กระบี่-ตรัง-สตูล

ท่าเรือเจ้าฟ้า,หาดนพรัตน์ธารา,อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา,วัดถ้ำเสือเขาแก้ว อ่าวลูกธนู,น้ำพุร้อนณัฐฐาวารี,พิพิธภัณฑสถานวัดคลองท่อม,เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม,อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม,หาดฉางหลาง,เกาะกระดาน,เกาะมุก-ถ้ำมรกต,เกาะเชือก-เกาะแหวน,เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง,พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎาน

มาจังหวัดติดทะเลแบบนี้ก็ต้องเที่ยวแบบทะเลยาวๆ ไป เป็นการท่องทะเลอันดามันเริ่มจากกระบี่ ท่าเรือเจ้าฟ้า-หาดนพรัตน์ธารา-อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา- วัดถ้ำเสือเขาแก้ว-น้ำพุร้อนณัฐฐาวารี-พิพิธภัณฑสถานคลองท่อม-เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประบาง เรียกว่าเที่ยวหาด ชมถ้ำ น้ำพุร้อนแล้วมาจบที่ชมสัตว์ป่า

มาต่อกันที่ตรังเริ่มต้นที่-อุทยานแห่งชาติเจ้าไหม-หาดฉางหลาง-เกาะกระดาน-ถ้ำมุกถ้ำมรกต-เกาะเชือกเกาะแหวน-เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง-พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี

ปิดทริปนี้กันที่สตูลด้วย-ท่าเรือตำมะลัง-อุทยานแห่งชาติทะเลบัน ระหว่างทางก็หาที่กินช้อปได้ตามใจชอบ เพลินทะเลอันดามันก็แบบชิลล์ๆ

จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ถึงจังหวัดชุมพร ใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านอ.หลังสวน อ.ไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าอ.เวียงสระ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4035 ถึงอ.อ่าวลึก วกเข้าทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าจ.กระบี่ ระยะทาง 814 กิโลเมตร


1. ท่าเรือเจ้าฟ้า จ.กระบี่

จากท่าเรือนี้สามารถเช่าเรือหางยาวไปถึงเขาขนาบน้ำ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองกระบี่ ใช้เวลาเดินทาง 15 นาที หรือจะพายเรือแคนูบริเวณเขาและป่าชายเลนปากแม่น้ำกระบี่ก็ได้

สภานที่ : ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ 81000

เบอร์โทร : -

เวลาทำการ : 08:00 - 18:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


2. หาดนพรัตน์ธารา จ.กระบี่

อยู่ห่างจากตัวเมือง 17 กิโลเมตร การเดินทางจากตัวเมืองใช้เส้นทางหมายเลข 4034 จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทาง 4202 ที่บ้านช่องพลี สุดเส้นทางจะเจอชายหาดมีความยาวเกือบ 3 กิโลเมตร เดิมชาวบ้านเรียกว่า หาดคลองแห้ง ทั้งนี้เพราะเมื่อน้ำลง น้ำคลองที่ไหลมาจากภูเขาทางด้านเหนือจะแห้งขอดกลายเป็นหาดทรายยาวเหยียดทอดลงไปในทะเล บรรจบกับเกาะเขาปากคลอง บริเวณหาดเป็นทรายละเอียดปะปนด้วยเปลือกหอยเล็ก ๆ ประดับด้วยทิวสนเรียงรายตามชายทะเลยาวเหยียด เมื่อน้ำลงจนแห้งสามารถเดินไปยังเกาะเล็ก ๆ บริเวณหน้าชายหาดได้ บริเวณชายหาดมีที่ทำการอุทยานตั้งอยู่ จากที่ทำการอุทยานฯ เดินเท้าไปตามชายหาดด้านทิศตะวันตก มีบังกะโลหลายแห่งให้บริการนักท่องเที่ยว ชายหาดบริเวณนี้ค่อนข้างเงียบสงบ เป็นสถานที่ที่ชาวกระบี่นิยมไปเที่ยวพักผ่อนในวันสุดสัปดาห์

