นครศรีธรรมราช-สงขลา

พระพุทธสิหิงค์,วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร,ชายทะเลปากพนังและแหลมตะลุมพุก,วัดแม่เจ้าอยู่หัว พระนางเลือดขาว,สถานีผลิตไฟฟ้าพลังงานลม,วัดพะโคะ,วัดจะทิ้งพระ,เกาะยอ

เส้นทางเลียบหาดสวย จากชายทะเลปากพนังสู่คาบสมุทรสทิงพระ

จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ถึงชุมพร เข้าทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านสุราษฎร์ธานี ถึงอ.พุนพิน แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 401 เลียบชายฝั่งทะเลไปจนถึงนครศรีธรรมราช รวมระยะทาง 780 กิโลเมตร

ถ้าขับเข้าเส้นทาง 4013 และทางหลวงหมายเลข 408 ซึ่งเป็นเส้นทางเลียบชายฝั่งทะเลจากนครศรีธรรมราชไปถึงสงขลา ระยะทางราว 120 กิโลเมตร เส้นทางนี้มีทั้งชายหาดสวยงาม แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ และวิถีท้องถิ่นที่น่าสนใจให้แวะชมตลอดทาง


1. พระพุทธสิหิงค์ จ.นครศรีธรรมราช

อยู่ใกล้ศาลากลางจังหวัด ปัจจุบันพระพุทธสิงหิงค์ มีเพียง 3 องค์ในประเทศไทย คือ ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร, วัดพระสิงห์ จ.เชียงใหม่ และที่หอพระพุทธสิหิงค์ จ.นครศรีธรรมราช

สภานที่ : ตั้งอยู่ระหว่างศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราชและศาลจังหวัด ถนนราชดำเนิน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช

เบอร์โทร : 075 346 5156

เวลาทำการ : 00:00 - 00:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


2. วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช

สัมผัสความล้ำค่าแห่งเมืองนครศรีธรรมราชผ่านปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้และของประเทศไทย ที่เปรียบดังศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวใต้ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารนั้น เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชั้นวรมหาวิหาร ที่มีหัวใจสำคัญคือองค์พระบรมธาตุเจดีย์ที่มีส่วนยอดเจดีย์เป็นทองคำซึ่งพระบรมธาตุองค์นี้ สร้างขึ้นมาเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ (พระทันตธาตุหรือพระเขี้ยวแก้วเบื้องซ้าย) อันเป็นที่สักการะบูชาของชาวเมืองนครฯ

ย้อนรอยพระบรมธาตุฯ

ตามตำนานพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช กล่าวว่า เจ้าชายธนกุมารและพระนางเหมชาลา เป็นผู้นำเสด็จพระบรมธาตุมาประดิษฐาน ณ หาดทรายแก้ว และสร้างเจดีย์องค์เล็กๆ เป็นที่หมายไว้ ต่อมาในปีมหาศักราช 1098 (พ.ศ.1719) พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ทรงสร้างเมืองนครศรีธรรมราชขึ้น พร้อมการก่อสร้างเจดีย์ขึ้นใหม่อีกครั้ง

สิ่งที่น่าสนใจ

- พระบรมธาตุเจดีย์ หัวใจสำคัญของวัดแห่งนี้ที่มีลักษณะรูปแบบศิลปกรรมเป็นเจดีย์ทรงลังกาสูง 55.78 เมตร จากฐานบัวคว่ำบัวหงายถึงปลียอด 6.80 เมตร ใช้ทองคำเนื้อสิบหุ้มโดยรอบส่วนฐานขององค์พระบรมธาตุเจดีย์ (วิหารทับเกษตร) มีซุ้มถึง 22 ซุ้ม แต่ละซุ้มมีหัวช้างยื่นออกมารองรับพระบรมธาตุเจดีย์ ประหนึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการค้ำจุนพระพุทธศาสนาให้มั่นคง

- พระวิหารหลวง เป็นสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาที่มีความงดงาม

- วิหารสามจอม อันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างกษัตริย์ชื่อว่า พระศรีธรรมาโศกราช

- วิหารพระมหาภิเนษกรมน์ (วิหารพระทรงม้า)

- วิหารเขียนและวิหารโพธิ์ลังกา อันเป็นสถานที่จัดแสดงโบราณวัตถุที่พุทธศาสนิกชนถวายเป็นพุทธบูชา

นอกจากนี้ยังมีปริศนาธรรมให้ค้นหา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกมากมาย และภายในวัดมีแหล่งจำหน่ายสินค้าที่ระลึกขึ้นชื่อของเมืองนคร อาทิเช่น เครื่องเงิน เครื่องถม ตัวหนังตะลุง เป็นต้น ที่สำคัญผู้มาเยือนที่นี่นิยมนำผ้าขึ้นห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต โดยทุกปีจะมีการจัดงานแห่ผ้าขึ้นธาตุ อันเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนครศรีธรรมราช

หากต้องการวิทยากรพานำชมสถานที่ ติดต่อ โทร. 08 8768 8537

สภานที่ : ถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง นครศรีธรรมราช 80000

เบอร์โทร : 075 345 172

เวลาทำการ : 00:00 - 00:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


3. ชายทะเลปากพนังและแหลมตะลุมพุก จ.นครศรีธรรมราช

เป็นแหลมทรายรูปจันทร์เสี้ยวยื่นลงไปในอ่าวไทย อยู่บนเส้นทางชายหาดปากพนัง สามารถขับรถไปถึงปลายแหลมได้ ระยะทางราว 6 กม.

