งดงาม‘สามอ่าว’ เรื่องเล่าตามรอยพระบาท

ZogZag77 > Sea San Sun  :  2 ก.พ. 2560

บายไลน์ / ปณิดดา เกษมจันทโชติ

อากาศเย็นๆ ปลายปี หลายคนอาจจะนึกถึงการพิชิตยอดดอยท่ามกลางอากาศอันหนาวเหน็บ เปิดรับบรรยากาศที่ปกคลุมด้วยเมฆหมอกเป็นรางวัล ครั้งนี้ลองเปลี่ยนความคาดหวังแบบเดิมๆ มาพิชิตสารพัดเขา ปะทะอากาศเย็นๆ กับแดดอุ่นๆ บนยอดเขา ตามรอยพระบาทในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่จะได้ความรู้เป็นของแถม ณ ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลน สิรินาถราชินี อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ศูนย์ศึกษาเรียนรู้การฟื้นฟูป่าชายเลนที่เปลี่ยนนากุ้งร้างแห่งแรกของประเทศไทย เป็นสถานที่ที่ดำเนินการฟื้นฟูป่าตามโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50 เมื่อปี พ.ศ.2539

จากสภาพนากุ้งที่โล่งเตียนไร้ซึ่งพืชพันธุ์ใดๆ ในพื้นที่กว้างสุดลูกหูลูกตา ถูกปรับสภาพดินเดิมด้วยการไถให้ร่วนซุยและเริ่มดำเนินการเพาะปลูกโดยคัดเลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมกับระดับน้ำที่ท่วมถึงและเหมาะสมกับตะกอนดิน เมื่อเวลาผ่านไปกล้าไม้ที่เคยเพาะค่อยๆ เจริญขึ้นทีละน้อย

กล้าเล็กๆ ในดินแห้งเมื่อยี่สิบปีก่อนก็กลายเป็นต้นไม้สูงตระหง่านเรียงรายเต็มพื้นที่ที่เคยว่างเปล่า จากผืนนาร้างกลายเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ นำมาซึ่งประโยชน์ทั้งต่อระบบนิเวศ ตลอดจนเอื้อต่อการศึกษาเรียนรู้อย่างยั่งยืน บนพื้นที่กว่า 786 ไร่ เต็มไปด้วยความร่มรื่นของต้นไม้นานาพันธุ์เรียงรายให้ร่มเงาตลอดเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่ป้ายบอกทางนำให้พบกับจุดหมายปลายทางภายในศูนย์

ด้านในประกอบไปด้วยเรื่องราวมหัศจรรย์ป่าคนสร้าง เช่น ต้นโกงกางประวัติศาสตร์ เมื่อปี 2545 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงปลูกต้นโกงกางใบใหญ่ เวลาล่วงเลยมาหลายสิบปี แต่ต้นโกงกางยังเจริญงอกงาม สะท้อนถึงพระราชกรณียกิจด้านทรัพยากรธรรมชาติที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงนำเพื่อให้ปวงชนชาวไทยได้เจริญรอยตาม ศึกษาและสืบสานพระราชปณิธานในการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์และสมดุล

อีกหนึ่งจุดที่จะพลาดไม่ได้เมื่อมาถึงศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี คือ หอชะคราม จุดชมวิวสูงเท่าตึกหกชั้น ทำให้สามารถมองยอดไม้เขียวขจีโอนอ่อนตามแรงลม มองเห็น ผืนป่า ทะเล ปากแม่น้ำปราณบุรีเสมือนอยู่ในอ้อมกอดของธรรมชาติสามร้อยหกสิบองศา