ค่าเข้าชม คนไทยผู้ใหญ่ 4 0บาท เด็ก 2 0บาท /ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 2 00บาท เด็ก 10 0บาท อัตราค่าบริการ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยลด 50 เปอร์เซ็นต์ วันจันทร์-วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม-31 ธันวาคม 2558 ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท

สภานที่ : ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ 81000

เบอร์โทร : -

เวลาทำการ : 00:00 - 00:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


3. อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา จ.กระบี่

สัมผัสประสบการณ์สู่ยอดเขาสูงที่สุดในจังหวัดกระบี่ในอุทยานแห่งชาติทางบกแห่งเดียวของจังหวัด ที่รับรองว่านักนิยมไพรจะได้ซึมซับธรรมชาติบริสุทธิ์ ทิวทัศน์สวยงาม และความประทับที่ไม่มีวันลืมเลือน

มองภาพกว้าง

อุทยานฯ แห่งนี้มีเนื้อที่ 31,325 ไร่ ที่ครอบคลุมอำเภอเมืองฯ อำเภออ่าวลึก และอำเภอเขาพนม สภาพป่ามีความสมบูรณ์ ประกอบด้วยเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนแนวเหนือจรดใต้ มีไอหมอกปกคลุมตลอดทั้งปี และมียอดเขาพนมเบญจาซึ่งสูง 1,397 เมตร จากระดับทะเลปานกลางซึ่งสูงที่สุดในกระบี่ รายรอบด้วยทิวทัศน์ธรรมชาติสวยงาม ทั้งลำธาร น้ำตก ถ้ำ และสัตว์ป่านานาชนิด เช่น สมเสร็จ เลียงผา หมีควาย เสือปลา นอกจากนี้ยังมีนกที่สามารถพบเห็นกว่า 218 ชนิด เช่น นกอินทรี นกเงือก นกหัวขวาน เป็นต้น

กิจกรรมน่าทำ

สดชื่นไปกับ น้ำตกห้วยโต้ ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 500 เมตร มีต้นกำเนิดจากเขาพนมเบญจา มี 11 ชั้น เช่น วังสามหาบ วังชก วังจงลอย วังดอยปรง วังเทวดา และวังโตนพริ้ว บางชั้นสูงประมาณ 70-80 เมตร มีแอ่งน้ำเหมาะสำหรับเล่นน้ำ

ชม น้ำตกห้วยสะเค อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 1.2 กิโลเมตร เป็นน้ำตกจากหน้าผาสูง มี 3 ชั้น มีแอ่งน้ำใสสะอาด

เดินป่าสู่ยอดเขาพนมเบญจา มี 2 เส้นทาง คือ เส้นทางแรก ใช้เวลา 4 วัน 3 คืน เริ่มต้นจากน้ำตกห้วยโต้ ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 500 เมตร ต้องปีนข้ามน้ำตกขึ้นไปชั้นบนสุดแล้วเดินต่อไปยังลำธาร เลี้ยวซ้ายทางต้นยางใหญ่พักค้างคืนที่เขาลูกช้าง 1 คืน รุ่งขึ้นจึงเดินต่อไปค้างคืนที่ควนน้ำค้างอีก 1 คืน จากนั้นเดินต่อไปจนถึงเชิงเขาพนม รุ่งเช้าอีกวันหนึ่งจึงเริ่มขึ้นยอดเขา พักค้างบนยอดเขาอีก 1 คืน

เส้นทางที่สอง ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน เดินทางโดยรถยนต์ไปที่ฐานปฏิบัติการบางสร้าน ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร และเดินไปสู่ยอดเขาพนมเบญจา เป็นเวลา 1 วัน พักค้างบนยอดเขาพนมเบญจา 1 คืน จากนั้นเดินลงจากยอดเขามาพักค้างคืนที่ควนน้ำค้างอีก 1 คืน และในวันรุ่งขึ้นเดินจากควนน้ำค้างลงมาที่ทำการอุทยานฯ

ทั้งสองเส้นทางจะได้พบกับธรรมชาติที่สวยงามของพันธุ์ไม้ สัตว์ป่า ถ้ำ เพิงผา น้ำตก ธารน้ำ ทะเลหมอก จุดชมวิวที่สามารถมองเห็นตัวเมืองกระบี่ และอากาศที่เย็นสบายตลอดปี นักท่องเที่ยวที่สนใจควรสอบถามข้อมูลก่อนการเดินทาง

