เศร้า!! "น้องทรายคุณแม่ขอร้อง"  น้ำท่วมปอดเสียชีวิต

วันนี้ในอดีต  :  11 มี.ค. 2562

น้องทรายเคยบอกว่าจะไม่ขอใส่ท่อหายใจอีกเนื่องจากรู้สึกทรมาน จนล่าสุดเมื่ออาการหนักขึ้นการใส่ท่อช่วยหายใจก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของน้องทรายไว้ได้

          วัยเด็ก เราอาจเคยเผลอคิดว่าดาวตลกไม่เคยเจ็บ ไม่เคยเศร้า เพราะทุกครั้งที่เราพบเห็นพวกเขา จะมีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะราวกับเป็นทูตสวรรค์ที่ลงมาสร้างความสุขให้กับมนุษย์

          แต่เปล่าเลย พวกเขาคือมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง เหมือนกับเราทั่วไป มีสุข เศร้า โกรธ เจ็บป่วย และ ตายจาก

         ดังเช่น ดาวตลกอีกหนึ่งดวงที่กำลังจะเล่าสู่กันฟังวันนี้ นั่นคือ “น้องทราย” เจ้าของวลีฮิต “คุณแม่ขอร้อง” ที่เราคนไทยรักเขาเป็นอันมาก

          และวันนี้เมื่อ 9 ปีก่อน หรือ วันที่ 11 มีนาคม 2553 เขาได้จากพวกไปอย่างไม่มีวันกลับ หลังทุกข์ทรมานจากอาการออกซิเจนในเลือดต่ำ และเกิดอาการน้ำท่วมปอดก่อนจะเสียชีวิตจากไป

 

เศร้า!!  "น้องทรายคุณแม่ขอร้อง"   น้ำท่วมปอดเสียชีวิต

 

          ทั้งนี้ ตลกน้องทราย" หรือชื่อจริงนายธวัชชัย แสงคำ ตลกชื่อดังวัย 51 ปี เจ้า ของวลีฮิตติดปากคนดู “คุณแม่ขอร้อง” ได้ล้มป่วยลงด้วยอาการออกซิเจนในเลือดต่ำ หอบหืดและปอดอักเสบตั้งแต่ปี 2548

 

เศร้า!!  "น้องทรายคุณแม่ขอร้อง"   น้ำท่วมปอดเสียชีวิต

ภาพจาก นักข่าวบ้านนอก http://oknation.nationtv.tv/blog/opel/2008/03/06/entry-1

 

          หลังจากนั้น หลายคนอาจไม่รู้ว่า ขณะที่เขาขึ้นเวทีเพื่อทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการขายเสียงหัวเราะและสร้างความสุขให้กับพวกเรา เวลานั้นเขาถึงกับต้องหิ้วถังออกซิเจนช่วยการหายใจและน้ำเกลือติดตัวตลอดเวลาที่ขึ้นเวทีการแสดง สร้างความเวทนาสงสารแก่ผู้พบเห็น ทำให้พักหลังๆ งานแสดงก็เริ่มหดหาย 

          จนกระทั่งเมื่ออาการเริ่มทรุด ทำให้ตลกน้องทรายต้องสวมเครื่องช่วยหายใจและให้น้ำเกลือตลอดเวลา โดยมีอาการทรงตัวมาตลอด

 

เศร้า!!  "น้องทรายคุณแม่ขอร้อง"   น้ำท่วมปอดเสียชีวิต

ภาพจาก นักข่าวบ้านนอก http://oknation.nationtv.tv/blog/opel/2008/03/06/entry-1

 

          ต่อมาเมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2552 ตลกน้องทรายมีอาการช็อก และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลก่อนแล้วรอบแรก ผ่านไปสามวัน พอถึงวันที่10 มี.ค. เกิดอาการกำเริบน้ำท่วมปอดและเกิดช็อกอีกครั้ง ญาติจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลรามคำแหง

          แต่คราวนี้แพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ เสียชีวิตที่โรงพยาบาลรามคำแหง เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 11 มี.ค. ด้วยโรคระบบหัวใจล้มเหลว และน้ำท่วมปอด

          เส้นทางชีวิตของ “ตลกน้องทราย” โด่งดังจากการที่ไปร่วมแสดงมิวสิกวิดีโอเพลง คุณแม่ขอร้อง ของนักร้องชื่อ หลิว วริสสรา จนได้เปลี่ยนชื่อเป็น น้องทราย คุณแม่ขอร้อง และได้ทำการแต่งตัวเป็นผู้หญิง เวลาขึ้นแสดงโดยมีคำพูดที่ติดปากว่า “คุณแม่ขอร้อง” สร้างเสียงหัวเราะแก่แฟนๆ จนทำให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักโด่งดัง 

