royal coronation
วันที่ 23 สิงหาคม 2562
ท่องเที่ยว

5 ที่เที่ยว 'พังงา'

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 - 10:24 น.
คมชัดลึกท่องเที่ยว,พังงา,ท่องเที่ยว
Shares :
เปิดอ่าน 4,500 ครั้ง

โดย... ปริญญา ชาวสมุน

 

             ไม่ว่าจะเหนื่อยล้าหรือเจอสารพัดปัญหา บอกเลยว่า 5 ที่เที่ยวสุดปังของจังหวัดพังงาจะเยียวยาทุกสิ่ง

             หลายเมืองใหญ่กำลังเผชิญมลภาวะอย่างฝุ่น PM2.5 ทางป้องกันที่พอจะทำได้คือใส่หน้ากากเข้าหากัน แต่กว่าฝุ่นละอองจะทุเลาเบาบาง มีอีกหนึ่งทางที่ทำได้คือ หนีเมืองใหญ่ไปเที่ยวพังงา...

 

               อย่างที่รู้กันว่าทุกจังหวัดชายฝั่งอันดามันขึ้นชื่อเรื่องความงดงามของท้องทะเลและธรรมชาติ ทว่าบางแห่งก็คึกคักจนบางคนไม่อยากไปแย่งกันกินแย่งกันเที่ยว เมืองเงียบๆ อย่างพังงาจึงเป็นตัวเลือกสำหรับการพักผ่อนหนีร้อนไปพึ่งเย็น

 

                แต่ถ้ายังนึกไม่ออกว่าจะเที่ยวอะไรในพังงา เรามี 5 ที่เที่ยวมาแนะนำ บางที่ดังมานาน บางอย่างกำลังมาเป็นสตาร์ดวงใหม่ บางแห่งคือ unseen ดีงามแต่หลายคนยังไม่เคยไป

 

 

สวยเด็ด เสม็ดนางชี

               ที่นี่คือ The must เมื่อมาเยือนพังงาก็ว่าได้ จะเที่ยวเช้า สาย บ่าย เย็น หรือจะค้างคืนเพื่อดูดาวจากมุมสูงของจุดชมวิวก็น่าประทับใจทั้งสิ้น

 

               จุดชมวิวเสม็ดนางชี ตั้งอยู่ที่อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา ในช่วงเช้าจะได้เห็นวิวพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางภูเขาหินปูนน้อยใหญ่ของอ่าวพังงา เป็นความอันซีนแต่ยอดนิยมเลยทีเดียว ลองนึกสิว่าก่อนแสงแรกของวันจะสาดส่อง แล้วเราได้นั่งรอดู ณ จุดที่ได้เห็นวิวพาโนรามา ทันทีที่ดวงอาทิตย์โผล่ตรงขอบฟ้า มีภูเขาหินปูนและเกาะแก่งมากมายเป็นองค์ประกอบ บรรยายต่อไม่ไหวอยากให้ไปดูด้วยตาตัวเอง ส่วนตอนกลางคืนที่นี่คือโรงละครแห่งดวงดาว ยิ่งฟ้าเปิดมากนักแสดงนับหมื่นนับแสนดวงจะมาอวดโฉมกันระยิบระยับเต็มท้องฟ้า

 

 

               การขึ้นไปจุดชมวิวต้องเดินขึ้น จุดชมวิวแบ่งเป็น 2 จุด คือ จุดชมวิวจุดที่ 1 อยู่บนสุด เดินประมาณ 500 เมตร ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงกว่า และจุดชมวิวจุดที่ 2 จะถึงก่อนเห็นวิวภูเขาได้ใกล้กว่า เดินขึ้นไปประมาณ 300 เมตร ซึ่งจุดชมวิวที่ 2 มีจุดกางเต็นท์ให้บริการนักท่องเที่ยวที่สนใจค้างแรมดูดาวในยามค่ำ หรือเพื่อตื่นมารอดูอาทิตย์ขึ้นในวันใหม่ และอีกวิธีหนึ่งคือนั่งรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อจากจุดบริการนักท่องเที่ยวด้านล่างขึ้นมายังจุดชมวิว ค่าบริการคนละ 90 บาท