การเดินทาง : จากอำเภอเมืองกระบี่ ไปยังสามแยกบ้านตลาดเก่า เลี้ยวขวาตามถนนเพชรเกษมเส้นทางตรังระยะทาง 1 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายตามเส้นทางตลาดเก่า-บ้านห้วยโต้ ระยะทาง 20 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ

อุทยานฯ มีเต็นท์ให้บริการ สำหรับ 2-8 คน ราคาหลังละ 150-600 บาท/คืน/หลัง หรือจะนำเต็นท์มาเอง เสียค่าธรรมเนียม 30 บาท/คืน/หลัง

รายละเอียดติดต่ออุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา 170 หมู่ที่ 4 ตำบลทับปริก อำเภอเมืองฯ จังหวัดกระบี่ 81000 โทร. 0 7566 0716-7 หรือกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2579 7223, 0 2579 5734 หรือ www.dnp.go.th

สภานที่ : 170 หมู่ที่ 4 ตำบลทับปริก อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ 81000

เบอร์โทร : -

เวลาทำการ : 08:00 - 16:30

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


4. วัดถ้ำเสือเขาแก้ว อ่าวลูกธนู จ.กระบี่

ไม่เพียงเป็นที่ตั้งของพระธาตุเจดีย์ยอดเขาแก้วที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง 600 เมตร ซึ่งต้องเดินขึ้นบันได 1,237 ขั้น และเป็นจุดชมวิวชั้นดีของเมืองกระบี่เท่านั้น หากยังเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญที่สะท้อนเงาอดีตถึงสองยุคสมัยด้วยกัน ได้แก่ ยุคก่อนประวัติศาสตร์กับยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์ โดยมีการขุดพบเครื่องมือหิน เศษภาชนะดินเผา พระพิมพ์ดิบ ขณะเดียวกัน สำหรับพุทธศาสนิกชนทุกคน เมื่อมาเยือนที่นี่แล้ว อย่าลืมแวะสักการะรอยพระพุทธบาทจำลอง พระพุทธรูปองค์ใหญ่เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต พร้อมกับชื่นชมธรรมชาติรอบของสวนป่า ที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่แห่งหุบเขาคีรีวงศ์และเต็มไปด้วยถ้ำเล็กถ้ำน้อยมากมายเช่น ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำลอด ถ้ำช้างแก้ว ถ้ำลูกธนู ถ้ำพระ เป็นต้น

ที่ตั้งอยู่ที่บ้านถ้ำเสือในตำบลกระบี่น้อยอำเภอเมืองกระบี่ห่างจากตัวเมืองกระบี่ไปตามถนนเพชรเกษม(ทางหลวงหมายเลข4)แล้วแยกซ้ายเข้าถนนราษฎรพัฒนา(ทางหลวงหมายเลข4037)ไปประมาณ9กิโลเมตร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 7570 1056, 0 7563 1450-1, 0 7563 1454

สภานที่ : ตำบลน้อย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่

เบอร์โทร : 0-7570-1056

เวลาทำการ : 00:00 - 00:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


5. น้ำพุร้อนณัฐฐาวารี จ.กระบี่

แช่น้ำแร่ร้อนเพื่อธรรมชาติบำบัด หรือแช่เท้าในบ่อมัจฉาบำบัด

สภานที่ : ริมถนเพชรเกษม ระหว่าง กม.ที่ 13-14 (กม.ที่ 990 กระบี่-ตรัง) บ้านบางผึ้ง ตำบลโคกยาง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่

เบอร์โทร : 075-601-642

เวลาทำการ : 08:00 - 18:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


6. พิพิธภัณฑสถานวัดคลองท่อม จ.กระบี่

คนรักการเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ น่าจะหาโอกาสมาศึกษาเรื่องราวลูกปัดแห่งอำเภอคลองท่อม ที่เคยเกิดปรากฏการณ์ตื่นลูกปัดมาแล้วในอดีต ผ่านพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ที่เก็บรักษาวัตถุโบราณจำนวนมากซึ่งถูกค้นพบบริเวณนี้ที่เรียกกันว่า ควนลูกปัด อันเป็นเนินดินหลังวัดคลองท่อมนั่นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้นพบลูกปัด เครื่องประดับชิ้นเล็ก ๆ หากเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่ของมนุษย์สมัยเมื่อ 5,000 ปีเศษมาแล้ว แสดงให้เห็นถึงการเคยเป็นชุมชนเมืองท่าในอดีตได้เป็นอย่างดี

