนเศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง เป็นการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เกิดมูลค่าเพิ่ม เพื่อยกระดับวิสาหกิจชุมชนสู่นักธุรกิจมืออาชีพ

2.โซนพลิกโอกาสสร้างธุรกิจ (Startup Zone) แหล่งไอเดีย เพราะเต็มไปด้วย ผลงานแสดงของนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ พร้อมกับบริการต่างๆ ที่ช่วยเสริมศักยภาพสู่การเป็นสตาร์ทอัพ

3.โซนปรับเปลี่ยนยกระดับธุรกิจ (Spring Up Zone) เป็นโซนจัดแสดงเครื่องมือยุคใหม่, เทคโนโลยีดิจิทัล, อินเทอร์เน็ต และไอโอที ที่มีความสำคัญยิ่ง ต่อการประกอบธุรกิจในโลกยุคนี้ ที่เด็ดคือ ยังมี “Big Brother” หรือ บริษัทรายใหญ่ ที่จะมาเป็น “พี่ใหญ่” ให้คำแนะนำ SMEs ในแง่มุมต่างๆ

4.โซน SME ONE เป็น “วันสต็อป” จุดเดียวจะมีครบทุกหน่วยงานที่ให้บริการปรึกษาทางธุรกิจแบบครบวงจรแก่ SMEs ถือเป็นการรวมพลังครั้งสำคัญที่ไม่เคยมีมาก่อนของหน่วยงานต่างๆ

5.โซนการเงินเสริมแกร่ง (Financial Zone) จุดนี้จะมีแพ็คเก็จสินเชื่อ SMEs จากทุกธนาคาร มานำเสนอในโปรโมชั่นสุดพิเศษ สำหรับ SMEs ทุกระดับ และ

6.โซนช็อปสินค้าดีมีคุณภาพ (Premium Product) เป็นแหล่งรวมสินค้า SMEs คุณภาพดี ได้มาตรฐานในราคาโรงงาน

แน่นอน การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เจริญเติบโตต้องอาศัยความแข็งแกร่งของผู้ประกอบการที่มีพลังและทัศนคติที่มองไปข้างหน้า

เริ่มจากชุมชนที่ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ด้วยอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรการทำนาบัว ริมคลองมหาสวัสดิ์ จ.นครปฐม จนสามารถสร้างแบรนด์หมู่บ้าน “ศาลาดิน” โดยยังต่อยอดการทำตลาดสินค้าเกษตรและแปรรูป อาทิ เมี่ยงบัว อุตสาหกรรมบริการ โฮมสเตย์ เป็นต้นแบบของการสร้างการจัดการเศรษฐกิจมั่นคงยั่งยืน  เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

“เมื่อก่อนเรามีรายได้เพียงเดือนหนึ่งหมื่นสามพันบาท แต่หลังจากได้รับการสนับสนุนจากรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและเครือข่ายที่เข้าไปหาเรา ช่วยดึงข้อมูลทุนชุมชนและดึงทุนมาสร้างศักยภาพยกระดับ ล่าสุดยังมีแอพพลิเคชั่นแนะนำร่วมกันพัฒนาให้เราก้าวเป็นหมู่บ้าน CIV จนปัจจุบันทำให้ผมมีรายได้เดือนละหนึ่งแสนสามหมื่นบาท

ด้านแบรนด์ “โอเรียนทอลคอฟฟี่” เป็นธุรกิจจำหน่ายเมล็ดกาแฟและอุปกรณ์สำหรับร้านกาแฟรายย่อยแบบ One Stop Service เน้นการทำธุรกิจเพื่อสังคม ส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกเมล็ดกาแฟจากชาวเขา ที่แม่สวย จ.เชียงราย โดยรับซื้อเมล็ดกาแฟสดโดยตรงซึ่งเป็นพันธุ์?ปลูกสูง1,300 เมตร จึงทำให้มีรสชาติและกลิ่นหอมเป็นพิเศษ

“เนื่องจากเราไปพบเขาแล้วประทับใจ อยากช่วยให้เขาทำการตลาดดีๆ ซึ่งทางชาวบ้านก็เลยให้เราเข้ามาช่วยทำการตลาดให้” เนเน่ เจ้าของแบรนด์Oriental Coffee กล่าวต่อว่า “เราต้องขอบคุณกรมส่งเสริม ที่ให้โอกาสในการเข้าร่วมโครงการ NEC และ SME Intelligence รู้สึกว่าโชคดีเพราะเราไม่เคยทำธุรกิจมาก่อน ทางกรมช่วยสร้างคลัสเตอร์และแนะนำการทำการตลาด ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งเราทำมาเพียงสามปีแต่สามารถเติบโตมาได้ขนาดนี้รู้สึกดีใจมาก

“ร้านน้ำหอมกัลยา” คืออีกหนึ่งผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้มาถ่ายทอดความสำเร็จของการทำธุรกิจว่าจากการเดิมเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายหัวน้ำหอม แต่หลังจากได้มีโอกาสเข้าไปอบรมในโครงการ NEC ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และพัฒนากลิ่นน้ำหอมของแบรนด์เองเป็นครั้งแรก โดยเน้นเอกลักษณ์แบรนด์ความเป็นไทย ชื่อ กัลยาเฟรช ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบกับชาวต่างชาติในปัจจุบัน

“การมางานนี้เราได้พบผู้บริโภค ผู้ซื้อและรู้จักเครือข่าย ผู้ค้ารายอื่นๆ ทั้งเป็นการแชร์ความรู้และคอนเนคชั่นร่วมกันในอนาคตได้”

SME Transform #พร้อมเปลี่ยน ประชารัฐร่วมใจ เชื่อม SME ไทยสู่สากล ในครั้งนี้ ถือว่านอกจากจะเป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ตามกรอบแนวทาง “ประเทศไทย 4.0” และมุ่งมั่นเพื่อทำให้ “GDP SME” เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันร้อยละ 36 เป็นไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 2564 แล้ว อีกสิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือ จุดประสงค์ที่ต้องการให้ SMEsไทย มีการบริหารจัดการ โดยใช้เทคโนโลยี และ ภูมิปัญญาอย่างผสมผสานลงตัวก้าวทันทุกการเปลี่ยนแปลง พร้อมรับมือกับทุกปัญหาและมีความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต.


เปิดอ่าน 326