 

               หลายคนสงสัยว่า ‘เสม็ดนางชี’ แปลว่าอะไร เกี่ยวอะไรกับเกาะเสม็ดหรือเปล่า อันที่จริงมีหลายที่มาหลายตำนาน เรื่องหนึ่งคือเล่าต่อกันมาว่าในอดีตที่หมู่บ้านแห่งนี้มีพระภิกษุชรารูปหนึ่งอาศัยอยู่ที่เขาพระอาดเฒ่า พระภิกษุหนุ่มอาศัยอยู่ที่เขาพระอาดหนุ่มและมีแม่ชีอาศัยอยู่ที่ใกล้จุดชมวิวและจะเดินไปมาหาสู่กัน แล้วต้องเดินผ่านลำคลอง เมื่อแม่ชีเดินผ่านต้อง เหม็ดผ้าขึ้น หมายถึง พับผ้าขึ้นให้พ้นจากระดับน้ำเพื่อให้ชายผ้าไม่เปียกน้ำ จึงเรียกขานกันว่า เหม็ดนางชี แล้วแผลงมาเป็นเสม็ดนางชีตราบจนวันนี้

 

               สำหรับค่าธรรมเนียมการเข้าชม คนไทย 30 บาท ต่างชาติ 50 บาท เด็กเล็กฟรี ค่าเช่าเต็นท์พร้อมอาหารเช้าหลังละ 400 บาท (นอนได้ 2 คน) ค่าเช่าพื้นที่กางเต็นท์ 100 บาท สำหรับผู้ที่จะมานอนค้างแรม ติดต่อล่วงหน้าที่ 09 8740 3897, 08 1894 1159 และ 08 4744 8653

 

 

อร่อยฟินที่หินร่ม

               หากมองจากจุดชมวิวเสม็ดนางชี จะสังเกตเห็นจุดหนึ่งเป็นกองหินหน้าตาคล้ายร่ม ที่นั่นคือ ท่าเรือบ้านหินร่ม ด้วยทะเลที่ตั้งอยู่บริเวณอ่าวพังงาทำให้มีทัศนียภาพสวยงามราวภาพวาด เมื่อประกอบกับวิถีชีวิตของคนทิ้งถิ่นที่อยู่อาศัยร่วมกับธรรมชาติตามแบบวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านทำให้ที่นี่ยิ่งมีเสน่ห์

 

               เดิมทีนอกจากทำประมงพื้นบ้านแล้ว ชาวบ้านละแวกท่าเรือบ้านหินร่มยังให้บริการเรือนำเที่ยวไปยังเกาะแก่งต่างๆ ภายในอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงาด้วย เช่น เกาะตาปู ถ้ำลอด เกาะปันหยี

 

               แต่ไม่ได้มีแค่เรือนำเที่ยวธรรมดา เพราะด้วยแนวคิดว่าคนมาเห็นวิวจากจุดชมวิวแล้วแต่ไม่ค่อยได้ไปยังจุดที่ตาเห็น เกิดเป็นจุดท่องเที่ยวเชื่อมต่อ เช่น ไปเที่ยวอ่าวพังงามาทั้งวันพอตกเย็นแวะไปกินข้าวฝีมือชาวบ้านที่บ้านหินร่มด้วยประสบการณ์แปลกใหม่ คือ ล่องเรือไปกินข้าวไปชมบรรยากาศของเวิ้งน้ำที่เงียบสงบแต่งดงามด้วยภูเขาหินปูน แม้ไม่เห็นอาทิตย์ตกแต่แสงสีทองจะทาทั่วแผ่นฟ้า ส่องสะท้อนไปถึงภูเขาเหมือนสปอตไลท์

