ตรัง-สตูล

ถ้ำเลเขากอบ,อุทยานแห่งชาติเจ้าไหม,อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา,อุทยานแห่งชาติตะรุเตา,ล่องแก่งน้ำตกวังสายทอง,ถ้าภูผาเพชร,อุทยานแห่งชาติทะเลบัน

นั่งเรือชมถ้ำเลเขา เที่ยวหลีเป๊ะ ตะรุเตา

ตรัง

• ถ้ำเลเขากอบ เป็นถ้ำใหญ่ที่มีน้ำไหลผ่านตลอดถ้ำ ประกอบด้วยถ้ำต่างๆ อยู่ภายใต้ภูเขากอบ ได้แก่ ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำรากไทร ถ้ำท้องพระโรง ถ้ำพระสวรรค์ ถ้ำตะพาบน้ำ ถ้ำเพชร ถ้ำพลอย และถ้ำแป้ง เป็นต้น สภาพภายในถ้ำเขากอบมีหินย้อยที่แตกต่างไปจากถ้ำอื่นๆ คือ มีหลอดหินย้อย (Soda straw) อยู่เป็นจำนวนมาก แสดงถึงช่วงของการเกิดเป็นหินย้อยในระยะต้น

• อุทยานแห่งชาติเจ้าไหม ประกอบด้วยหาดปากเมง หาดฉางหลาง หาดยาว หาดหยงหลิง หาดสั้น หาดเจ้าไหม ถ้ำเจ้าไหม และเกาะน้อยใหญ่อีก 7 เกาะในทะเลตรัง ได้แก่ เกาะมุก เกาะกระดาน เกาะเชือก เกาะปลิง เกาะแหวน เกาะเมง และเกาะเจ้าไหม บริเวณอุทยานฯ ยังมีศูนย์ศึกษาธรรมชาติทางทะเล โดยมุ่งเน้นทำการวิจัยหญ้าทะเลอันเป็นแหล่งคุณค่าทางนิเวศวิทยาของฝั่งทะเลอันดามัน

• อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ประกอบด้วยเกาะสำคัญ คือ เกาะเภตรา เกาะเขาใหญ่ และเกาะบริวารต่างๆ รวม 22 เกาะ สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเกาะเขาหินปูนที่มีความลาดชันสูง มีพื้นที่ราบเพียงเล็กน้อย สภาพป่าไม้มีความหลากหลาย มีทั้งป่าดงดิบ ป่าชายหาด และป่าชายเลน รวมทั้งมีสัตว์น้ำ ปะการัง กัลปังหา และดอกไม้ทะเลสวยงามมากให้คุณได้ดำน้ำไปชมทั่วเกาะบริวารต่างๆ

• อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา ต้องขึ้นเรือไปจากท่าเรือปากบารา เพื่อเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา เกาะอาดัง ราวี หลีเป๊ะ จองที่พักกับทางอุทยาน ส่วนเรือต้องจองกับบริษัทเอกชนที่ท่าเรือ ตั๋วเรือสปีดโบ๊ทไปเกาะตะรุเตา เกาะไข่ ไป-กลับ 1,200 บาท ใช้เวลา 1.30 ชม. เรือเฟอร์รี่ไปเกาะตะรุเตา ไป-กลับ 1,000 บาท ใช้เวลา 2 ชม. ที่พักบนเกาะหลีเป๊ะ มีราคาตั้งแต่ 500-3,000 บาท

สตูล

• ล่องแก่งน้ำตกวังสายทอง น้ำตกหินปูนอีกหนึ่งความมหัศจรรย์ที่สวยงาม ด้วยแอ่งน้ำชั้นน้อยใหญ่ ลักษณะหินคล้ายกลีบบัวลดหลั่นลงมาเป็นชั้นๆ สวยงามด้วยสายน้ำที่ไหลลงมาจากปากถ้ำ ส่องประกายกระทบแสงอาทิตย์เป็นสีเหลืองอร่ามชวนหลงใหล น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา ผู้สนใจสามารถติดต่อใช้บริการล่องแก่งได้ โดยจะมีระยะทางประมาณ 7 กม. ใช้เวลา 1 ชม.

