royal coronation
วันที่ 20 กรกฎาคม 2562
วันนี้ในอดีต

10 ก.ค.2528 ก่อการร้ายไม่อาย จมเรือ "กรีนพีซ" เฉย

วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 - 02:00 น.
กรีนพีซ,เรนโบว์
Shares :
เปิดอ่าน 2,775 ครั้ง

วันนี้เมื่อ 34 ปีก่อน การเผชิญหน้าของสันติ และ ลูกระเบิด!

 

******************

 

          คงมีแต่ผู้ติดตามตัวจริงเท่านั้นที่จะนึกถึงเหตุโศกนาฎกรรมครั้งนี้ได้ว่ามัน เกิดขึ้นกับ "เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์" (The Rainbow Warrior) แต่คนไทยวงนอก จะจดจำได้ว่าครั้งหนึ่ง "เรือของกรีนพีซ" เคยถูกบอมบ์จนยับเยินมาแล้ว

 

          เหตุเศร้านี้เกิดขึ้นเมื่อวันนี้ของเมื่อ 34 ปีก่อน ตรงวับวันที่ 10 กรกฎาคม 2528 เรือลำนี้ถูกสายลับก่อการร้ายชาวฝรั่งเศสวางระเบิดยับจนจมดิ่งลงเบื้องล่าง ที่น่าเศร้าคือมีผู้สูญหายหรือเสียชีวิตอีกด้วย

 

          แน่นอน คนไทยทั่วไปอาจคุ้ยเคยแต่ว่า องค์กรกรีนพีซนั้นทำเรื่องสิ่งแวดล้อม โลกสวยในทุ่งลาเวนเดอร์และผืนมหาสมุทร หากแท้จริงแล้ว องคาพยพขององค์กรนี้ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งกว้างขวางกว่าที่คิด

 

          เฉกเช่นกับเรื่องราวของ “เรนโบว์ วอร์ริเออร์” อันเป็นเรือลำแรกในกองเรือ ที่ออกแบบและสร้างขึ้นเพื่อภารกิจของกรีนพีซโดยเฉพาะ

 

Rainbow Warrior, ปี 2524

 

 

กำเนิดสายรุ้ง

 

          เวบไซต์ www.greenpeace.org/thailand เล่าไว้ว่า เรนโบว์ วอร์ริเออร์” ไม่เพียงแต่เป็นเรือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุดลำหนึ่งแล้ว เรือลำนี้ยังเป็นดั่งความฝันของเหล่านักรณรงค์ที่ยังคงต่อสู้เพื่ออนาคตสีเขียวและสันติภาพ

 

          เรนโบว์ วอร์ริเออร์ เดิมมีชื่อว่า “เซอร์ วิลเลียม ฮาร์ดีย์” เรืออวนลากสำหรับงานวิจัยด้านการประมงของกระทรวงเกษตร ประมง และ อาหารของสหราชอาณาจักร สร้างขึ้นเมื่อปี 2498 เป็นเรือเครื่องยนต์ดีเซลไฟฟ้าลำแรกที่สร้างขึ้นในสหราชอาณาจักรด้วย

 

          ภายหลัง กรีนพีซต้องการนำมาใช้ จึงระดมทุนเพื่อซื้อเรือลำนี้มา แต่มันไม่ง่ายเลย เพราะหลายเดือนกรีนพีซก็ยังไม่มีเงินพอ

 

Rainbow Warrior, 1985 in Auckland (2523 ก่อนจม)

 

          จนที่สุดกองทุนสัตว์ป่าโลก สำนักงานเนเธอร์แลนด์ จึงให้ความช่วยเหลือทางการเงิน เพื่อช่วยรณรงค์ปกป้องวาฬ กรีนพีซจึงได้กรรมสิทธิ์เรือลำแรกในยุโรป

 

          ได้เรือมาอย่างสวยงามแล้ว กรีนพีซจัดแจงเปลี่ยนชื่อเรือเอาฤกษ์เอาชัย ได้ชื่อมาว่า “เรนโบว์ วอร์ริเออร์” ตามคำทำนายของนักรบอินเดียนแดง ชนเผ่าครีในอเมริกาเหนือ ที่เชื่อว่า “เมื่อโลกป่วยและกำลังดับสูญ ผู้คนจะลุกขึ้นสู้ประหนึ่งนักรบแห่งสายรุ้ง…”

 

 

ออกสู่ท้องทะเล

 