 

 

               ใครคิดว่ากินข้าวบนเรือพายลำน้อยจะโครงเครงจนกินเวียนหัว สบายใจได้เพราะผืนน้ำที่เรือล่องไปเป็นทะเลใน ไม่มีคลื่นลม และน้ำไม่ลึกมากนัก ราว 1-3 เมตร

 

               จุดเริ่มต้นของการกินข้าวบนเรือมาจากความที่ชาวบ้านว่างเว้นจากการออกเรือหาปลาซึ่งมักจะเสร็จสิ้นตั้งแต่ช่วงสายๆ ของแต่ละวัน จึงดัดแปลงเรือประมงที่มีอยู่ให้มีโต๊ะ มีร่ม ทำอาหารท้องถิ่นเสิร์ฟลงเรือให้นักท่องเที่ยวได้อิ่มหนำและดื่มด่ำกับบรรยากาศที่หาไม่ได้จากที่ไหน

 

               เสียดายที่ลูกค้าส่วนมากคือนักท่องเที่ยวต่างชาติ คนไทยยังไม่ค่อยรู้จักที่นี่

 

สะวันนาแห่งเกาะพระทอง

               หลายคนรู้จักบ้านท่าดินแดง แหล่งท่องเที่ยวชมธรรมชาติป่าชายเลนของพังงา ที่โดดเด่นมากคือนักท่องเที่ยวจะได้พายเรือคายัคลัดเลาะไปตามคูคลองที่มีสองข้างทางเป็นป่าโกงกาง ลำน้ำที่ไหลเอื่อย ไม่มีคลื่นลมแรงเพราะต้นโกงกางช่วยดูดซับไว้ นอกจากพืชพรรณหลายชนิด ยังมีสัตว์ประจำถิ่นของป่าชายเลนให้เห็นด้วย เช่น ปูก้ามดาบ ปลาตีน หรือแม้กระทั่งนกนานาพันธุ์ บินวนเวียนรอจับปลากินเป็นอาหาร บางตัวเกาะยอดไม้สังเกตการณ์ดูแล้วเหมือนกล้องวงจรปิดที่มีชีวิตอย่างไรอย่างนั้น

 

 

               หลังจากพายเรือคายัคชมความงามของป่าชายเลนเสร็จสรรพ เรือหัวโทงนำเที่ยวของชาวบ้านจะพาไปจอดเรืออีกจุดหนึ่งบนเกาะพระทองเพื่อไปพบกับความงามของธรรมชาติที่บางคนอาจไม่เคยคิดว่าจะมีแบบนี้ที่พังงา

 

               ทุ่งหญ้าสีเหลืองทองอร่าม ที่เรียกกันว่า ทุ่งหญ้าสะวันนา อยู่บนเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ที่เกาะพระทองเด่นเรื่องการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เรียนรู้วิถีชุมชน และท่องเที่ยวเชิงจิตอาสา CSR เพราะบนเกาะค่อนข้างเงียบสงบ มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ไม่ใช่เกาะที่คึกคักด้วยนักท่องเที่ยว ไม่มีร้านเหล้าผับบาร์ ที่นี่อยู่กันอย่างเรียบง่าย ไม่หรูหรา การสัญจรไปมามีเพียงรถอีแต๊ก รถจักรยานยนต์ รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รถขับเคลื่อนสี่ล้อ และเรือเท่านั้น จะเรียกว่าไม่สะดวกก็ไม่ใช่เพราะเหล่านี้คือยานพาหนะที่เดินทางสะดวกที่สุดบนเกาะสวรรค์แห่งนี้

 

