บ่มอารมณ์ให้ฉ่ำกลางไร่องุ่น

 มอนซูน แวลลีย์ วินยาร์ด ไร่องุ่นแห่งแรกและแห่งเดียวของหัวหัวหิน ที่ซ่อนตัวเงียบๆ โอบกอดด้วยขุนเขาตั้งตระหง่าน

     บ่มอารมณ์ให้ฉ่ำกลางไร่องุ่น

     จะอะไรก็ตาม “หัวหิน” ยังมีความน่าหลงใหล และในความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยวก็ทำให้ใครหลายคนติดกับจนยากจะถอนตัว เหมือนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เวลาพักผ่อนสบายๆ ที่ผ่านมา ทำเอาหลงหัวหินเข้าอย่างจัง ไม่ใช่เพราะทะเลสวยน้ำใสเช่นเคย หากเป็นอารมณ์สุนทรีย์อย่างแรงกลางไร่องุ่นเขียวชอุ่มสุดลูกหูลูกตา

    ใครเคยมาแล้วคงคุ้นเคยดีกับ “หัวหินฮิลส์วินยาร์ด” ไร่องุ่นแห่งแรกและแห่งเดียวของหัวหัวหิน ที่ซ่อนตัวเงียบๆ โอบกอดด้วยขุนเขาตั้งตระหง่าน และเพื่อให้สามารถอธิบายความเป็นสถานที่ผลิตองุ่นได้ชัดเจน ตอนนี้้เลยเปลื่ยนชื่อใหม่เป็น “มอนซูน แวลลีย์ วินยาร์ด” ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความหรรษากับเทศกาลหิ้วตะกร้าเก็บองุ่นประจำปี “มอนซูน แวลลีย์ วินยาร์ด ฮาร์เวส เฟสติวัล 2017” ที่ทั้งคนไทยและต่างชาติต่างตั้งตารอ ย้ำแน่นๆ ว่าปีละครั้งเท่านั้นนะ

บ่มอารมณ์ให้ฉ่ำกลางไร่องุ่น

ศุภเชษฐ์ สะสมสิน-ปวีณ์นุช ชลวิจารณ์

       เลยเป็นเหตุผลเบาๆ ให้ต้องรีบไปร่วมเป็นหนึ่งในจำนวนไม่กี่ร้อยคน และได้พบผู้รอบรู้เรื่ององุ่นอย่าง “เอ” ศุภเชษฐ์ สะสมสิน ผู้จัดการฝ่ายวิจัยและพัฒนาของบริษัทสยามไวเนอรี่ จำกัด หรือที่ใครๆ เรียกเขาติดปากว่า “กูรูด้านไวน์”  วันนี้เจ้าตัวพร้อมด้วย “ปลา” ปวีณ์นุช ชลวิจารณ์ ประชาสัมพันธ์สาวประจำไร่มารอต้อนรับขับสู้ โดยกูรูด้านไวน์เล่าว่าบนเนื้อที่กว่า 300 ไร่ปลูกองุ่นไว้หลากหลายพันธุ์ อาทิ ชิราซ, มาสแคท, โคลอมบาร์ด เป็นต้น ทั้งแบบเก็บกินและสำหรับทำไวน์ภายใต้แบรนด์ “มอนซูน แวลลีย์”         