นอกจากนี้ทางศูนย์ได้มีกิจกรรมพิเศษ “8,900 กล้าถวายพ่อ” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยผู้ที่เข้ามาศึกษาเรียนรู้ในศูนย์จะได้รับต้นกล้าคนละหนึ่งต้น เช่น ต้นโปรงแดง ต้นโกงกาง ฯลฯ ตักดินเพื่อเพาะลงในแก้วที่ได้รับบริจาคมาจากหน่วยงานต่างๆ ด้วยตนเอง พร้อมเขียนชื่อลงในแผ่นแม่เหล็กขนาดเล็ก ติดลงบนกระดานแม่เหล็กขนาดใหญ่รอบพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อครบ 8,900 คน จากกระดานแม่เหล็กสีขาวเปลี่ยนเป็นกระดานสีดำ เพื่อแสดงความอาลัยแต่ในหลวงรัชกาลที่ 9 และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีน้ำพระทัยห่วงใยพสกนิกรชาวปากน้ำปราณ จนนำไปสู่การฟื้นกลับคืนของป่าชายเลน ระบบนิเวศ และทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่

ออกจากศูนย์สิรินาถราชินี ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง รถค่อยๆ ลดความเร็วลง และจอดสนิทที่ลานกว้างบนพื้นที่สูง ทำให้ผิวสัมผัสกับลมเย็นพัดมาเป็นระยะ ที่นี่คือ เขาธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่ต้องเดินทางมาเมื่อมาถึงประจวบคีรีขันธ์

เขาธงชัยแห่งนี้รวบรวมสิ่งสำคัญไว้หลายส่วน ทั้งเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธกิตติสิริชัย หรือที่ชาวบ้านรู้จักในนาม หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปางสมาธิแบบศิลปะคันธาระ พระพุทธรูปขนาดใหญ่ทองอร่ามที่ได้รับอิทธิพลจากกรีกผ่านอินเดีย มีลักษณะเป็นนั่งขัดสมาธิบนดอกบัว หันพระพักตร์ออกทะเล มีผ้าทิพย์พระนามาภิไธย ส.ก. มีพระพักตร์ที่งดงาม ซึ่งชาวบางสะพานสร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าถวายฯสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯพระบรมราชินีนาถ ในโอกาสที่เจริญพระชนมพรรษาครบห้ารอบ เป็นที่เคารพบูชาของประชาชนทั่วไป

ถัดมาอีกไม่ไกล ด้านหลังพระกิติสิริชัยจะมองเห็นรูปปั้นยักษ์สองตนสูงตระหง่านและเส้นทางลาดชัน ปลายทางของเส้นทางนั้นคือ พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลในวโรกาสที่ทรงครองราชย์ครบ 50 ปี

พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ มีลักษณะเป็นเจดีย์เก้ายอด พระปรางค์จัตุรมุขสูง 5 ชั้นซึ่งมีนัยยะถึงขันธ์ 5 ยอดบนสุดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มีเจดีย์หมู่ 9 องค์หมายถึงวัดประจำรัชกาลที่ 9 ภายในตกแต่งอย่างงดงาม ด้วยกระจกสีที่ถ่ายทอดเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา นอกจากนี้บริเวณระเบียงโดยรอบยังสามารถมองเห็นชายหาดบ้านกรูด เวิ้งอ่าวและทิวมะพร้าวสีเขียวทอดตัวเป็นแนวยาว ขนานไปกับหาดสีขาวก่อนถัดออกมาเป็นผืนน้ำสีครามสุดลูกหูลูกตาด้วย

หลังจากสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อำเภอบางสะพานแล้ว ก็ออกเดินทางต่อโดยมีจุดมุ่งหมายปลายทางที่ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์

ใช้เวลาเดินทางไม่นานนัก เหล่านักเดินทางก็มาถึงที่หมาย ตรงหน้ามีซุ้มประตูสีขาวและบันไดทอดยาวสูงชัน เมื่อแหงนหน้ามองตามเส้นทางของบันไดจะมองเห็น ป้ายสีขาวตระหง่านอยู่บนยอดเขา เขียนว่า “เมืองสามอ่าว” ซึ่งหมายถึงอีกชื่อเรียกหนึ่งของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่มีเอกลักษณ์จากการที่อำเภอเมืองประจวบฯ มีอ่าวเชื่อมกันถึงสามอ่าว นั่นคือ อ่าวมะนาว อ่าวประจวบและอ่าวน้อย ถัดจากป้ายมีหลังคาสีทองมองเห็นอยู่แต่ไกลซึ่งนั่นคือเป้าหมายในครั้งนี้