          วันที่ 29 เมษายน 2521 เรนโบว์วอร์ริเออร์ ได้ทำงานเที่ยวแรกในชีวิต ออกจากท่าเรือในลอนดอน มีลูกเรือ 24 คน จาก 10 ประเทศ

 

          ดังที่เกริ่นไว้ พวกมีภารกิจสำคัญ คือการขัดขวางการล่าวาฬเพื่อการค้าที่ไอซ์แลนด์ ชาวกรีนพีซแห่งเรนโบว์วอร์ริเอร์ ราวกับนักรบที่ไร้อาวุธ แต่พวกเขาก็ท้าลุยกับปัญหาต่างๆ จนพิสูจน์ให้เห็นว่า เป็นเรือที่ทรงคุณค่าในการเดินทะเลอย่างแท้จริง

 

          3 ปีต่อมา อาสาสมัครกรีนพีซเปลี่ยนเครื่องยนต์ดีเซลไฟฟ้าขนาด 45 ตัน และติดตั้งเครื่องยนต์ดีทรอยท์ เข้าไปแทน จนถึงปี 2528 มีการติดตั้งใบเรือเพื่อความพร้อมสำหรับการเดินทางไปมหาสมุทรแปซิฟิก

 

         ที่นั่นมีชาวเกาะรองเกลัป 320 คน ที่ได้รับผลกระทบจากการปนเปื้อนรังสี และได้เรียกร้องความช่วยเหลือจากเรือเรนโบว์วอร์ริเออร์​ให้ช่วยอพยพผู้คน เพื่อไปตั้งถิ่นฐานใหม่ที่เกาะเมจาโต

 

          รังสีนี้ มาจากการทดลองนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ในช่วงทศวรรษที่ 1950 หลายคนเป็นมะเร็ง ลูคิเมียและพิการแต่กำเนิด

 

 

ชะตากรรม

 

          ใครจะคาดคิดว่า ในวันที่สวยงามของเดือนกรกฎาคมปีนั้น (2528) เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ซึ่งทอดสมอไหวเอนตามลมคลื่นเบาๆ ในผืนน้ำที่เมืองโอคแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อเตรียมความพร้อมออกปฏิบัติการต่อต้านการทดลองนิวเคลียร์ของรัฐบาลฝรั่งเศศที่หมู่เกาะปะการังโมรูรัว

 

          เวลาเกือบเที่ยงคืน ขณะที่ทุกๆ คน กำลังจะเข้านอน หากแต่ยังมีลูกเรือสองสามนาย หนึ่งในนั้นคือ เฟอร์นานโด เปเรรา ช่างภาพประจำเรือชาวโปรตุเกส พวกเขานั่งคุยและดื่มเบียร์อยู่บนเรือลำนี้

 

ลูกเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ในวันแห่งความสุขก่อนเรือถูกวางระเบิด ซ้ายไปขวา: เฟอร์นานโด เปเรรา ช่างภาพ ฮันส์ กายท์ เจ้าหน้าที่รณรงค์ และ มาร์ตินิ โกตเย ผู้ช่วยผู้บังคับการเรือ © Greenpeace

 

 

         อยู่ๆ ก็มีแสงสว่างวาบขึ้น ตามด้วยเสียงกระจกแตก และเสียงโครมที่ลงกระแทกผืนน้ำเข้าอย่างจัง หะแรก ทุกคนคิดว่าเรืออาจถูกเรือโยงชน แต่มารู้ว่าไม่ใช่เมื่อได้เกิดระเบิดลูกที่สอง!

 

          ลูกเรือที่อยู่บนดาดฟ้าเรือ พากันหนีตายจ้าละหวั่น ที่กระโดดหลบในที่ปลอดภัยบนท่าเรือได้ก็ทำ ที่กระโดลงน้ำได้ก็ทำ เปววไฟจากระเบิดทำให้เสากระโดงเรือที่เป็นเหล็กบิดงอไปต่อหน้าต่อตา

 

          แต่ที่น่าเศร้าคือ เฟอร์นานโด เปเรรา ผู้ที่ทำหน้าที่ถ่ายภาพการทดลองนิวเคลียร์ของฝรั่งเศส เพื่อนำไปเผยแพร่ให้คนทั่วโลกได้ประจักษ์ ได้หายไปในคืนนั้นเอง ว่ากันว่าร่างของเขาถูกน้ำพัดและจมหายไปกับแรงของระเบิด ทั้งๆ เขาเพิ่งฉลองวันเกิด 35 ปี ไปไม่นาน

 

เฟอร์นานโด เปเรรา

 

 