ที่ตั้ง : ตั้งอยู่บริเวณวัดคลองท่อม อำเภอคลองท่อม บนถนนเพชรเกษม หลักกิโลเมตรที่ 7172 ห่างจากที่ว่าการอำเภอคลองท่อมประมาณ 1 กิโลเมตร

เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.3012.00 น. และ 13.0016.30 น. ยกเว้นวันพุธ โดยไม่เสียค่าเข้าชม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : เทศบาลตำบลคลองท่อมใต้ โทร. 0 7569 9223, 08 4992 2879

สภานที่ : ถนนเพชรเกษม หลักกิโลเมตรที่ 71–72 บริเวณวัดคลองท่อม ตำบลคลองท่อมใต้ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ 81120

เบอร์โทร : 087-269-7257

เวลาทำการ : 00:00 - 00:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


7. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม จ.กระบี่

ไฮไลต์ของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้อยู่ที่เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติทีนา โจลิฟฟ์ (ทุ่งเตียว) ตั้งชื่อเพื่อระลึกถึงและเป็นอนุสรณ์แด่คุณทีนา โจลิฟฟ์ ชาวอังกฤษ ผู้ริเริ่มความคิดที่จะอนุรักษ์ป่าดิบชื้นผืนนี้ไว้ไม่ให้ถูกทำลาย โดยเส้นทางเดินศึกษานี้มีระยะทาง 2.7 กิโลเมตร ตลอดทางนักท่องเที่ยวจะได้ความรู้จากป้ายบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องราวของนกแต้วแร้วท้องดำ นกป่าที่กระโดดหากินตามพื้นดินและหาดูชมได้ยากแล้วในประเทศไทย จัดเป็นนกที่มีสภาพใกล้สูญพันธุ์เต็มที นอกจากนี้ยังพบนกชนิดอื่น ๆ อีกมากกว่า 300 ชนิด นับเป็นจำนวนที่มากกว่าที่เคยบันทึกไว้ตามเขตอนุรักษ์ต่าง ๆ ทางภาคใต้ของประเทศไทย และมีมากกว่า 100 ชนิดที่เคยพบตามทางเดินศึกษาธรรมชาติแห่งนี้เช่น นกเขาเปล้า นกโพระดก นกเขียวคราม นกปรอด นกกินปลี นกปลีกล้วย และกระรอกพันธุ์ต่าง ๆ เป็นต้น

การเดินทาง : อยู่ที่หมู่บ้านบางเตียว ตำบลคลองท่อมเหนือ ใช้เส้นทางเดียวกับน้ำตกร้อนคลองท่อม ตามทางหลวงหมายเลข 4038 ก่อนถึงตลาดคลองท่อมจะมีทางแยกไปหมู่บ้านบางเตียว ระยะทาง 17 กิโลเมตร

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ มีบ้านพักบริการ และมีสถานที่สำหรับกางเต็นท์บริการนักท่องเที่ยว แต่ต้องนำเต็นท์มาเอง

รายละเอียดติดต่อสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม หมู่ 2 บ้านบางเตียว ตำบลคลองท่อมเหนือ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่

สภานที่ : หมู่บ้านบางเตียว ตำบลคลองท่อมเหนือ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ 81120