หลังคาสีทองที่มองเห็นคือ วัดเขาช่องกระจก วัดบนภูเขาขนาดเล็กที่มีความสูง 245 เมตรจากระดับน้ำทะเล เมื่อมองจากตีนเขาจะเห็นทางเดินที่มีบันได 396 ขั้น ขนาบข้างด้วยราวบันไดสีขาวหม่นพร้อมลิงอีกหลายร้อยชีวิตคอยต้อนรับอยู่ตลอดทาง ช่วยให้เส้นทางที่ยาวไกลนี้มีสีสันขึ้นอีกมาก ใช้เวลาเพียงครู่ บันไดกว่าสามร้อยขั้นก็นำทุกคนไปถึงยอดเขา ด้านบนสุดเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองและพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2501 ด้านขวามือ มีต้นศรีมหาโพธิ์ต้นใหญ่ ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงปลูกไว้เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุด้วย

ยิ่งสูงยิ่งสวย บนภูเขามีช่องโปร่งทะลุดูคล้ายกับกรอบของกระจกอันเป็นที่มาของชื่อ “เขาช่องกระจก” เมื่อมองลงมาจากยอดเขาช่องกระจกจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของเขาตะนาวศรี เขาตาม่องลาย เขาล้อมหมวก หมู่เกาะหลัก

ในฝั่งตรงกันข้ามมีบันไดหินสั้นๆ ที่สามารถปีนขึ้นไปชมวิวอีกด้าน จุดนี้หันหน้าทางทิศตะวันตกและไม่มีต้นไม้บดบังทัศนียภาพเหมาะกับการบันทึกภาพความประทับใจกับพระอาทิตย์ยามอัสดง

ขณะค่อยๆ ลงเดินลงจากยอดเขา แสงสีทองค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำเสมือนกับพระอาทิตย์ค่อยๆ เดินลงขอบฟ้าไปพร้อมๆ กับเรา ฟ้าที่มืดมิดเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาพักผ่อนแล้ว

อำลาพระอาทิตย์ได้ไม่นาน เช้าวันใหม่ก็มาเยือน ตีห้าฟ้าใหม่มีสัญญาว่าจะมาพบกับพระอาทิตย์ขึ้นที่ เขาล้อมหมวก …รถตู้พาผู้พิชิตมาถึงกองบินห้า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อีกหนึ่งจุดที่หากได้มีโอกาสเยือนถิ่นสามอ่าวต้องมาพิชิตให้ได้

เส้นทางลาดชันเต็มไปด้วยหินปูนน้อยใหญ่และขั้นบันได ด้วยระยะทางยาวกว่าสามร้อยเมตรท้าทายให้เหล่านักท่องเที่ยวต้องไปพิชิต เก็บความประทับใจ สักครั้งในชีวิต บันไดที่ลาดชัดช่วยอำนวยความสะดวกในการขึ้นสู่ยอดเขาล้อมหมวกแต่ก็เรียกเหงื่อได้ไม่น้อย หลังผ่านด่านบันไดหลายร้อยขั้นไปได้ จะได้พบกับหินปูนหลากหลายหน้าตาคอยต้อนรับอยู่พร้อมกับเส้นเชือกขนาดใหญ่ขึงอยู่ตลอดเส้นทาง เพื่อให้นักพิชิตได้ปีนป่ายพาตัวเองขึ้นไปได้ง่ายขึ้น เส้นทางยิ่งขึ้นสูงวิวยิ่งดึงดูดใจชวนให้เดินขึ้นไปพบกับจุดที่มีทิวทัศน์สวยที่สุด โดยเฉพาะในช่วงรุ่งสางจะมีพระอาทิตย์ขึ้นไปพร้อมๆ กับการเดินทางของเรา

