"น้ำตาล" นางงามสู้ชีวิต มงกุฎนี้ยกให้"แม่"

ทางชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทุกอย่างที่ได้มาต้องแลกด้วยหยาดเหงื่อ...ชีวิตจริงมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016

      "น้ำตาล" นางงามสู้ชีวิต มงกุฎนี้ยกให้"แม่"

      แม้จะไม่นอนมาแบบตัวเก็งคนอื่นๆ แต่ก็ไม่ทำให้ปากกาเซียนมีรอยบิ่นอะไรมากมาย ต้องยอมรับว่าการคว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 ของ "น้ำตาล" ชลิตา ส่วนเสน่ห์ ถูกจับตามองในหลายแง่มุม ไม่ว่าจะด้วยความสูง 169 ที่ดูจะไม่ถูกอกถูกใจบรรดาแฟนคลับนางงาม ด้วยยุคหลังๆ มา เวทีนี้ดูจะคัดคนไม่ต่ำกว่า 175 รับมง อีกทั้งชื่อชั้นในการเป็นงานก่อนมาประกวดก็ไม่มีเพราะเธอใหม่กิ๊ก! แต่นั่นดูจะใจร้ายเกินไปหาก "ลิเกยังไม่ทันออกโรง ก็พากันม้วนสื่อกลับบ้าน" ของแบบนี้ต้องให้โอกาสและดูกันยาวๆ

      เอาละ...ลืมคำว่านางงาม "ฟูลแพ็กเกจ" ชั่วคราว มาดูว่าสาวพื้นเพจากยโสธรมีดีอย่างไร อันดับแรกยกหน้าหน้าตาของเธอที่ดูยังไงก็ "ไทยแท้" มีโหนก มีกรามเล็กๆ ตาโต ผิวไม่ขาวซีด เป็นความสวยแบบเอเชียพื้นถิ่น หรือที่วงการนางงามเรียกว่า "เอ็กโซติก" ขนานแท้ ส่งออกไปต่างประเทศปะปนกับนางงามต่างถิ่นรู้ทันทีว่ามาจาก "ไทยแลนด์" ชัวร์! สำคัญว่ายิ้มสวย ยิ้มสยาม บวกกับความรู้ที่ร่ำเรียนมาด้านวิทยาศาสตร์ จุลชีวิทยา รั้ว ม.มหาสารคาม แม้ไม่เกี่ยวกับการประกวดนางงามแต่ทัศนคติเป็นเหตุเป็นผลแบบวิทยาศาสตร์น่าจะถ่ายทอดออกมาเป็าคำพูดคำจาได้น่าฟัง! จึงไม่แปลกที่บนเวทีค่ำคืนนั้น "น้ำตาล" คนสวยหวานจะส่งบุคลิกอันตราตรึงให้กรรมการและกองเชียร์ แถมตอบคำถามสุดท้ายในรอบ 3 คนเรื่องการใช้สื่อโซเชียลอย่างไรให้เกิดประโยคสูงสุดว่า "โซเชียลมีเดียเปรียบเสมือนดาบสองคมที่มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป เราต้องรู้จักคิดและใช้อย่างสร้างสรรค์" นิ่ง คม และ เพียงพอที่จะเป็นผู้ชนะเลิศ!

"น้ำตาล" นางงามสู้ชีวิต มงกุฎนี้ยกให้"แม่"