บ่มอารมณ์ให้ฉ่ำกลางไร่องุ่น

มือใหม่หัดเก็บองุ่น

        ก่อนจะพาพวกเราลงไปสัมผัสแปลงองุ่นแล้วอธิบายทริกซ์การเก็บองุ่นให้ได้คุณภาพต่อว่า ปกติจะเริ่มเก็บกันตั้งแต่ 7 โมงเช้าไปจนถึงใกล้ๆ 5 โมงเย็น ซึ่งช่วงที่เหมาะสมสำหรับการเก็บก็ราวกันยายนไปจนถึงมีนาคมนี่ล่ะ ช่วงพีกๆ ต้องเก็บแต่เช้าจรดเย็นวันละ 2 คันรถบรรทุก หรือประมาณ 20 ตันเห็นจะได้ เก็บแล้วก็ส่งไปโรงงานทำไวน์แถวสมุทรสาคร แต่อากาศก็สำคัญนะถ้าแดดร้อนมากเก็บมาแล้วองุ่นจะมีอุณหภูมิสูงเกินไปทำให้กลิ่นและรสชาติเปลี่ยนส่งผลถึงรสไวน์แน่นอน เพราะฉะนั้นต้องมีการควบคุมอุณหภูมิที่พอเหมาะด้วยการมีรถตู้เย็นตามไปรับผลผลิตจากไร่ทันที โดยองุ่นหนึ่งต้นถ้าเป็นที่ต่างประเทศจะเก็บผลผลิตได้จนถึงอายุ 80 ปีเลยทีเดียว ส่วนบ้านเราแดดร้อนไปหน่อยเอาพอกล้อมแกล้มก็ราวๆ  20-30 ปี ถือว่านานอยู่นะ

บ่มอารมณ์ให้ฉ่ำกลางไร่องุ่น

ความสุขกลางไร่

บ่มอารมณ์ให้ฉ่ำกลางไร่องุ่น

ย่ำองุ่นยามเย็น

     ได้ความรู้เกี่ยวกับองุ่นประดับสมองกันแล้วก็ถึงเวลาลงมือเสียที องุ่นพวงสวยๆ ลูกดกกำลังได้ที่รอการมาตัดใส่ตะกร้า เต็มตะกร้าแล้วก็มาเทลงลังใบใหญ่ คราวนี้ล่ะช่วงเวลาหรรษากับประสบการณ์ใหม่ที่ใครหลายคนไม่เคยสัมผัส นั่นคือการเกี่ยวก้อยลงถังย่ำองุ่นเพื่อรีดน้ำนำไปทำไวน์ เป็นกรรมวิธีดั้งเดิม แต่ทุกวันนี้น้ำองุ่นจากฝีเท้าดูจะแปลกๆ พิลึกสำหรับคอเครื่องดื่มชนิดนี้ เลยมีเครื่องรีดน้ำแบบไม่ผ่านเท้าคน (อิอิ) ทำกันเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ๆ ไปเลย จะมาใช้แรงงานคนย่ำคงไม่ไหว แต่สำหรับนักท่องเที่ยวถือว่าสนุกเชียวแหละ เพราะคงไม่มีโอกาสได้ย่ำกันง่ายๆ   

บ่มอารมณ์ให้ฉ่ำกลางไร่องุ่น

บ่มอารมณ์ให้ฉ่ำกลางไร่องุ่น

บ่มอารมณ์ให้ฉ่ำกลางไร่องุ่น

     ตกค่ำก็เฮฮาปาร์ตี้กลางสนามหญ้ากลางไร่องุ่น ช่วงบ่ายแดดร้อนๆ หายไปตอนไหนไม่รู้ เวลานี้มีแต่ลมเย็นพัดมา นั่งบ่มอารมณ์พร้อมลิ้มรสเมนูพิเศษที่สร้างสรรค์ขึ้นมาสำหรับเทศกาลนี้โดยเฉพาะ เป็นอาหารไทยสไตล์ฟิวชั่น เสิร์ฟกันเป็นคอร์สทุกรายการมีส่วนประกอบจากองุ่นนานาพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นออเดิร์ฟ สลัด จานหลัก หรือของหวาน เชฟคนเก่งบรรจงรังสรรค์อย่างตั้งใจเพื่อให้เป็นมื้อสุดพิเศษสำหรับแขกหรื่อที่หนึ่งปีมีเพียงหนเดียวที่จะได้มาปาร์ตี้กัน เรียกว่าเป็นค่ำคืนที่ครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งดนตรี การแสดง รูป รส กลิ่น และเสียง เอาเป็นว่าใครสนใจยังพอมีเวลาเทศกาลจะจัดไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคมนี้ รายละเอียดเพิ่มเติม 

www.monsoonvalley.com ไปบ่มอารมณ์กันให้ฉ่ำ....


เปิดอ่าน
5 อันดับ สังคม-สตรีฮิต