สภานที่ : ตำบลแหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง นครศรีธรรมราช 80140

เบอร์โทร : 075 346 5156

เวลาทำการ : 00:00 - 00:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


4. วัดแม่เจ้าอยู่หัว พระนางเลือดขาว จ.นครศรีธรรมราช

แวะสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวศรีธรรมาโศกราช และเจดีย์ศรีธรรมาโศกราช ที่ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระมหาเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นด้วยพลังศรัทธาของคนในพื้นที่ เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ วัดนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมสิ่งมีค่าและแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

สภานที่ : เลขที่ 34 หมู่ที่ 4 ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช 80190

เบอร์โทร : -

เวลาทำการ : 08:00 - 18:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


5. สถานีผลิตไฟฟ้าพลังงานลม จ.นครศรีธรรมราช

เป็นแห่งแรกของประเทศไทย และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ พร้อมวิวกังหันลมขนาดยักษ์กลางทุ่งนา

สภานที่ : ตำบลหัวไทร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช 80170

เบอร์โทร : -

เวลาทำการ : 08:00 - 18:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


6. วัดพะโคะ จ.สงขลา

วัดแห่งนี้คือที่จำพรรษาของสมเด็จพะโคะ หรือหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเล พระเกจิอาจารย์ที่ประชาชนให้ความนับถือมากมาย ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนเป็นชื่อวัดราชประดิษฐาน แต่ชาวบ้านก็ยังคงนิยมเรียกกันติดปากว่าวัดพะโคะอยู่อย่างนั้น ทั้งนี้ ภายในวัดมีสิ่งที่น่าชม ได้แก่

พระสุวรรณมาลิก เจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ ซึ่งภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าที่นำมาจากลังกา

พระพุทธไสยาสน์ หรือพระโคตมะ

พระพุทธรูปปั้นสีทองปางปรินิพพานยาว 18 เมตร สูง 2.5 เมตร ฝีมือช่างปั้นท้องถิ่น

รอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ภายในมณฑปยอดเขา ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นรอยพระบาทของสมเด็จพระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์ หรือหลวงพ่อทวดนั่นเอง

รูปจำลองและอนุสาวรีย์สมเด็จพระราชมุนีสามีราม ซึ่งประดิษฐานอยู่ในมณฑปบนยอดเขา โดยวางคู่กับรอยพระพุทธบาทเพื่อให้ประชาชนได้เข้ามาสักการะโดยสะดวก

พิพิธภัณฑ์วัดพะโคะซึ่งเปิดให้เข้าชมเมื่อปี พ.ศ. 2536 จัดแสดงของต่าง ๆ มากมาย เช่น พระพุทธรูป เครื่องปั้นดินเผาเครื่องทองเหลือง มีดพร้า ตะบันหมากทองเหลือง ธนบัตรและเหรียญสมัยก่อน เครื่องถ้วยกระเบื้อง นอกจากนี้ยังมีวัตถุที่เกี่ยวเนื่องกับหลวงพ่อทวด เช่น อัฐบริขาร จีวร ไม้เท้าของหลวงปู่ทวด ลูกแก้วบารมี เป็นต้น

ปาฏิหาริย์แห่งหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเล

มีเรื่องเล่ากันว่า วันหนึ่งมีโจรสลัดแล่นเรือเลียบมาตามฝั่ง เห็นสมเด็จพะโคะ หรือหลวงปู่ทวดเดินอยู่ ซึ่งท่านมีลักษณะแปลกกว่าคนทั้งหลาย จึงใคร่จะลองดี โจรสลัดได้จอดเรือและจับสมเด็จพะโคะไป เมื่อเรือแล่นมาได้สักครู่ เกิดเหตุเรือแล่นต่อไปไม่ได้ ต้องจอดอยู่หลายวันจนในที่สุดน้ำจืดหมดลง โจรสลัดเดือดร้อนกันไปทั่ว สมเด็จพะโคะสงสารจึงเอาเท้าซ้ายแช่ลงไปในน้ำทะเล เกิดเป็นประกายโชติช่วง และน้ำทะเลได้กลายเป็นน้ำจืด โจรสลัดเกิดความเลื่อมใสศรัทธากราบไหว้ขอขมา และนำสมเด็จพะโคะขึ้นฝั่ง ตั้งแต่นั้นมาเมื่อเรื่องราวแพร่สะพัด ประชาชนจึงพากันไปกราบไหว้บูชากันเป็นจำนวนมาก

ที่ตั้ง : ตั้งอยู่บริเวณเขาพัทธสิงค์ หมู่ที่ 6 ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ อยู่ห่างจากสงขลา 48 กิโลเมตร