          คมชัดลึกเคยนำเสนอประวัติของเขาไปแล้ว วันนี้ขอทวนความจำอีกครั้งดังนี้ ซึ่งน้อยคนนักจะทราบว่า ก่อนหน้านั้น น้องทรายมีชีวิตผูกพันกับวงดนตรีลูกทุ่งมานาน (อ่าน

''น้องทราย คุณแม่ขอร้อง" กับชีวิตในวงลูกทุ่ง http://www.komchadluek.net/news/regional/52603

          โดยข้อมูลระบุอ้างถึง “รุ่ง สุริยา” ที่ได้เล่าถึงเรื่องราวครั้งที่ตนเองยังใช้ชื่อว่า “ดุษฎี ดอกรัก” ว่าราวปี 2530 ป๋าเด็ดดวง ดอกรัก ทำวงดนตรีให้ตน หลังจากที่ "แอ๊ว ยอดรัก สลักใจ" แยกออกไป

          รุ่ง สุริยา ก็เดินสายกับ “เพ็ญพักตร์ พวงทอง” ซึ่งก็คือชื่อในการแสดงยุคแรกของ “น้องทราย” นั้นแหละ หากแต่ตอนนั้นทุกคนเรียกชื่อเขาว่า “พี่ค่อม”

          เพ็ญพักตร์ พวงทอง หรือ น้องทราย จะมาเล่นตลกคั่นเวลาก่อนหัวหน้าวงออกหน้าเวที และเขาจะมาเล่นประกบหัวหน้าวง มีการพูดแซวกัน ยุคนั้นก็แต่งตัวแบบผู้หญิง แต่ยังไม่แต่งแบบเต็มร้อยอย่างที่เราได้รู้จักในช่วงหลัง

          “ทุกวันนี้ พี่เขาแซวคนดูเก่ง ตอนนั้นผมยังไม่ค่อยเก่งเวที บางทีผมขำมากต้องบอกแกหยุด เพราะผมหัวเราะจนร้องเพลงไม่ได้ เขาชอบเล่นมุกปีนขึ้นไปบนราวเวที จะทำแบบเหมือนลิง ผมเองก็ไม่เคยดูตลก ก็ขำมาก พี่เขาเป็นตลกนำในวงเลย พี่ค่อมเป็นเหมือนครูบาอาจารย์เรื่องตลกของผมเลยแหละ เป็นตลกคนแรกที่เล่นประกบกับผม พักหลังๆ เวลาเจอกันผมก็สวัสดีพี่เขา เขาชอบเรียกผมว่า หัวหน้ารงค์ เพราะชื่อจริงผมชื่อ ณรงค์”

          หลังจากนั้น น้องทราย ได้มาร่วมงานกับวง “พุ่มพวง ดวงจันทร์” ที่นี้ ผู้เล่าความทรงจำคือ “สลักจิตร ดวงจันทร์” ที่ได้เล่าถึงบรรยากาศที่ได้ร่วมงานกับน้องทรายว่า น้องทรายหรือพี่ค่อมนั้น แม้ว่าจะแต่งตัวเป็นผู้หญิง แต่ก็เป็นผู้ชายเต็มร้อย เพียงแต่ยังไม่มีภรรยาเป็นตัวเป็นตน

          “ตอนแสดงเขาจะใช้ชื่อดาราหรือนักร้องที่ดังๆ อย่างชื่อ ฮันนี่ และ แสงระวี ก็เคยใช้ ตอนนั้นแสงระวี เขาร้องเพลง ”แมงมุม” พี่ค่อมก็เอามาร้องบนเวที แต่เวลาดูแล้ว พี่ผึ้ง พุ่มพวงก็บอกว่า เหมือนคางคกมากกว่า บนเวทีเขาเล่นตลกมาก บางทีพี่ผึ้งร้องเพลงไปต้องหลุดหัวเราะ พี่ค่อมชอบปีนเสาหน้าเวทีจะดูเหมือนลิงและขำมากๆ ชอบเดินลากกระสอบใส่ชุดหางเครื่อง และใส่ถุงน่องขาดๆ เอาของหางเครื่องนั่นแหละ ของใครขาดเขาก็เอามาใส่”

          นอกจากนี้ เธอยังเล่าว่าพี่ค่อมเป็นคนไม่กินเหล้า ไม่เล่นการพนัน เขาจะมีเสื้อสูท และเสื้อผ้าในการแสดงซึ่งแทบจะไม่เคยซักเลย แต่หลังเวทีจะเป็นคนค่อนข้างเก็บตัว ธรรมะ ชอบคุยกับนักร้องเก่าๆ อย่างโรม ศรีธรรมราช เสมา ทองคำ