เบอร์โทร : 075-622-163

เวลาทำการ : 00:00 - 00:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


8. อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง

แม้มีชื่ออุทยานที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า หาด แต่ที่นี่กลับผนวกทั้งพื้นที่ชายหาดและกลุ่มเกาะมากมายอีกถึง 7 แห่ง ในท้องทะเลอันดามันของจังหวัดตรัง โดยครอบคลุมพื้นที่ 2 อำเภอ คือ อำเภอกันตังและอำเภอสิเกา มีอาณาเขตชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 20 กิโลเมตร และได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2525 ความโดดเด่นของพื้นที่อุทยานฯ ที่คลุมทั้งชายหาดและเกาะ ทำให้สามารถแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ พื้นที่ดินสถานที่ท่องเที่ยวของอุทยานฯซึ่งก็คือ หาดปากเมง หาดฉางหลาง หาดยาว หาดหยงหลิง หาดสั้น หาดเจ้าไหม ถ้ำเจ้าไหม อีกส่วนหนึ่ง คือ เกาะน้อยใหญ่อีก 7 เกาะในทะเลตรัง ได้แก่ เกาะมุก เกาะกระดาน เกาะเชือก เกาะปลิง เกาะแหวน เกาะเมง และเกาะเจ้าไหมสำหรับผู้ืั้ที่สนใจเรื่องหญ้าทะเล อยากรู้จักหน้าตาของมันนั้น บริเวณอุทยานฯ ยังมีศูนย์ศึกษาธรรมชาติทางทะเล โดยมุ่งเน้นทำการวิจัยหญ้าทะเลอันเป็นแหล่งคุณค่าทางนิเวศวิทยา ของฝั่งทะเลอันดามัน

สภานที่ : ตำบลไม้ฝาด อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง 92150

เบอร์โทร : 075 213 260

เวลาทำการ : 06:00 - 18:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


9. หาดฉางหลาง จ.ตรัง

ชายหาดกว้างร่มรื่น ทิศใต้ของหาดมี “เขาแบนะ” มีร่องรอยภาพเขียนสีแดงรูปปลากระบอกยุคก่อนประวัติศาสตร์ เดินเล่นรอบเกาะได้ บนเขาแบนะ เป็นจุดดูปลาพะยูน

สภานที่ : ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง 92150

เบอร์โทร : -

เวลาทำการ : 08:00 - 18:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


10. เกาะกระดาน จ.ตรัง

น้ำทะเลที่ใสราวกระจกก็ทำให้คุณหลงใหลเกาะกระดานเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ครั้นมาเจอผืนทรายละเอียดยิบราวแป้ง ที่รู้สึกนุ่มเท้าทุกครั้งที่ได้สัมผัส จะทำให้คุณตกหลุมรักเกาะสวยที่สุดของทะเลตรังจนถอนตัวไม่ขึ้น โดยเกาะกระดานมีเนื้อที่ 600 ไร่ ซึ่ง 5 ใน 6 ส่วนของเกาะนี้อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ที่เหลือเป็นของเอกชนและมีรีสอร์ทให้บริการ

สภานที่ : ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง

เบอร์โทร : 075 215 867

เวลาทำการ : 00:00 - 00:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


11. เกาะมุก-ถ้ำมรกต จ.ตรัง

ท่องทะเลตรังครั้งใดโปรแกรมอันดับหนึ่งในใจนักท่องเที่ยวต้องยกให้ถ้ำมรกตแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดของเมืองตรังราวกับมีสปอตไลท์สาดจับอยู่ตลอดเวลา และถ้ำมรกตนั้นตั้งอยู่ในเกาะมุกซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ โดยทางด้านทิศตะวันตกของเกาะส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นหน้าผาหินสูงตระหง่านหันหน้าออกสู่ทะเล ส่วนทางฝั่งตะวันออกเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านประมงที่ชาวบ้านยังคงดำรงชีวิตไปตามวิถีชาวเกาะที่เรียบง่าย ซึ่งการท่องเที่ยวบนเกาะมุกนั้น คุณสามารถเดินเที่ยวรอบเกาะได้ ส่วนถ้ำมรกตเป็นโพรงถ้ำที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะมุก ความลึกลับของถ้ำแห่งนี้เริ่มตั้งแต่จากปากทางเข้าถ้ำที่มีลักษณะเป็นโพรงเล็ก ๆ ซึ่งคุณต้องลอยคอกลางทะเลเข้าไปภายในที่มีระยะทาง 80 เมตร สุดทางคือปากถ้ำอีกด้านหนึ่งที่มีหาดทรายขาวเนียนกลางโอบกอดของหน้าผาสูงชันบริเวณนี้คุณสามารถเล่นน้ำได้เหตุที่ได้ชื่อว่าถ้ำมรกตนั้น เนื่องจากเมื่อแสงภายนอกสะท้อนกับน้ำภายในถ้ำทำให้ผืนน้ำที่เห็นกลายเป็นสีเขียวมรกตดูงดงามยิ่งนัก