• ถ้าภูผาเพชร ชมความอลังการ ตระการตาของถ้ำหินงอกหินย้อยรูปร่างต่างๆ มีพื้นที่ภายในถ้ำมากกว่า 50 ไร่ ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท เปิด 9.00-15.00 น. ต้องเดินขึ้นบันไดกว่า 300 ขั้น แต่ขอให้พยายามไปให้ถึงเพราะสถานที่ที่รอยู่นั้นคุ้มเกินคุ้ม ควรนำไฟฉายไปด้วย

• อุทยานแห่งชาติทะเลบัน “ทะเลบัน” เพี้ยนมาจากคำว่า “เลิดเรอบัน” เป็นภาษามลายูแปลว่าทะเลยุบหรือทะเลอันเกิดจากการยุบตัวของแผ่นดิน อุทยานแห่งชาติทะเลบันเกิดจากการยุบตัวของพื้นดินระหว่างเขาจีนและเขามดแดง กลายเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ที่ มีเนื้อที่ประมาณ 63,350 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนอุดมไปด้วยพืชพรรณป่าไม้ที่ขึ้นอย่างหนาแน่น นอกจากนี้ยังมีสัตว์ต่างๆ เช่น เลียงผา ช้าง สมเสร็จ หมูป่า ลิงชะนี เป็นต้น


1. ถ้ำเลเขากอบ จ.ตรัง

ถ้ำเลเขากอบเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่ทำให้เกิดธารน้ำไหลตลอดถ้ำบนแผ่นดิน

สภานที่ : ตั้งอยู่หมู่ที่ 1,10 ต.เขากอบ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง

เบอร์โทร : 075 500 088

เวลาทำการ : 00:00 - 00:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


2. อุทยานแห่งชาติเจ้าไหม จ.ตรัง

ประกอบด้วยหาดปากเมง หาดฉางหลาง หาดยาว หาดหยงหลิง หาดสั้น หาดเจ้าไหม ถ้ำเจ้าไหม และเกาะน้อยใหญ่อีก 7 เกาะในทะเลตรัง ได้แก่ เกาะมุก เกาะกระดาน เกาะเชือก เกาะปลิง เกาะแหวน เกาะเมง และเกาะเจ้าไหม บริเวณอุทยานฯ ยังมีศูนย์ศึกษาธรรมชาติทางทะเล โดยมุ่งเน้นทำการวิจัยหญ้าทะเลอันเป็นแหล่งคุณค่าทางนิเวศวิทยาของฝั่งทะเลอันดามัน

สภานที่ : หมู่ ที่ 5 อำเภอ สิเกา ตรัง

เบอร์โทร : -

เวลาทำการ : 08:00 - 18:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


3. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา จ.สตูล

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ชายฝั่งตะวันตกทางใต้ของไทย บริเวณช่องแคบมะละกา ฝั่งทะเลอันดามัน เกาะเภตรามีลักษณะคล้ายเรือสำเภา ครอบคลุมพื้นที่ชายหาดตลอดแนวฝั่งทะเลในท้องที่ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู ตำบลขอนคลาน อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล และตำบลสุกร อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาลาดชันสูง มีพื้นที่ราบบริเวณหุบเขาและชายหาด มีพื้นที่ทั้งบนบกและทะเล ประมาณ 494.38 ตารางกิโลเมตร ได้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2527 อุทยานฯ นี้มีป่าไม้ ภูเขา สัตว์ป่า ปะการังหลากสีสวยงาม ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ที่สำคัญต่างๆ คือ เกาะเภตรา เกาะลิดี เกาะบุโหลน เกาะเขาใหญ่ เกาะละโละแบนแต เกาะเหลาเหลียง และเกาะเปรามะ