ปิศาจสายลับ

 

          ดังที่ทราบกัน การระเบิดครั้งนี้เป็นฝีมือของ สายลับของฝรั่งเศส ที่ทำเพื่อขัดขวางแผนการรณรงค์ของเรือ โดยวางระเบิดหุ้มพลาสติกไว้สองลูก ลูกหนึ่งซ่อนไว้ในใบพัด อีกลูกหนึ่งอยู่นอกกำแพงห้องเครื่อง

 

 

© Greenpeace

 

 

          หลังเกิดเหตุ ทีแรกรัฐบาลฝรั่งเศสปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการนี้ แต่สุดท้ายก็หนีความจริงพ้น ทำให้ โลรองต์ ฟาบัวส์ นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ต้องออกโทรทัศน์ แถลงยอมรับว่า  “สายลับ DGSE ได้ปฏิบัติการจมเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ทั้งนี้ เป็นปฏิบัติการตามคำสั่ง”

 

 

© Greenpeace

 

 

           สายลับในการนี้ มีสองคนที่ถูกจับรับโทษ คือ โดมินิเก พริเยอร์ และ อแลงน์ มาฟาร์ต ซึ่งครั้งนั้นอยู่ในสถานะของนักท่องเที่ยวชาวสวิส โทษของเขา คือ มีการเจรจาในกรอบของสหประชาชาติ จนออกมาว่าให้ทั้งสองคนย้ายไปต้องโทษที่หมู่เกาะ Hao ซึ่งเป็นฐานทัพทหารของฝรั่งเศสในเฟรนช์โปลินิเซีย แต่ทั้งสองไดัรับการปล่อยตัวในช่วงไม่ถึงสองปีหลังจากนั้น

 

 

           แต่ คริสติน กาบอง สายลับอีกหนึ่งคนที่แทรกซึมเข้าไปในสำนักงานของกรีนพีซนิวซีแลนด์ก่อนมีการวางระเบิดที่เรือ เธอหลบหนีก่อนจะถูกจับได้ในอิสราเอลและไม่มีใครเห็นเธออีกเลย

 

          ส่วนฌอง-มิเชล แบร์เตโล หนึ่งในนักประดาน้ำสองคนที่เชื่อว่า เป็นผู้วางระเบิด ก็ไม่มีใครพบเห็น คนที่เกี่ยวพันก้บเหตุการณ์ในคืนนั้นที่ท่าเรือโอคแลนด์ ล้วนหายตัวไปพร้อมๆกัน

 

 

จิตวิญญาณเรนโบว์

 

          หลังถูกวางระเบิดเรือแล้ว เรือเรนโบว์วอร์ริเออร์ถูกลากไปทางเหนือจากโอคแลนด์ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2530 ข่าวรายงานว่าประชาชนพากันโศกเศร้าเสียใจกับเรือำลนี้ ไม่ต่างไปจากกากสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก

 

          เรนโบว์ได้เกษียณก่อนวัย และมีที่พักแห่งสุดท้ายอยู่ที่อ่าวมาเทารี ในหมู่เกาะคาวัลลิของนิวซีแลนด์ แต่มันก็ยังมีงานทำ โดยมันได้กลายเป็นบ้านหลังใหม่ให้กับระบบนิเวศใต้ทะเล โดยกลายเป็นที่ขยายพันธุ์ปะการัง และ สัตว์ทะเลอื่นๆ รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวของนักดำน้ำอีกด้วย

 

 

tripadvisor.com

 

 

          ว่ากันว่า ความคิดนี้มาจากสมาคมใต้น้ำของนิวซีแลนด์ เพื่อให้เรือได้ทำหน้าที่สุดท้ายในการปกป้องสิ่งแวดล้อมทางทะเล นิยมของนักดำน้ำ

 

 

เรนโบว์วอร์ริเออร์ลำปัจจุบัน

 

          อย่างไรก็ดี เจ้าเรือยังมีลูกหลานไปทำหน้นที่แทน เพราะในปี 2532 เรือเรนโบว์วอร์ริเออร์ 2 ได้สบายปีกกางใบออกล่องทะเลกว้าง

 

          กระทั่งปี 2554 กรีนพีซต่อเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ขึ้นมาใหม่เพื่อวัตถุประสงค์ในการรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อม และยังคงทำหน้าที่มาจนทุกวันนี้

**********///************

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลทั้งหมดจาก https://www.greenpeace.org/thailand/about/ships/rainbow-warrior/the-bombing/

Shares :
เปิดอ่าน 2,775 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