 

เศร้า!!  "น้องทรายคุณแม่ขอร้อง"   น้ำท่วมปอดเสียชีวิต

 

           ทั้งนี้ นอกจากวงดุษฎี ดอกรัก และวงพุ่มพวงแล้ว น้องทรายยังเคยร่วมงานกับ "วงเย็นจิตร พรเทวี" ช่วงหนึ่ง และช่วงหลังๆ ได้บันทึกการแสดงสดร่วมกับ "วงพิมพา พรศิริ" อีกด้วย

          จากนั้น น้องทรายก็ออกจากวงดนตรีแล้วมาเล่นตลกตามคาเฟ่ โดยเข้าคณะ “ซุปเปอร์ดอน” ของ "ดอน จมูกบาน" อยู่ช่วงราวๆ ปี 2537-2548 จากนั้นได้แยกไปตั้งวงเอง

          ว่ากันว่า ช่วงที่เล่นคาเฟ่แรกๆ  ยังไม่ได้รับเสียงตอบรับที่ดี เพราะคนยังไม่ชิน จนกระทั่งคนค่อยๆ ยอมรับในที่สุด และมาโด่งดังมากๆ ตอนไปเล่นออกช่อง 7 สี รายการของ “จิ้ม ชวนชื่น” ชีวิตช่วงนี้ ดอน จมูกบานได้ยืนยันกับคมชัดลึกว่า 

          "ตอนเขาจะแยกวงไปก็มาขอผมนะ ขอไปตั้งวง ผมก็ปล่อยให้ไป แต่ที่จริงแล้วมันทำให้เขาต้องเหนื่อยมากกว่าเดิม เพราะต้องเล่นบนเวทีมากขึ้น อาการป่วยของเขาเริ่มมาตั้งแต่อยู่วงผมแล้ว เขาชอบไปเชียร์มวย ตอนหลังก็ไม่ได้ไปเพราะป่วย เข้าโรงพยาบาลบ่อย หน้าเวทีเขาเป็นคนเล่นเก่ง ได้ทิปเยอะ และมีน้ำใจแบ่งปันเพื่อนร่วมวง ทั้งๆ ที่เป็นส่วนของเขาจะไม่ให้ก็ได้”

          และก็จริงดังที่ตลกรุ่นใหญ่ว่าไว้ เพราะน้องทรายเริ่มป่วย อาการทรุดตั้งแต่ปี 2548 จนกระทั่งมาเสียชีวิตเอาใน 5 ปีถัดมา

 

เศร้า!!  "น้องทรายคุณแม่ขอร้อง"   น้ำท่วมปอดเสียชีวิต

 

          ทั้งนี้ ข่าวระบุว่า พรรณี แสงคำ พี่สาวของ “น้องทราย” เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนหน้านี้น้องทรายเคยบ่นตั้งแต่วันแรกที่เข้าโรงพยาบาลว่าเหนื่อยมาก แต่ 1 วันก่อนหน้าเสียชีวิตได้โทร.มา บอกว่าดีขึ้นแล้ว จากนั้นก็ไม่ได้คุยกันอีกเลยจนเสียชีวิต

          "น้องทรายเคยบอกว่าจะไม่ขอใส่ท่อหายใจอีกเนื่องจากรู้สึกทรมาน จนล่าสุดเมื่ออาการหนักขึ้นการใส่ท่อช่วยหายใจก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของน้องทรายไว้ได้ เนื่องจากหัวใจทำงานหนักมาก ตนยังทำใจไม่ค่อยได้ต่อการจากไปของน้องชาย ก่อนหน้านี้น้องทรายเคยบอกว่าจะไปอยู่ด้วยที่ปากช่อง เป็นห่วงพ่อที่กำลังป่วย แต่เมื่อน้องทรายจากไปแล้วชาติหน้าก็อยากให้น้องทรายเกิดมาเป็นคนปกติสมบูรณ์ ไม่พิการเหมือนอย่างชาตินี้"

          เราคนไทยก็หวังว่า น้องทรายจะสมหวังเช่นกัน แต่ที่แน่ๆ ถามว่าคิดถึงเขาไหม บอกเลยว่า “มาก”

          ดังนั้นมารำลึกถึงเขาอีกครั้ง ด้วยผลงานเก่าๆ เมื่อครั้งที่เขายังทำหน้าที่ทูตแห่งเสียงหัวเราะกันดีกว่า

 

 

ขอบคุณผู้ใช้ยูทูบ OAD AND HIS BAND

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่