royal coronation
วันที่ 18 กันยายน 2562
วันนี้ในอดีต

ปิดตำนาน นางเอกดังแดนซามูไร กับ ความลับที่ไม่เคยมีใครรู้

วันที่ 5 กันยายน 2562 - 02:00 น.
หนังญี่ปุ่น,วันนี้ในอดีต
Shares :

วันนี้เมื่อ 4 ปีก่อน ดาราหญิงผู้ยิ่งใหญ่แดนซามูไร ลาโลก กับ ความลับที่ไม่เคยมีใครรู้!

 

**********************

 

เชื่อว่า คอหนังญี่ปุ่นทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่จะรู้จักเธอเป็นอย่างดี "เซ็ตสึโกะ ฮาระ" ดาราหญิงที่มีชื่อเสียงในยุค 1940-1960 เป็นที่ยอมรับของผู้คนว่าเธอคือหนึ่งในดาราหญิงแถวหน้ายุคนั้น

 

และที่ต้องบอกว่า แม้แต่คนรุ่นใหม่ยังรู้จักเธอ ก็เพราะนักดูหนังสัญชาติซามูไร โดยมากมักไม่ธรรมดา ด้วยลีลาการทำหนังของบรรดาบรมครูผู้กำกับของประเทศญี่ปุ่น หลายคนต้องบอกว่าฝีมือระดับเทพ

 

 

 

 

หากแต่วันนี้เมื่อ 4 ปีก่อน หรือตรงกับวันที่ 5 กันยายน 2558 คือวันที่ ดาวดวงนี้ ได้ลาจากโลกนี้ไปในวัย 95 ปี

 

วันนี้ในอดีต จึงหยิบยกเอาเรื่องราว เสี้ยวประวัติ และผลงานของเธอมาเล่าสู่กันฟัง

 

 

 

เส้นทางสายดวงดาว

 

เซ็ตสึโกะ ฮาระ เกิดเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2463 ในโยโกฮามะ จังหวัดคานางาวะ ชื่อจริง คือ มาซาเอะ ไอดะ ในครอบครัวที่มีพี่น้องถึง 8 คน

 

แต่ด้วยเหตุที่เธอมีพี่เขยเป็นผู้กำกับภาพยนตร์อย่าง "ฮิซาโทระ คุมากาอิ" จึงทำให้เธอได้มีโอกาสรับงานแสดงตั้งแต่ก่อนช่วงสงครามโลก ตอนเธอมีอายุแค่ 15 ปีเท่านั้น

 

เซ็ทสิโกะรับทั้งหนังญี่ปุ่น และหนังที่ญี่ปุ่นกับเยอรมันร่วมกันสร้าง อย่างหนังเพื่อการโฆษณาชวนเชื่อเรื่อง Daughter of the Samurai ที่มีเป้าหมายเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศทั้งสองด้วย

 

 

ดาราสาวใน Daughter of the Samurai 

 

 

ต่อมา หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เรียกว่าเส้นทางสีทองเปิดรับเธอเต็มที่ เพราะเธอได้ร่วมงานกับผู้กำกับชั้นครูอีกสามคน คือ อากิระ คุโรซาว่า เรื่อง No Regrets for Our Youth

 

 

No Regrets for Our Youth

 

 

เคย์สุเกะ คิโนะชิตะ เรื่อง Here’s to the Girls และ โคสะบุโระ โยชิมูระ เรื่อง A Ball at the Anjo House

 

Here’s to the Girls

 

 

หลังจากนั้นเธอถึงได้ร่วมงานกับ "ยาซูจิโร่ โอสึ" ใน Late Spring , Early Summer และผลงานระดับมาสเตอร์พีชอย่าง Tokyo Story และอีกมากมาย

 

 

Tokyo Story

 

 

แน่นอนเธอนับเป็นดาราหญิงที่มีชื่อเสียงในยุค 1940-1960 โดยเฉพาะกับผู้กำกับอย่าง “ยาซูจิโร่ โอสึ”  ผู้คนต่างเรียกว่าเธอคือ “นางเอกคู่บุญ” ของผู้กำกับชั้นบรมครูคนนี้

 

 

ยาซูจิโร่ โอสึ

 

 

อย่างไรก็ดี สื่อมวลชนในญี่ปุ่นสมัยนั้น เรียกเธอว่า “ผู้หญิงในอุดมคติ” เนื่องจากบทบาทที่เธอได้รับแสดงนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นบทหญิงสาวที่มีจิตใจดีงามเป็นเสียส่วนใหญ่ และเป็นตัวแทนของนางเอกในยุค 1950s ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ญี่ปุ่นเลยทีเดียว