สภานที่ : อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง

เบอร์โทร : 075 215 867

เวลาทำการ : 00:00 - 00:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


12. เกาะเชือก-เกาะแหวน จ.ตรัง

แม้เป็นเพียงเกาะเล็ก ๆ แต่ปะการังน้ำตื้นและน้ำลึกแถบนี้ก็มีสีสันสวยงามไม่เป็นสองรองใคร รวมทั้งมีฝูงปลามากมายบริเวณนี้ที่นี่จึงเป็นแหล่งดำน้ำที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดตรัง

สภานที่ : อยู่ระหว่างเกาะมุกและเกาะกระดาน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง

เบอร์โทร : 075 215 867

เวลาทำการ : 00:00 - 00:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


13. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง จ.ตรัง

ชื่อเสียงของเกาะลิบงในฐานะเขตห้ามล่าสัตว์ป่า คือ การเป็นแหล่งดูนกทะเลที่มีอยู่อย่างหนาแน่นแห่งหนึ่งของเมืองไทย นอกเหนือไปจากการเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในทะเลตรัง โดยที่นี่มีพื้นที่ 25,000 ไร่ และเพราะเป็นเกาะที่สมบูรณ์ไปด้วยหญ้าทะเล ซึ่งเป็นอาหารของ “พะยูน” สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์เต็มทีที่เกาะลิบงแห่งนี้คุณจึงอาจมีโอกาสได้ทักทายกับเจ้าพะยูนโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ทั้งนี้ เกาะลิบงได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง โดยมีที่ทำการเขตฯ อยู่บริเวณแหลมจุโหย รอบ ๆ เกาะมีสถานที่น่าเที่ยวชมหลายแห่ง อาทิ หาดตูบ แหลมจุโหย แหลมทวด แหลมโต๊ะชัย หาดหญ้าคา เป็นต้น โดยเฉพาะบริเวณแหลมจุโหยนั้นเป็นหาดทราย ครั้นเวลาน้ำลดจะสามารถเดินทางไปถึงหาดตูบได้

สภานที่ : ถนนป่าไม้ ตำบลกันตัง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง 92110

เบอร์โทร : -

เวลาทำการ : 08:00 - 18:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


14. พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี จ.ตรัง

อดีตเจ้าเมืองตรัง บ้านพักเรือนไม้ 2 ชั้น ถูกปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงชีวิต และผลงานของพระยารัษฎาฯ ไว้ให้ศึกษา จดจำ มีรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งและเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของท่านอย่างครบถ้วน ตั้งอยู่ถนนหน้าค่าย อยู่ห่างจากเทศบาลกันตังประมาณ 200 เมตร

สภานที่ : เลขที่ 1 ถนนค่ายพิทักษ์ ตำบลกันตัง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง

เบอร์โทร : -

เวลาทำการ : 09:00 - 16:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


15. ท่าเรือตำมะลัง จ.สตูล

ที่ท่าเรือนี้มีเรือพาไปถ้ำลอดปูยู (ปูยู แปลว่า ปลาหมอ) เป็นแหล่งท่องเที่ยว Unseen คล้ายถ้ำลอดที่พังงา ต่างกันที่พังงาอยู่ในทะเล แต่ถ้ำลอดปูยูอยู่บริเวณป่าชายเลน เป็นภูเขาคร่อมคลอง มีหน้าผาสูงชัน แท่งหินรูปร่างประหลาด หินงอกหินย้อย จากที่นี่สามารถมองเห็นแนวเทือกเขาสันกาลาคีรียาวเหยียดกั้นพรมแดนไทย-มาเลเซีย มีโฮมสเตย์ให้พักเพื่อสัมผัสวิถีชาวปูยู

