พระเครื่อง

พรีเมียร์ลีก อี 5

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

พรีเมียร์ลีก อี 5 โมดริชคืนทัพไก่ เยือนเวสต์แฮม "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ได้ ลูก้า โมดริช จอมทัพฟิตทันนำทีมทำศึกลอนดอนดาร์บี้แมทช์ เยือน "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ที่ไม่แพ้ใครมา 3 นัดติด ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ชิพ อังกฤษ วันที่ 8 ธันวาคม ขณะที่ "เฟอร์กี้" อเลกซ์ เฟอร์กูสัน พอใจแม้ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด เฉือนเอาชนะ ซันเดอร์แลนด์ 1-0 ในช่วงท้ายเกม ชี้เป็น 3 แต้มสุดมีค่า ศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดมันเดย์ไนท์ คืนวันจันทร์ที่ 8 ธันวาคมนี้ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ทีมอันดับ 13 เปิดบ้านทำศึกลอนดอนดาร์บี้แมทช์กับ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ทีมอันดับ 16 เริ่มเตะเวลา 03.00 น. ทรูวิชั่นส์ช่อง 59 กับ 63 ถ่ายทอดสด เจ้าถิ่นของ จิอันฟรังโก้ โซลา ไม่แพ้ใครมาติดกัน 3 นัด รวมทั้งไม่เสียประตูอีกด้วย แม้ว่านัดนี้จะยังไม่มี ดีน แอชตัน กองหน้า กับ โจนาธาน สเปคเตอร์ กองหลัง ที่บาดเจ็บยาว ขณะที่ คีรอน ดายเออร์ กองกลางมีลุ้นกลับมาเป็นตัวจริงอีกหน หลังจากขาหักต้องพักถึง 15 เดือน เมื่อลงเล่นกับทีมสำรองได้แล้ว ด้าน ลี โบว์เยอร์ มิดฟิลด์พันธุ์ดุอีกคน มีลุ้นลงเล่นหากฟิตพอ ส่วนกองหน้ายังคงเป็น เครก เบลามี กับ คาร์ลตัน โคล เหมือนเดิม ขณะที่ แฮร์รี เรดแนปป์ นายใหญ่สเปอร์ส กลับมาเยือนถิ่นเก่าอีกหน หลังจากเคยคุม เวสต์แฮม มาเมื่อ 7 ปีที่แล้ว และมีสถิติยอดเยี่ยมด้วยการเอาชนะผู้จัดการทีมคู่แข่งได้ทุกคนในลีก เกมนี้ยังคงไม่มี อลัน ฮัตตัน กองหลัง และโจวานนี ดอส ซานโตส กองกลางตัวรุก ที่ยังคงรักษาอาการบาดเจ็บ แต่ได้รับข่าวดี เมื่อ ลูก้า โมดริช จอมทัพหายจากอาการเจ็บขาหนีบลงมาช่วยทีมได้ เช่นเดียวกับ เลดลีย์ คิง กองหลังกัปตันทีม และเจอร์เมน เจนาส กองกลาง ฟิตกลับมาลงเล่นอีกหน ส่วนกองหน้าจะเป็น ดาร์เรน เบนท์ กับ โรมัน พาฟลิยูเชนโก้ ด้านศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันที่ 6 ธันวาคม บรรดา 4 ทีมยักษ์ใหญ่ในกลุ่ม "บิ๊กโฟร์" ต่างพากันเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด โดย "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด เอาตัวรอดได้แบบหวุดหวิด หลังเปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด เฉือนชนะ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ 1-0 โดยเจ้าถิ่นได้ประตูชัยในช่วงท้ายเกม จากจังหวะที่ ไมเคิล คาร์ริค ซัดบอลไปชนเสา ก่อนที่ เนมันยา วิดิช กองหลังที่เติมขึ้นมายิงหน้าปากประตูโล่งๆ ในช่วงนาทีสุดท้าย ส่งผลให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มี 31 แต้ม รั้งอันดับ 3 ไล่หลัง ลิเวอร์พูล จ่าฝูง 6 แต้ม แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด ส่วน ซันเดอร์แลนด์ ยังคงอยู่อันดับ 3 จากท้ายตารางในโซนตกชั้น หลังเกม "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ต้องดูเกมบนอัฒจันทร์เนื่องจากติดโทษแบนยอมรับว่าชัยชนะนัดนี้ได้มาอย่างหวุดหวิดก็จริง แต่การคว้า 3 แต้มได้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก รวมทั้งเชื่อว่าก่อนปีใหม่ หากสามารถไล่ทีมนำอย่าง ลิเวอร์พูล หรือว่าเชลซี ห่างกันแค่ 2-3 แต้มแล้ว ทีมปีศาจแดงมีโอกาสที่ดีอย่างมากที่จะป้องกันแชมป์ได้ ขณะที่อาการบาดเจ็บของ คริสเตียโน โรนัลโด้ ที่ต้องถูกเปลี่ยนตัวในช่วงครึ่งหลังนั้น มีการเปิดเผยว่าเป็นการบาดเจ็บที่สะโพก ซึ่งต้องตรวจกันอีกครั้งว่าจะต้องพักนานขนาดไหน ด้าน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล บุกไปบดชนะ "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น 3-1 โดยทีมเยือนได้ประตูในช่วงเวลาหลังจากฝีเท้าของ ซาบี้ อลอนโซ นาที 69, ยอสซี เบนายูน นาที 79 และ สตีเวน