สถานที่ท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราอ่าวนุ่น เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานฯ อยู่บนโค้งเวิ้งอ่าวธรรมชาติที่มีบรรยากาศเงียบสงบ มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและบ้านพักหาดราไว เป็นชายหาด ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 และ 4 ตำบลขอนคลาน อำเภอทุ่งหว้า ห่างจากที่ทำการทุ่งหว้า ประมาณ 26 กิโลเมตร เข้าตรงทางแยกบ้านวังตง มีต้นสนอยู่ตลอดแนวชายหาด มีภูมิทัศน์ที่เหมาะสำหรับตั้งค่ายพักแรมเกาะลิดีเล็ก อยู่ห่างจากที่ทำการฯ (อ่าวนุ่น) ประมาณ 5 กิโลเมตร และห่างจากท่าเรือปากบาราประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์ฯ บนเกาะมีชายหาดทรายขาว น้ำใสเหมาะจะเล่นน้ำพักผ่อน ด้านข้างของเกาะมีป่าชายเลนที่สมบูรณ์มีสัตว์น้ำหลายชนิดอาศัยอยู่ นักท่องเที่ยวที่จะพักบนเกาะต้องนำเต็นท์และอาหารมาเอง เพราะยังไม่มีร้านอาหารบริการ ส่วนเกาะลิดีใหญ่ ซึ่งอยู่ข้างเกาะลิดีเล็ก เป็นเกาะสัมปทานรังนกนางแอ่น สนใจติดต่อเช่าเรือได้ที่ ที่ทำการอุทยานฯ ค่าเช่าเรือประมาณ 700 บาทเกาะบุโหลน อยู่ห่างจากท่าเรือปากบาราประมาณ 22 กิโลเมตร เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาวสะอาด น้ำทะเลใสสวยเล่นน้ำได้ มีจุดดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกกระจายอยู่หลายจุด เช่น เกาะอายำและเกาะหินขาว ยามค่ำคืนบริเวณชายหาดมีปูเสฉวน ปูลม ให้ดู และยังเป็นจุดดูพระอาทิตย์ตกที่สวยงามจุดหนึ่งด้วย การเดินทางจากจังหวัดสตูลไปยังอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราที่ทำการอุทยานฯ ห่างจากตัวจังหวัด 56 กิโลเมตร ตั้งอยู่บริเวณเวิ้งอ่าวธรรมชาติที่เรียกว่า อ่าวนุ่น ก่อนถึงท่าเรือปากบาราประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 416 บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 6-7 ให้แยกซ้ายเข้าไปอีก 1.4 กิโลเมตร อยู่ห่างจากอำเภอละงู 7 กิโลเมตรสำหรับการเดินทางไปยังเกาะต่างๆ ในเขตอุทยานฯ นั้น สามารถติดต่อเช่าเรือได้ที่ท่าเรือปากบารา สำหรับผู้ที่จะไปเกาะบุโหลน มีเรือโดยสารไปเกาะบุโหลนทุกวัน เที่ยวไปออกจากท่าเรือปากบารา 13.30 น. เที่ยวกลับออกจากเกาะบุโหลน เวลา 10.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ค่าโดยสารไปกลับคนละ 500 บาท ส่วนเกาะลิดีไม่มีเรือเมล์วิ่ง ต้องติดต่อเช่าเหมาเรือที่ท่าเรือปากบารา ราคาค่าเช่าประมาณวันละ 800-1,600 บาท สอบถามรายละเอียดชมรมผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวท่าเรือปากบารา โทร. 0 7478 3338 อาดังซี แอดเวนเจอร์ โทร. 0 7478 3368 ในเขตอุทยานฯ มีบ้านพัก และสถานที่ตั้งเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา (อ่าวนุ่น) 298 หมู่ 4 ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล 91110 โทร. 0 7478 3074 (ผู้ที่จองจะต้องมาติดต่อที่อุทยานฯ ด้วยตนเอง หรือมีหนังสือแจ้งล่วงหน้า) www.dnp.go.th

ค่าเข้าชม คนไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท /ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 2 00 บาท เด็ก 10 0 บาท อัตราค่าบริการ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยลด 50 เปอร์เซ็นต์ วันจันทร์-วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม-31 ธันวาคม 2558 ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท

สภานที่ : ตำบล ปากน้ำ อำเภอ ละงู สตูล

เบอร์โทร : -

เวลาทำการ : 00:00 - 00:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


4. อุทยานแห่งชาติตะรุเตา จ.สตูล

ขอต้อนรับสู่อุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของเมืองไทย ที่มีชื่อเสียงทางด้านประวัติศาสตร์และความสวยงามของธรรมชาติ อีกทั้งยังได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก ในปีพ.ศ.2525 ให้เป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน (ASEAN Heritage Parks and Reserves) ที่นี่อยู่ห่างจากตัวเมืองสตูลประมาณ 40 กิโลเมตร และห่างจากฝั่งที่ท่าเรือปากบารา 22 กิโลเมตร สภาพทั่วไปประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่จำนวน 51 เกาะ มีเกาะขนาดใหญ่ 7 เกาะได้แก่เกาะตะรุเตา เกาะอาดัง เกาะราวี เกาะหลีเป๊ะ เกาะกลาง เกาะบาตวง และเกาะบิสสี แบ่งออกเป็น 2 หมู่เกาะใหญ่ คือหมู่เกาะตะรุเตาและหมู่เกาะอาดัง-ราวี

รอยอดีตแห่งตะรุเตา

ครั้งหนึ่งในอดีต ด้วยความเป็นเกาะที่อยู่ห่างไกลจากฝั่งและเต็มไปด้วยปัจจัยทางธรรมชาติที่เป็นอุปสรรค ทำให้ยากต่อการหลบหนี เกาะตะรุเตาคือสถานที่กักกันนักโทษชั้นดี และได้มีจัดตั้งนิคมขึ้นมา โดยสร้างอาคารที่ทำการ บ้านพักผู้คุม เรือนนอนนักโทษ และโรงฝึกอาชีพที่อ่าวตะโละวาว และอ่าวตะโละอุดัง ในปีพ.ศ.2481 นักโทษชุดแรก 500 คนได้เดินทางมาถึงเกาะตะรุเตา และทยอยเข้ามาอีกเรื่อย ๆ จนมีจำนวนมากถึง 3,000 คน รวมทั้งนักโทษการเมือง และกลุ่มนักโทษจากเหตุการณ์กบฎบวรเดชและกบฎนายสิบ ก็มากักบริเวณอยู่ที่อ่าวตะโละอุดัง ครั้นในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ได้เกิดเหตุการณ์โจรสลัดตะรุเตา ซึ่งก็คือผู้คุมและนักโทษจำนวนหนึ่งได้ร่วมกันออกปล้นสะดมเรือสินค้าที่ล่องผ่านช่องแคบมะละกา เพื่อดำรงชีพให้อยู่รอดจากภาวะการขาดแคลนอาหารและยารักษาโรคที่เกิดขึ้นอย่างหนักหน่วง แต่แล้วในที่สุด ตำนานโจรสลัดตะรุเตาก็ปิดฉากลงด้วยฝีมือของกองกำลังจากรัฐบาลอังกฤษ และต่อมาได้มีการประกาศยกเลิกนิคมตะรุเตา เกาะแห่งนี้ได้ถูกทิ้งร้างนานถึง 26 ปีก่อนได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของไทย

ช่วงเวลาเหมาะสม :เดือนพฤศจิกายน - เมษายน โดยจะมีฝนตกชุกที่สุดในเดือนกันยายน คลื่นลมแรง ไม่เหมาะกับการเดินเรือ จึงมีการกำหนดปิดฤดูกาลท่องเที่ยวประจำปีดังนี้ เฉพาะบริเวณหมู่เกาะอาดัง - ราวีปิดฤดูกาลท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม - 15 พฤศจิกายนของทุกปี และเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน - 15 พฤษภาคมของทุกปี

สิ่งที่น่าสนใจ

- ชมความยิ่งใหญ่ของ เกาะตะรุเตาที่ไม่เพียงเป็นเกาะใหญ่สุดของอุทยานฯ เท่านั้น หากยังอุดมไประบบนิเวศหลากหลาย ทั้งป่าดิบชื้น ป่าชายเลน อันเป็นถิ่นอาศัยของพรรณไม้และสัตว์นานาชนิด นอกจากนี้ยังมีอ่าวน้อยใหญ่ที่อุดมไปชายหาดสวยงามมากมายหลายแห่ง อีกทั้งในท้องทะเลของเกาะตะรุเตายังมีพันธุ์ปลาหลากหลายชนิดรวมทั้งเต่าทะเลที่ใกล้สูญพันธุ์ 4 ชนิดอีกด้วย คำว่า ตะรุเตา นี้เพี้ยนมาจากคำว่า ตะโละเตรา ซึ่งในภาษามลายูแปลว่า มีอ่าวมาก นั่นเอง