               สำหรับทุ่งหญ้าสะวันนาบนเกาะพระทองนั้นสวยงามตระการตาและน่าไปเที่ยวชมมากที่สุดในช่วงเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนธันวาคม เพราะเป็นช่วงเวลาที่ทุ่งหญ้าเป็นสีเหลืองทอง ทุ่งหญ้าสะวันนา หรือ ทุ่งหญ้าซาฟารี ส่วนคนที่เกาะจะเรียกว่า หญ้าเสือหมอบ จะสวยมากในหล้าแล้ง (หน้าแล้งไม่ใช่หน้าร้อน) ซึ่งช่วงต้นปีแบบนี้ยังถือเป็นช่วงที่ทุ่งหญ้ายังสวยอยู่ ยามเช้าหรือยาวเย็นที่แดดอ่อนๆ แสงเฉียงจากดวงอาทิตย์จะยิ่งขับเน้นให้สีเหลืองทองของทุ่งหญ้าสุกปลั่ง

 

 

เขาหน้ายักษ์ ไปแล้วรักเลย

               ฝ่าดงพงไพรไปจนถึงปลายชายหาด หลายคนคิดว่าอาจไม่มีอะไรซ่อนอยู่ แต่ที่นี่คืออีกที่สุดของชายหาดที่ทั้งสวยทั้งสงบ ใครได้มาเที่ยวรับรองว่าตายอย่างสงบศพสีชมพูแน่นอน

 

               เขาหน้ายักษ์ ตั้งอยู่สุดปลายชายหาดบนหาดท้ายเหมือง อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เขาหน้ายักษ์อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านท่าดินแดง ที่นี่มีชายหาดยาวกว่า 13 กิโลเมตร เรียกได้ว่าจัดงานวิ่งมินิมาราธอนได้สบายๆ

 

               ด้วยความที่เป็นเวิ้งอ่าวที่ต้องเดินทางเข้ามาพอสมควร ที่นี่จึงสงบเงียบ ธรรมชาติยังสมบูรณ์มาก สังเกตได้จากทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใส มองออกไปเห็นเป็นสีฟ้าอมเขียว ส่วนชายหาดมีโขดหินที่มีสีสันสวยงามและรูปร่างแปลกตา

 

               ความเงียบสงบถึงขั้นที่ชายหาดเขาหน้ายักษ์เป็นชายหาดที่เต่ามะเฟืองขึ้นมาวางไข่ เลยทีเดียว

 

 

               สำหรับกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมนอกจากดื่มด่ำความสวยงามของท้องทะเลและชายหาดแล้ว ยังพายเรือคายัคชมระบบนิเวศป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์เพื่อมายังเขาหน้ายักษ์ได้อีกด้วย (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง) ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อระบบนิเวศ

 

               ส่วนที่มาที่ไปของชื่อ ‘เขาหน้ายักษ์’ มีเรื่องเล่าว่า เดิมหน้าเขาด้านที่หันหน้าออกไปทางหมู่เกาะสิมิลันมีหน้าผาที่มีรูปร่างเหมือนกับใบหน้าของยักษ์ที่มีอาการโกรธเกรี้ยว จนกระทั่งเมื่อสงครามโลก ครั้งที่ 2 เรือรบของทหารญี่ปุ่นที่แล่นผ่านบริเวณนี้ได้เกิดล่มจมลงโดยไม่มีสาเหตุหลายลำด้วยกัน ทหารญี่ปุ่นจึงเชื่อว่าน่าจะเกิดจากความอาถรรพ์ของหน้าผารูปร่างคล้ายหน้ายักษ์ จึงใช้ปืนใหญ่ยิงส่วนที่เป็นเหมือนหน้ายักษ์จนพังและจมลงบริเวณทะเลดังกล่าว จึงเป็นตำนานเล่าเขาหน้ายักษ์มาจนถึงทุกวันนี้

 

               ในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม ทางอุทยานเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามากางเต็นท์ค้างแรมได้แต่ต้องเตรียมเต็นท์ อาหารและเครื่องดื่มมาเอง ซึ่งทางอุทยานมีห้องน้ำให้บริการ โดยติดต่อที่โทร. 0 7641 7206 ก่อนเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย

 

 