        นอกจากฝันที่อยากเป็น "นางงาม" เดินตามรอยแม่อดีตนางงามสงกรานต์ แล้วก้าวไปอีกขั้นกับการคว้าตั๋วไปประกวดนางงามจักรวาลต้นปีหน้า สาวน้ำตาล ในวัย 21 ปี ยังมีภาระหน้าที่ลูกคนโตในจำนวนพี่น้องสองคนของบ้านที่จะเป็นเสาหลักในอนาคต ปฎิเสธไม่ได้ว่าที่ตัดสินใจมาประกวดคราวนี้ก็เพื่ออยากนำเงินและของรางวัลไปช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ อย่างที่เธอบอกบนเวทีว่าถ้าได้เงินรางวัล 1 ล้านบาทจะแบ่งเป็น 3 ส่วน นั่นคือเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาสำหรับตัวเองและน้อง อีกส่วนให้พ่อแม่ สุดท้ายตั้งใจนำไปช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ด้วยก่อนหน้านี้เคยไปสัมผัสชีวิตเด็กๆ ที่ติดเชื้อเอชไอวี "บ้านโฮมฮัก" ที่ยโสธรบ้านเกิด รู้สึกเห็นใจและอยากช่วยเท่าที่จะทำได้ 

"น้ำตาล" นางงามสู้ชีวิต มงกุฎนี้ยกให้"แม่"

 

       เธออยากให้คนที่เกิดมาไม่พร้อมหรือพ่วงติดมาด้วยความขัดสนสู้ชีวิตเหมือนตัวเอง "แม่" (ชุติกาจน์ สวนเสน่ห์) ใช่เพียงต้นแบบด้านความงาม หากยังเป็น"ฮีโร่" เรื่องการใช้ชีวิต เพราะทำงานมาสารพัดทั้งแม่บ้านทำความสะอาด รับจ้างทั่วไป และพนักงานธรรมดาคนหนึ่งในบริษัทใหญ่ ส่วนพ่อ (สรนันท์ สวนเสน่ห์) ก็เป็นพนักงานขับรถบริษัท ทำงานหาเงินจุนเจือครอบครัว สิ่งนี้ปลูกฝังให้เธอเรียนรู้การทำงานหารายได้ตั้งแต่เด็ก ช่วงปิดเทอมจะหางานพาร์ทไทม์ทำ ไม่ไปรับจ้างขายของที่สนามบินสุวรรณภูมิที่ทำงานแม่ ก็ไปเป็นเด็กเสิร์ฟตามร้านอาหาร ชีวิตมีแต่คำว่า "สู้" จนวันนี้สำเร็จอีกขั้น จนบางครั้งลืมเรื่องหัวใจไปเลย ถามถึงหนุ่มในสเป๊ก "น้ำตาล" บอกไม่ได้ล็อกไว้ แค่คนที่เข้าใจ รัก และเข้าได้กับครอบครัวก็พอ

"น้ำตาล" นางงามสู้ชีวิต มงกุฎนี้ยกให้"แม่"

      "น้ำตาล" นางงามสู้ชีวิต มงกุฎนี้ยกให้"แม่"

        นี่เพียงบันไดขั้นแรกในวงการนางงามของเธอ สิ่งที่ต้องทำต่อไปไม่ใช่แค่ฟิตให้ตัวเองสวยและมั่นใจขึ้น แต่ต้องไปรำแก้บนต่อหน้าศาลเท้ามหาพรหม เอราวัณ ส่วนผู้เป็นแม่ก็ต้องไปถวายประทัด 1 แสนดอกที่ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมสัก เขาแหลมปู่เจ้า สัตหีบ เหตุที่ดลบันดาลให้ลูกสาวโชคดีมีชัยท่ามกลางเสียงอื้ออึงปนโกลาหลเล็กๆ ในค่ำคืนนั้น.....

 

"น้ำตาล" นางงามสู้ชีวิต มงกุฎนี้ยกให้"แม่"

 

"น้ำตาล" นางงามสู้ชีวิต มงกุฎนี้ยกให้"แม่"

 

"น้ำตาล" นางงามสู้ชีวิต มงกุฎนี้ยกให้"แม่"

 

"น้ำตาล" นางงามสู้ชีวิต มงกุฎนี้ยกให้"แม่"

 

"น้ำตาล" นางงามสู้ชีวิต มงกุฎนี้ยกให้"แม่"


เปิดอ่าน