- ชมวิวพระอาทิตย์ตกดินสวยที่สุดจาก อ่าวพันเตมะละกาที่สามารถเดินขึ้นไปชมวิวบนผาโต๊ะบูได้อีกด้วย ที่นี่เป็นอ่าวที่มีชายหาดยาวขาวสะอาดและเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติตะรุเตาและศูนย์บริการนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนหนึ่งจัดนิทรรศการเกี่ยวกับเรื่องของธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของเกาะตะรุเตาให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาเรียนรู้

- สัมผัสความเงียบสงบริมอ่าวจาก อ่าวเล็ก ๆ ที่ติดกับอ่าวพันเตมะละกา

- เดินเล่นบนเม็ดทรายนุ่มเท้าของอ่าวเมาะและ ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 4 กิโลเมตร หาดทรายขาวสะอาดของที่นี่ได้รับการแต่งแต้มด้วยทิวมะพร้าวเรียงรายสวยงาม ทั้งยังมีบังกะโลไว้พักแรมสำหรับคนที่อยากดื่มด่ำตะรุเตาให้เต็มอิ่ม

- สนุกกับหลากกิจกรรมบน อ่าวสนห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 8 กิโลเมตร เป็นอ่าวรูปโค้งที่มีหาดทรายสลับกับหาดหินและเป็นที่วางไข่ของเต่าทะเลที่นี่มีจุดกางเต็นท์บริการอาหารและเครื่องดื่ม และยังมีน้ำตกขนาดเล็กคือน้ำตกลูดูและน้ำตกโละโป๊ะเหมาะสำหรับเดินป่าศึกษาธรรมชาติ

- ทักทายดวงตะวันยามเช้าที่ อ่าวตะโละวาวอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะอันเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม

- เรียนรู้ประวัติศาสตร์จากอ่าวตะโละอุดัง อยู่ทางทิศใต้ของเกาะห่างจากเกาะลังกาวี 8 กิโลเมตร ด้านหน้าอ่าวมีหินซีกขนาดใหญ่โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ มีสะพานสำหรับจอดเรือ โดยที่แห่งนี้ในอดีตเคยเป็นที่กักกันนักโทษการเมืองกลุ่มนักโทษจากเหตุการณ์กบฏบวรเดชและกบฏนายสิบ

- สัมผัสสายน้ำเย็นฉ่ำจากน้ำตกลูดูเป็นน้ำตกขนาดเล็กที่มีความสวยงามมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ และอยู่ห่างจากอ่าวสนประมาณ 3 กิโลเมตร

- ระทึกใจไปกับความตื่นเต้นในถ้ำจระเข้เป็นถ้ำที่มีความลึกประมาณ 300 เมตรภายในมีหินงอกหินย้อยสวยงามและมีลักษณะแตกต่างกันไปชวนจินตนาการบรรเจิด โดยต้องนั่งเรือหางยาวไปตามคลองพันเตมะละกา สองฝั่งคลองหนาแน่นไปด้วยต้นโกงกาง ใช้เวลาล่องเรือประมาณ 20 นาทีและใช้เวลาชมถ้ำประมาณหนึ่งชั่วโมงการเดินทางชมถ้ำแนะนำว่าควรนำไฟฉายติดตัวไปด้วย

- ตื่นตากับวิวสุดอลังการจากจุดชมวิว ผาโต๊ะบูเป็นหน้าผาสูง 60 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งอยู่ด้านหลังที่ทำการอุทยานฯ โดยใช้เวลาเดินขึ้นจุดชมวิวประมาณ 20 นาที จากบนนี้จะเห็นทะเลสีครามสดใสที่มาพร้อมทัศนียภาพชวนมองของเกาะบุโหลน เกาะกลาง เกาะไข่ เกาะอาดัง เกาะราวี หมู่เกาะเภตรา และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่งดงามอีกมุมหนึ่ง