ตลอดเส้นทางมีป้ายบอกระยะที่ทางที่เดินทางมาถึง เหมือนเป็นกำลังใจให้ผู้พิชิตและคอยเตือนว่าเราเดินทางมาไกลเกินกว่าจะย้อนกลับลงไปแล้ว ในแต่ละช่วงจะมีจุดบริการซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารคอยให้ความช่วยเหลือทั้งการปฐมพยาบาล ตลอดจนอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัย โดยเฉพาะในจุดที่เสี่ยงอันตราย อย่างเช่นช่วง 50 เมตรสุดท้ายก่อนถึงยอดเขา ที่มีความชันมากเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย


เมื่อผ่านระยะทางวัดใจในห้าสิบเมตรสุดท้ายได้สำเร็จ จะได้พบกับความงดงามของทิวทัศน์บนยอดเขาล้อมหมวกเป็นรางวัลของความพยายาม อากาศที่ปลอดโปร่ง ลมโกรกปะทะผิวหน้าและผิวกายอาจทำให้ลืมความเหน็ดเหนื่อยตลอดระยะทางไปได้เลย บนยอดเขามีที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ด้วย

จากจุดนี้หากมองไปรอบบริเวณจะเห็นวิวสามอ่าว 360 องศา คือ อ่าวมะนาว อ่าวน้อย และอ่าวประจวบเป็นน้ำสีครามนิ่งสงบ โดยทางฝั่งของอ่าวมะนาว เชิงเขามีศาลเจ้าพ่อเขาล้อมหมวก ตามตำนานเล่าขานสืบต่อกันว่า ท่านเป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่เดินทางโดยเรือสำเภามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในสมัยกรุงศรีอยุธยาและได้สร้างคุณงามความดีให้กับแผ่นดินนี้ จึงเป็นที่เคารพนับถือของประชาชน จนสิ้นอายุขัยชาวเมืองประจวบคีรีขันธ์ต่างศรัทธาและเชื่อว่าเป็นดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์จะคอยปกป้องคุ้มครองให้ปราศจากภัยพิบัติและความโชคร้ายต่างๆ

นอกจากเสียงร่ำลือเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ เขาล้อมหมวกยังเป็นตั้งของเขตอนุรักษ์พันธุ์ค่างแว่น ซึ่งนักท่องเที่ยวจะมีโอกาสได้เห็นค่างแว่นลงมาหาอาหารด้วย

ตอนปีนป่ายขึ้นไปว่าท้าทายแล้ว ตอนกลับลงมาก็สนุกไม่แพ้กัน ด้วยความสูงชันเป็นอุปสรรคต่อการทรงตัว 
สำหรับสาวๆ ที่ไม่อยากได้ลอยถลอกที่ฝ่ามือกลับบ้านเป็นของแถม ก็สามารถนำถุงมือผ้ามาเป็นตัวช่วยเปลี่ยนความทรหดเป็นความสนุกระหว่างการพิชิตยอดเขาได้ โดยผู้ที่อยากจะพิชิตเขาล้อมหมวก จะต้องเดินทางมาลงทะเบียนก่อนเวลา 10 นาฬิกาในวันหยุดนักขัตฤกษ์ พร้อมร่างกายที่แข็งแรงและกำลังใจเต็มร้อยเท่านั้น

ถึงตอนนี้ยอมรับว่าจากที่เคยมองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นแค่ประตูสู่ภาคใต้ หรือไม่ก็หยุดแค่หัวหิน คงต้องขยี้ตาแล้วมองให้ชัดๆ ว่าเมืองนี้มีเรื่องราวมากมายรอให้นักเดินทางออกมาค้นหาความงดงามและเรียนรู้มุมต่างจากการเดินทางที่ไม่มีวันเหมือนเดิม



เปิดอ่าน