               หากไปบริเวณชายหาดช่วงเช้าจะได้เจอชาวบ้านออกมาหาของป่าไปทำกิน เป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมบนฉากอันงดงามของเขาหน้ายักษ์ที่เห็นแล้วก็รักเลย

 

พังงา is para ‘dive’

               ทราบกันดีว่าแหล่งดำน้ำของไทยติดอันดับโลก หนึ่งในนั้นคือทะเลอันดามันในน่าน้ำของจังหวัดพังงา ที่นี่จึงเป็นสรวงสวรรค์ของนักดำน้ำทั้งมือสมัครเล่นไปจนถึงมืออาชีพ

 

               ด้วยความที่จังหวัดพังงาประกอบด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยอยู่รายรอบมากมาย ทำให้มีจุดดำน้ำมีชื่อเสียงไปทั่วไปโลก โดยเฉพาะหมู่เกาะสุรินทร์ และหมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งเป็นจุดดำน้ำที่มีแนวปะการังสวยงามสมบูรณ์ที่สุด เพราะอยู่ในอ่าวที่มีคลื่นสงบ อีกทั้งยังเป็นแหล่งชมปลาการ์ตูนและเต่าทะเลหลากหลายชนิดที่หาดูได้ยาก และอาจจะเป็นจุดหนึ่งที่พบฉลามวาฬบ่อยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย

 

 

               สำหรับจุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงมีนับไม่ถ้วน หลายจุดคือที่สุดของความประทับใจเมื่อนักท่องเที่ยวได้เห็น เช่น กองหินคริสต์มาสพอยท์ เป็นจุดดำน้ำลึกอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะบางู หรือเกาะเก้า มีกองหินสลับซับซ้อนที่เต็มไปด้วยปะการังอ่อน และกัลปังหา

 

               และยังมีอีกหลายจุดดำน้ำยอดนิยมในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อย่าง อีสท์ออฟเอเดน เป็นจุดดำน้ำที่เรียกได้ว่าเป็นไฟต์บังคับที่ใครมาดำน้ำก็ต้องมาดำที่นี่ทุกคน ไม่ได้มาดำน้ำที่นี่ก็เหมือนมาไม่ถึงสิมิลัน ซึ่งจุดเด่นของอีสท์ออฟเอเดนคือความอุดมสมบูรณ์ของปะการังอ่อนหลากสีสันและกัลปังหาพัดที่รวมตัวกันอยู่บนก้อนหินก้อนเดียว ท่ามกลางหาดทรายสีขาวสะอาดที่ความลึกไม่มากนัก งดงามจนถูกเปรียบให้เป็นสวนของเอเดนในนิยาย

 

 

               อีกแห่งที่โด่งดังไม่แพ้ใครคือ เกาะไข่ หรือ เกาะตอริลลา เป็นเกาะเล็กๆ สองเกาะเรียกว่า เกาะไข่นอก เกาะไข่ใน ทั้งสองเกาะมีหาดทรายขาวน้ำทะเลใส มีปลาหลายชนิดสีสันสวยงามว่ายอยู่ใกล้ๆ ชายหาด ที่นี่เป็นแหล่งปะการังหายากและสวยงามโดยไม่ต้องดำน้ำลึกหรือออกไปไกลจากชายหาดด้วย

 

               ถึงพังงาจะถูกประกบด้วยจังหวัดชื่อดังด้านการท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตและกระบี่ แต่ด้วยเสน่ห์สุดปังของพังงาที่ไม่ได้มีแค่ 5 สิ่งซึ่งยกตัวอย่างมาเป็นน้ำจิ้ม ทำให้ ‘เมืองสวยในหุบเขา’ แห่งอันดามันคือขุมทรัพย์ที่รอให้ทุกคนไปค้นหา

 

               อย่างที่บอก “แล้วพังงาจะเยียวยาทุกสิ่ง”

 

Shares :
เปิดอ่าน 4,500 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