กิจกรรมน่าสนุก

- เดินป่าศึกษาธรรมชาติ จากที่ทำการอุทยานฯ บริเวณอ่าวพันเตมะละกามีเส้นทางเดินเท้าผ่านป่าดงดิบไปอ่าวตะโละวาวระยะทาง 12 กิโลเมตร สภาพของสองข้างทางเป็นป่าดงดิบหนาทึบ ร่มรื่นด้วยไม้นานาพรรณมีสัตว์ป่า เช่น หมูป่า กระจง และนกน่าสนใจหลายชนิด โดยเฉพาะนกเงือกที่พบได้บ่อย นอกจากนี้ยังมีอีกเส้นทางหนึ่งไปอ่าวจากอ่าวเมาะและจนถึงอ่าวสนระยะทาง 8 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยจะผ่านป่าดงดิบที่อุดมสมบูรณ์และยังเหมาะแก่การดูนกเช่น นกเงือก นกแซงแซว

- ล่องเรือรอบเกาะ เพื่อศึกษาธรรมชาติโดยรอบ โดยอุทยานฯ ได้จัดเรือบริการพร้อมเจ้าหน้าที่นำทางชมหาดทรายต่างๆ ซึ่งเริ่มจากแวะดูนกที่อ่าวจากชมหาดทรายขาวและยาวที่สุดที่อ่าวสน ศึกษาร่องรอยประวัติศาสตร์ที่อ่าวตะโละอุดัง ชมธรรมชาติที่อ่าวตะโละวาว แวะดำน้ำและเที่ยวป่าชายเลนใช้เวลาในการล่องเรือ 1 วันทั้งนี้ ผู้สนใจติดติดได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบนเกาะ

ชวนพัก

ในเขตอุทยานฯ มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยวบนเกาะตะรุเตาและเกาะอาดัง สอบถามรายละเอียดได้ที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. +66 2562 0760, www.dnp.go.th หรือศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติตะรุเตา บริเวณท่าเรือปากบารา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล 91110 โทร. +66 7478 3485, +66 7478 3597, +66 7478 1285 หรือหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติตะรุเตาที่ต.ต.1 (อ่าวพันเตมะละกา) บนเกาะตะรุเตาโทร. +66 7472 9002-3

สภานที่ : อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล 91110

เบอร์โทร : -

เวลาทำการ : 00:00 - 00:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


5. ล่องแก่งน้ำตกวังสายทอง จ.สตูล

น้ำตกหินปูนอีกหนึ่งความมหัศจรรย์ที่สวยงาม ด้วยแอ่งน้ำชั้นน้อยใหญ่ ลักษณะหินคล้ายกลีบบัวลดหลั่นลงมาเป็นชั้นๆ สวยงามด้วยสายน้ำที่ไหลลงมาจากปากถ้ำ ส่องประกายกระทบแสงอาทิตย์เป็นสีเหลืองอร่ามชวนหลงใหล น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา ผู้สนใจสามารถติดต่อใช้บริการล่องแก่งได้ โดยจะมีระยะทางประมาณ 7 กม. ใช้เวลา 1 ชม.

สภานที่ : น้ำตกวังสายทอง ตำบล ปาล์มพัฒนา อำเภอ มะนัง สตูล

เบอร์โทร : -

เวลาทำการ : 08:00 - 18:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


6. ถ้าภูผาเพชร จ.พัทลุง

ชมความอลังการ ตระการตาของถ้ำหินงอกหินย้อยรูปร่างต่างๆ มีพื้นที่ภายในถ้ำมากกว่า 50 ไร่ ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท เปิด 9.00-15.00 น. ต้องเดินขึ้นบันไดกว่า 300 ขั้น แต่ขอให้พยายามไปให้ถึงเพราะสถานที่ที่รอยู่นั้นคุ้มเกินคุ้ม ควรนำไฟฉายไปด้วย