สภานที่ : ตำบลตำมะลัง อำเภอเมือง จังหวัดสตูล 91000

เบอร์โทร : 089-464-4936

เวลาทำการ : 08:00 - 18:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map


16. อุทยานแห่งชาติทะเลบัน จ.สตูล

ชื่อทะเลบันอาจไม่คุ้นหูเท่าไหร่นัก และหากหลายคนได้ยินคงคิดว่าที่นี่คืออุทยานแห่งชาติทางทะเล แต่ความจริงแล้วที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติทางบกที่มีเนื้อที่ 122,500 ไร่ โดยรวมพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกุปังปุโต๊ะและหัวกระหมิง และพื้นที่ป่าควนบ่อน้ำปูยูในท้องที่ตำบลบ้านควน ตำบลปูยู อำเภอเมืองเข้าไว้ด้วยกัน แล้วได้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2523 คำว่า ทะเลบัน เพี้ยนมาจากคำว่า เลิดเรอบัน เป็นภาษามลายูแปลว่าทะเลยุบหรือทะเลอันเกิดจากการยุบตัวของแผ่นดิน ซึ่งอุทยานแห่งชาติทะเลบันเกิดจากการยุบตัวของพื้นดินระหว่างเขาจีนและเขามดแดงนั่นเอง โดยกลายเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ที่ มีเนื้อที่ประมาณ 63,350 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนอุดมไปด้วยพืชพรรณป่าไม้ที่ขึ้นอย่างหนาแน่นนอกจากนี้ยังมีสัตว์ต่าง ๆ เช่น เลียงผา ช้าง สมเสร็จ หมูป่า ลิ งชะนี เป็นต้น

กิจกรรมน่าสนใจ

- บึงทะเลบัน อาณาจักรแห่งบึงน้ำจืดกลางโอบกอดของหุบเขาดูน่าอัศจรรย์ ขนาบด้วยเทือกเขาจีนและเขาวังประ มีเนื้อที่ประมาณ 125 ไร่ ในบึงอุดมไปด้วยปลาน้ำจืดและหอยหลากชนิด และรอบบึงมี ต้นบากง ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น ทั้งนี้ทางอุทยานฯ ได้สร้างศาลาท่าน้ำไว้ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งพักผ่อนและมีทางเดินไม้รอบบึงสำหรับเดินเล่มชมวิว ถ่ายรูป เพลินตาไปกับธรรมชาติรอบตัว

- น้ำตกยาโรย เป็นน้ำตกที่เกิดจากต้นน้ำในป่าหัวกะหมิงมี 9 ชั้น แต่ละชั้นเป็นแอ่งสามารถเล่นน้ำได้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในท้องถิ่น

- น้ำตกโตนปลิวธารน้ำที่เกิดจากภูเขาจีนแห่งนี้เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีหลายชั้นไหลจากหน้าผาสูง มีความสวยงามมาก

- สนุกกับกิจกรรมดูนก ผู้ชื่นชอบการดูนกก็ไม่ควรพลาดเพราะมีนกหลายชนิดให้ชมกันเต็มอิ่มเช่น นกแอ่นฟ้าเคราขาว นกปรอดคอลาย นกกางเขนน้ำหลังแดง นกหัวขวาน เป็นต้น

- ทักทาย เขียดว๊าก ไม่ต้องตกใจไปถ้าในยามสงัดจะได้ยินเสียงร้องประหลาดคล้ายลูกสุนัข ซึ่งไม่ใช่ลูกสุนัขแต่อย่างใด หากคือ เขียดว๊าก หรือ หมาน้ำ สัตว์ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งบึงทะเลบัน เจ้าเขียดว๊ากนี้มีรูปร่างคล้ายกบและคางคกแต่มีหาง โดยมากอาศัยชุกชุมตามริมบึงโดยเฉพาะในฤดูฝน

ชวนพัก

อุทยานฯมีบ้านพักและร้านสวัสดิการ (เปิดในเวลาราชการ) ไว้บริการนักท่องเที่ยวส่วนเต็นท์ต้องนำมาเองสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อุทยานแห่งชาติทะเลบันอำเภอควนโดนจังหวัดสตูล 91160 โทรศัพท์+66 7472 2737, +668 3533 1710 โทรสาร +66 7475 0309 อีเมล์ thalebansatun@hotmail.com

สภานที่ : บ้านวังประจัน ตำบลวังประจัน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล

เบอร์โทร : 074 722 737

เวลาทำการ : 00:00 - 00:00

คลิกดูแผนที่ด้วย Google Map




เปิดอ่าน