 

 

ฮาระ และ โอสึยืนอยู่ด้านหลัง

 

 

เซ็ตสึโกะ ฮาระเป็นนักแสดงยุคแรกๆ ของญี่ปุ่นที่มีภาพจำติดตาในบทของผู้หญิงยุคใหม่ (หลังสงครามโลกครั้งที่ 2) และเนื่องจากเธอไม่เคยแต่งงานเลย ชาวญี่ปุ่นจึงให้ฉายาเธอว่าเป็น “หญิงผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องตลอดกาล”

 

ขณะที่นิตยสาร Kinema Junpo ยังได้จัดให้ ฮาระ เป็นนักแสดงหญิงอันดับ 1 แห่งศตวรรษที่ 20 ด้วย

 

 

ลึก (ไม่) ลับ 

 

ถ้าจะกล่าวถึงภาพยนตร์ที่ดาราสาวทำงานร่วมกับ ผู้กำกับอย่างโอสึ เรื่องแรกคือ “Late Spring” ในปี 2492 ตอนที่ เซ็ทสึโกะมีอายุ 29 ปี

 

โดยในหนังเรื่องนี้ เซ็ทสึโกะ ฮาระ รับบทเป็นลูกสาวที่เป็นห่วงพ่อผู้ชราจนไม่ยอมออกเรือน แม้เธอจะมีอายุไม่น้อยแล้วก็ตาม จนผู้เป็นพ่อต้องหาวิธีที่จะทำให้เธอตัดสินใจแต่งงานออกไปให้ได้

 

Late Spring

 

 

หรือต่อมาในผลงานระดับตำนานอย่าง Tokyo Story ในปี 2496 เซ็ตสึโกะ ฮาระ รับบทเป็นหญิงสาวผู้สูญเสียสามีไป แต่ก็ยังพยายามเอาใจใส่พ่อกับแม่ของสามีอย่างเต็มที่ ในระหว่างที่ท่านทั้งสองเดินทางมากรุงโตเกียว และลูกแท้ๆ กลับไม่ค่อยจะแยแส

 

แต่ต่อมาเธอก็เลิกงานแสดงทั้งหมด โดยไม่มีใครทราบสาเหตุว่าเธอออกจากวงการเพราะว่าอะไร บทบาทสุดท้ายที่เธอแสดงในวงการภาพยนตร์คือ “ริกุ” เป็นภรรยาของ โออิชิ โยชิโอ ในหนังเรื่อง Chūshingura

 

เรื่องนี้เป็นหนังซามูไรฟอร์มใหญ่ของ ฮิโรชิ อินางากิ ในปี 2505 ด้วย ซึ่งได้กลายเป็นผลงานเรื่องสุดท้ายในชีวิตของ เซ็ตสึโกะ ฮาระ ในเวลาต่อมา

 

แต่อีกด้านหนึ่ง ว่ากันว่า การที่เธออกจากวงการ มันเกิดขึ้นหลังจากการตายของโอสึในปี 2506 เขาตายจากไปด้วยโรคมะเร็งเมื่ออายุ 60 ปี ในวันเกิดของเขาพอดี ทั้งนี้ สุสานของโอสึอยู่ที่ วัดเอ็งงากูจิ คามากุระ

 

ซ็ตสึโกะ ฮาระ วัยประมาณ 43 จึงได้อำลาวงการภาพยนตร์แล้วใช้ชีวิตเงียบๆ ในคามากุระ นั่นเอง และที่นี่ยังเป็นฉากหลังของภาพยนตร์ทั้งหมดที่โอสึกำกับอีกด้วย

 

 

 

 

โดยเธอให้สัมภาษณ์ในภายหลังว่าเธอไม่ได้มีความสุขในฐานะนักแสดงแต่ที่ทำไปก็เพื่อช่วยหาเลี้ยงครอบครัว ขณะที่หลายๆ คนก็ยังแอบสงสัยว่าทั้งคู่อาจจะมีความสัมพันธ์กันด้วย

 

ที่สุด หลังดาราสาวหันไปใช้ชีวิตเงียบๆ ในคามากุระโดยที่ไม่ยอมให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนและไม่ยอมให้ใครถ่ายรูปอีก เธอก็เสียชีวิตจากโรคปอดบวม ในโรงพยาบาลที่ คามากุระ จังหวัดคานางาวะ เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2558 หรือ วันนี้เมื่อ 4 ปีก่อน...

 

***************************

 

 

Shares :

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