สภานที่ : ต.หนองธง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง 93170

เบอร์โทร : 074-774-505

เวลาทำการ : 09:00 - 15:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


7. อุทยานแห่งชาติทะเลบัน จ.สตูล

ชื่อทะเลบันอาจไม่คุ้นหูเท่าไหร่นัก และหากหลายคนได้ยินคงคิดว่าที่นี่คืออุทยานแห่งชาติทางทะเล แต่ความจริงแล้วที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติทางบกที่มีเนื้อที่ 122,500 ไร่ โดยรวมพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกุปังปุโต๊ะและหัวกระหมิง และพื้นที่ป่าควนบ่อน้ำปูยูในท้องที่ตำบลบ้านควน ตำบลปูยู อำเภอเมืองเข้าไว้ด้วยกัน แล้วได้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2523 คำว่า ทะเลบัน เพี้ยนมาจากคำว่า เลิดเรอบัน เป็นภาษามลายูแปลว่าทะเลยุบหรือทะเลอันเกิดจากการยุบตัวของแผ่นดิน ซึ่งอุทยานแห่งชาติทะเลบันเกิดจากการยุบตัวของพื้นดินระหว่างเขาจีนและเขามดแดงนั่นเอง โดยกลายเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ที่ มีเนื้อที่ประมาณ 63,350 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนอุดมไปด้วยพืชพรรณป่าไม้ที่ขึ้นอย่างหนาแน่นนอกจากนี้ยังมีสัตว์ต่าง ๆ เช่น เลียงผา ช้าง สมเสร็จ หมูป่า ลิ งชะนี เป็นต้น

กิจกรรมน่าสนใจ

- บึงทะเลบัน อาณาจักรแห่งบึงน้ำจืดกลางโอบกอดของหุบเขาดูน่าอัศจรรย์ ขนาบด้วยเทือกเขาจีนและเขาวังประ มีเนื้อที่ประมาณ 125 ไร่ ในบึงอุดมไปด้วยปลาน้ำจืดและหอยหลากชนิด และรอบบึงมี ต้นบากง ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น ทั้งนี้ทางอุทยานฯ ได้สร้างศาลาท่าน้ำไว้ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งพักผ่อนและมีทางเดินไม้รอบบึงสำหรับเดินเล่มชมวิว ถ่ายรูป เพลินตาไปกับธรรมชาติรอบตัว

- น้ำตกยาโรย เป็นน้ำตกที่เกิดจากต้นน้ำในป่าหัวกะหมิงมี 9 ชั้น แต่ละชั้นเป็นแอ่งสามารถเล่นน้ำได้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในท้องถิ่น

- น้ำตกโตนปลิวธารน้ำที่เกิดจากภูเขาจีนแห่งนี้เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีหลายชั้นไหลจากหน้าผาสูง มีความสวยงามมาก

- สนุกกับกิจกรรมดูนก ผู้ชื่นชอบการดูนกก็ไม่ควรพลาดเพราะมีนกหลายชนิดให้ชมกันเต็มอิ่มเช่น นกแอ่นฟ้าเคราขาว นกปรอดคอลาย นกกางเขนน้ำหลังแดง นกหัวขวาน เป็นต้น

- ทักทาย เขียดว๊าก ไม่ต้องตกใจไปถ้าในยามสงัดจะได้ยินเสียงร้องประหลาดคล้ายลูกสุนัข ซึ่งไม่ใช่ลูกสุนัขแต่อย่างใด หากคือ เขียดว๊าก หรือ หมาน้ำ สัตว์ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งบึงทะเลบัน เจ้าเขียดว๊ากนี้มีรูปร่างคล้ายกบและคางคกแต่มีหาง โดยมากอาศัยชุกชุมตามริมบึงโดยเฉพาะในฤดูฝน

ชวนพัก

อุทยานฯมีบ้านพักและร้านสวัสดิการ (เปิดในเวลาราชการ) ไว้บริการนักท่องเที่ยวส่วนเต็นท์ต้องนำมาเองสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อุทยานแห่งชาติทะเลบันอำเภอควนโดนจังหวัดสตูล 91160 โทรศัพท์+66 7472 2737, +668 3533 1710 โทรสาร +66 7475 0309 อีเมล์ thalebansatun@hotmail.com

สภานที่ : บ้านวังประจัน ตำบลวังประจัน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล

เบอร์โทร : 074 722 737

เวลาทำการ : 00:00 - 00:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map




เปิดอ่าน