เจอร์ราร์ด นาที 90 ส่วนเจ้าถิ่นตีไข่แตกได้จาก โรเก้ ซานตา ครูซ นาที 86 ส่งผลให้ ลิเวอร์พูล ยังคงรั้งตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป แข่ง 16 นัด มี 37 คะแนน ส่วน แบล็คเบิร์น แพ้ 5 นัดรวด ยังเป็นรองบ๊วย "ราฟา" ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือหงส์แดง กล่าวชมลูกทีมทุกคนว่า สามารถเผชิญหน้ากับแรงกดดันได้ดี แม้เกมนัดนี้ลิเวอร์พูลมีปัญหากับเรื่องฟอร์มการเล่นเป็นอย่างมาก แต่ทุกคนกลับสามารถแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ ลิเวอร์พูล ยังคงรักษาตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป ก่อนที่จะต้องพบกับโปรแกรมสุดโหดในช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึงนี้ ด้าน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี บุกเอาชนะ "ทรอตเตอร์" โบลตัน 2-0 จากลูกโหม่งของ "นิโก้" นิโกลาส์ อเนลก้า นาที 9 และการกระโดดลอยตัววอลเลย์ของ เดโก้ นาที 21 ส่งผลให้ เชลซี สร้างสถิติใหม่เก็บชัยชนะนอกบ้านได้ถึง 11 เกมติดต่อกัน แถมยังเป็นการพังสถิติเก่าของ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ที่เคยทำเอาไว้ 10 เกม เมื่อช่วงปี 1960 แต่ยังคงรั้งตำแหน่งรองจ่าฝูง ไล่หลัง ลิเวอร์พูล 1 แต้มต่อไป ส่วน โบลตัน อยู่อันดับ 10 เหมือนเดิม หลังจบเกม เรย์ วิลกินส์ ผู้ช่วยผู้จัดการทีมเชลซี กล่าวว่า เชลซี สมควรเป็นผู้ชนะแบบไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เพราะโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ว่าเชลซีจะสามารถทำลายสถิติชนะนอกบ้านของ สเปอร์ส ได้สำเร็จ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญเท่ากับ 3 คะแนนที่ได้รับจากเกมนัดนี้ ส่วน "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เปิดสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เฉือนชนะ "ลาติกส์" วีแกน 1-0 โดยเจ้าถิ่นได้ประตูชัยจาก เอมมานูเอล อเดบายอร์ ตั้งแต่นาที 16 ส่งผลให้เจ้าบ้านยังคงรั้งอันดับ 4 มี 29 คะแนน ขณะที่ทีมเยือนยังคงอยู่อันดับ 11 ซึ่ง อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือปืนใหญ่ เชื่อว่าทีมยังรักษาโอกาสลุ้นตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกเอาไว้ได้เหมือนเดิม หลังจากเก็บชัยชนะจากเกมนี้ได้สำเร็จ แม้ว่าอาร์เซนอล อาจต้องเผชิญหน้ากับความกดดันในช่วงท้ายเกม จึงทำให้เล่นกันได้ไม่ค่อยดีนัก และยังเกือบโดนทีมเยือนยิงประตูตีเสมอ แต่ลูกทีมของเขาก็สามารถเอาตัวรอดจากสถานการณ์เหล่านั้นได้สำเร็จ ก่อนที่จะกลายเป็นผู้ชนะในที่สุด สำหรับผลคู่อื่น นิวคาสเซิล เสมอ สโต๊ค 2-2 โดยเจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำไปก่อนถึง 2 ลูกจากฝีเท้าของ ไมเคิล โอเว่น นาที 8 และ 24 แต่ทีมเยือนตามทวงคืนได้จาก มามาดี ซิดิเบ นาที 60 และ อับดูลาย เฟย์ นาที 90, ฮัลล์ ชนะ มิดเดิลสโบรช์ 2-1 โดยทีมเยือนได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก ตุนกาย ซานลี นาที 79 ก่อนที่เจ้าถิ่นยิงคืน 2 ประตูรวดจาก รอสส์ เทิร์นบูลล์ นายทวารทีมเยือนทำเข้าประตูตัวเอง นาที 80 และ มาร์ลอน คิง ยิงจุดโทษ นาที 85 สรุปอันดับคะแนน แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม ลิเวอร์พูล 16 11 4 1 24 9 37 เชลซี 16 11 3 2 35 6 36 แมนฯ ยูไนเต็ด 15 9 4 2 27 10 31 อาร์เซนอล 16 9 2 5 28 19 29 ฮัลล์ 16 7 5 4 24 25 26 แอสตัน วิลล่า15 7 4 4 22 16 25 เอฟเวอร์ตัน 15 6 4 5 20 22 22 ปอร์ทสมัธ 15 6 4 5 18 22 22 ฟูแล่ม 15 5 5 5 13 12 20 โบลตัน 16 6 2 8 18 19 20 วีแกน 16 5 4 7 18 20 19 มิดเดิลสโบรช์ 16 5 4 7 16 23 19 สโต๊ค 16 5 4 7 17 27 19 แมนฯ ซิตี้ 16 5 3 8 30 24 18 เวสต์แฮม 15 5 3 7 17 22 18 นิวคาสเซิล 16 3 7 6 19 24 16 สเปอร์ส 15 4 3 8 17 21 15 ซันเดอร์แลนด์ 16 4 3 9 13 25 15 แบล็คเบิร์น 16 3 4 9 17 31 13 เวสต์บรอมวิช 15 3 2 10 11 27 11

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่น่าสนใจ