การเดินทาง : ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 407 ทางสะพานติณสูลานนท์ ผ่านเกาะยอแล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 408 (สงขลา-ระโนด) หลักกิโลเมตรที่ 110 ทางซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางเข้าวัดพะโคะ

สภานที่ : ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลชุมพร บริเวณเขาพัทธสิงค์ อยู่ห่างจากสงขลา 48 กิโลเมตร อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา 90190

เบอร์โทร : 074 231 055

เวลาทำการ : 00:00 - 00:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


7. วัดจะทิ้งพระ จ.สงขลา

วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองประจำอำเภอสทิงพระแห่งนี้ เดิมเรียกว่า วัดสทิงพระ แต่ปัจจุบันเพี้ยนมาเป็น วัดจะทิ้งพระ วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1542 ภายในวัดมีโบราณสถานซึ่งเป็นศิลปะสมัยศรีวิชัยน่าชม ได้แก่

เจดีย์พระมหาธาตุ มีความสูง 20 เมตร ฐานกว้างด้านละ 17 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางขององค์ระฆัง 6 เมตร ตัวเจดีย์มีลักษณะเป็นรูปโอคว่ำแบบลังกาอย่างพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช แต่ไม่มีรัตนบัลลังก์ เสามะหวดตั้งบนคอระฆังระหว่างเสามีรูปสาวกปูนปั้นนูนต่ำจำนวน 16 องค์ ถัดขึ้นไปเป็นปล้องไฉน องค์ระฆังของเจดีย์พระมหาธาตุมีลักษณะแปลกกว่าที่อื่น ตรงที่จะคอดเว้าตรงกลางเล็กน้อย ทั้งนี้ นักประวัติศาสตร์ศิลปะอธิบายว่า เป็นศิลปะแบบปาละ สมัยศรีวิชัย อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 13-15 องค์เจดีย์ก่อด้วยอิฐดินเผา และอิฐปะการังสอด้วยดิน ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีเสาหลอกแบ่งเป็นช่อง ๆ ต่อมาในสมัยอยุธยาตอนปลายมีการบูรณะเปลี่ยนฐานเป็นสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้ยี่สิบ แต่ละด้านมีซุ้มพระหนึ่งซุ้ม มีลักษณะโค้งแหลมแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิคซึ่งเข้ามามีอิทธิพลในสถาปัตยกรรมไทยตั้งแต่สมัยอยุธยาในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. 2199-2231)

จิตรกรรมฝาผนังภายในวิหารที่มีอายุประมาณ 100 โดยเล่าเรื่องพุทธประวัติ อันเป็นฝีมือช่างท้องถิ่นสามคนคือพระครูวิจารณ์ศีลคุณ (ชู) นายเกลื่อน และนายช่างไบ้ ที่เขียนภาพด้วยสีขาวเทาฟ้าเขียว ระบายสีบาง ๆ แล้วตัดเส้นด้วยสีอ่อนบนพื้นสีเหลืองอ่อน

กว่าจะมาเป็นวัดจะทิ้งพระ

มีตำนานเล่าว่า เจ้าพระยากรุงทอง เจ้าเมืองสทิงพาราณสีเป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้น ส่วนจากหลักฐานหนังสือกัลปนา หัวเมืองพัทลุง สมัยอยุธยา ระบุว่า วัดจะทิ้งพระแยกออกเป็นสองวัดโดยมีกำแพงกั้นกลาง วัดแรก คือวัดสทิงพระ มีพระครูวินัยธรรมเป็นเจ้าอธิการ หมื่นธรรมเจดีย์เป็นนายประเพณี อีกวัดคือวัดพระมหาเจดีย์องค์ใหญ่ มีพระครูอมฤตย์ศิริวัฒนธาตุ เป็นเจ้าอธิการ ขุนธรรมพยาบาลเป็นนายประเพณี วัดทั้งสองแห่งนี้มีชื่อเรียกร่วมกันว่า วัดเจ้าพี่วัดเจ้าน้อง โดยขึ้นกับวัดเขียนบางแก้ว คณะป่าแก้ว หัวเมืองพัทลุง และได้รวมเป็นวัดเดียวกันในสมัยรัชกาลที่ 5

ที่ตั้ง : อยู่ใกล้ที่ว่าการอำเภอสทิงพระ ตำบลจะทิ้งพระ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา

สภานที่ : ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลจะทิ้งพระ ห่างจากที่ว่าการอำเภอสทิงพระประมาณ 200 เมตร อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา 90190

เบอร์โทร : 074 231 055

เวลาทำการ : 00:00 - 00:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


8. เกาะยอ จ.สงขลา

เป็นเกาะเล็กๆ ในทะเลสาบสงขลา เป็นแหล่งเลี้ยงปลากะพงขาวในกระชัง มีโฮมสเตย์ให้พักค้างคืน ชมวิถีชีวิตชาวเกาะยอ ซึ่งมีสินค้าชื่อดังหลายอย่าง ที่โดดเด่น เช่น ผ้าทอเกาะยอ

สภานที่ : กลางทะเลสาบสงขลาตอนล่าง

เบอร์โทร : -

เวลาทำการ : 00:00 - 00:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map




เปิดอ่าน