8 ก.พ.2555 ปรากฏการณ์ ว.5 เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

"ว.5" คืออะไร แล้วมาเกี่ยวอะไรกับ สังคมไทยช่วงหนึ่ง

          นี่คือตัวอย่างของการกล่าวถึงผู้อื่นในทางเสียหาย โดยไม่มีหลักฐาน

          จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันนี้ของเมื่อ 7 ปีก่อน ตรงกับวันที่ 8 ก.พ.2555 เมื่อข่าวรายงานเกี่ยวกับการที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขณะที่ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปทำธุระบางประการที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์

          จนเกิดเป็นกระแสว่า “ได้หนีประชุมสภา” และลามไปถึงเรื่องเสียหายในเชิง “ชู้สาว” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยังมีผู้นำไปวิพากษ์วิจารณ์ออกสื่อฯ ในรายการ “สายล่อฟ้า” ทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมบลูสกาย

          และที่สุดทางฝายผู้เสียหาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงได้ดำเนินการทางกฎหมายกับพิธีกรรายการดังกล่าว มาจนถึงวันนี้ 7 ปีมาแล้ว คดีความเพิ่งจะคลี่คลาย

 

8 ก.พ.2555  ปรากฏการณ์ ว.5  เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

 

          ที่จริง หากจำกันได้ทางเจ้าตัว หรือ นายกฯ ปู ได้ชี้แจงในเฟซบุ๊คส่วนตัว “Yingluck Shinawatra” ช่วงหลังจากนั้นไม่กี่วันว่า

          "ขอชี้แจงกรณี การเดินทางไปโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2555 จากที่มีการโจมตีกล่าวหาดิฉันกรณีการเดินทางไปพบกลุ่มบุคคล ณ โรงแรม โฟร์ซีซั่นส์ เมื่อวันพุธที่ 8 ก.พ.2555 นั้น ดิฉันขอโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงดังนี้

          1. ข้อกล่าวหาเรื่อง “หนีการประชุมสภา ไม่รับผิดชอบต่องานสภา" ยิ่งลักษณ์ชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง โดนการประชุมสภาฯ เมื่อวันพุธที่ 8 ก.พ.2555 นั้นมีวาระรับทราบในเรื่องต่างๆ แต่ไม่มีประเด็นที่นายกรัฐมนตรีต้องเข้าประชุมเพื่อชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และในวันดังกล่าว เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจในฐานะนายกรัฐมนตรีที่มีการนัดหมายไว้ก่อนหน้าแล้ว ดิฉันก็ได้เดินทางมาที่อาคารรัฐสภา เพื่อร่วมรับฟังและสอบถามเกี่ยวกับประเด็นที่มีการอภิปรายอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ทั้งยังได้ลงชื่อในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในเวลาประมาณ 16.16น. ด้วย

          2. ข้อกล่าวหาเรื่อง “ไม่มาตอบกระทู้ของ ส.ส.รังสิมา รอดรัศมี” เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 ก.พ.2555 เป็นการตั้งกระทู้ถามสด ยิ่งลักษณ์ชี้แจงว่า ในวันดังกล่าว เวลา 11.00 น. ตนปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จ.ลพบุรี ต่อเนื่องจ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัย โดยได้มอบหมายให้ พลเอกยุทธศักดิ์ ศศิประภา (รองนายกรัฐมนตรีขณะนั้น) เป็นผู้ตอบกระทู้ถามสดแทนตนเองแล้ว และเป็นสิ่งที่พึงกระทำได้ตามข้อบังคับของสภาฯ

          3. ข้อกล่าวหาเรื่อง “การเดินทางไปโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ เป็นเรื่องส่วนตัว กระทำผิดจริยธรรม และมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน”

          ยิ่งลักษณ์แจงว่า ตนนั้นไปพบกับกลุ่มนักธุรกิจภาคเอกชน ที่ชั้น 7 ซึ่งเป็น Executive Club ของโรงแรมดังกล่าว เป็นสถานที่เปิดเผย และเป็นการเดินทางไปเพื่อการรับฟังสภาพปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและสถานการณ์บ้านเมือง ทั้งเป็นการรับฟังข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอันจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อการบริหารราชการแผ่นดิน

          และมีผู้พบเห็นเหตุการณ์จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงแรม พนักงานบริการ หรือหน่วยรักษาความปลอดภัย แต่ที่ผู้ที่มาพบหารือนั้น ไม่ต้องการที่จะปรากฏเป็นข่าว จึงไม่มีการแจ้งสื่อมวลชนแต่ประการใด

          ในวันนั้น ไม่มีการพูดจาเรื่องธุรกิจส่วนตัว ไม่มีการพูดถึงการเวนคืนที่ดินเพื่อเป็นที่รับน้ำหรือเป็นพื้นที่น้ำผ่าน ที่เรียกว่า ฟลัดเวย์ (Flood Way)พื้นที่แก้มลิงและอ่างเก็บน้ำ การชะลอการประเมินราคาที่ดิน หรือเรื่องอื่นเรื่องใดที่จะเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อผู้ใดโดยเฉพาะตามที่มีการกล่าวหา

          ส่วนสาเหตุที่มีคนสงสัยว่า ทำไมยิ่งลักษณ์เพิ่งมาชี้แจง หลังจากผ่านไปหลายวันแล้ว เธอระบุว่า เพราะตนเองเห็นว่า นี่คือเกมการเมือง ซึ่งตนเองไม่ถนัด

          “ดิฉันอาสาประชาชนมาเพื่อทำงาน และดิฉันเป็นนักบริหารที่เชื่อว่าผลงานจะเป็นบทพิสูจน์ความจริงใจ ทั้งนี้ขอยืนยันอีกครั้งว่า ดิฉันจะไม่ทำการใดๆ อันเป็นการหาผลประโยชน์ส่วนตน เอื้อประโยชน์ใครคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ทุกอย่างที่ดิฉันทำก็เพื่อความผาสุกที่ยั่งยืนของพี่น้องประชาชนทุกคน”

          อย่างไรก็ดี หากจำได้ สังคมไทยเวลานั้น มีการเม้าท์ไปต่างๆ นานา ทั้งสองแง่มุม สร้างปรากฏการณ์หลายอย่างจากทั้งสองฝ่าย

 

ฝ่ายเอาเรื่อง

          1.มีตัวแทนกลุ่มกรีน พร้อมคณะได้เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบจริยธรรมของ กิตติรัตน์ ณ ระนอง ขณะเป็นรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เวลานั้น โดยอ้างถึงกรณีที่กิตติรัตน์ระบุว่า ได้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ไปปฏิบัติภารกิจส่วนตัวที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา

          แต่กลับเป็นการไปพบนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 6-7 คน ซึ่งต่อมา เศรษฐา ทวีสิน นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ หนึ่งในผู้ที่ได้พบปะกับนายกรัฐมนตรี ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เป็นการพบปะเพื่อหารือเรื่องดอกเบี้ย การเงิน การประเมินราคาที่ดิน การคลัง เศรษฐกิจ การเมือง ซึ่งหากเป็นการหารือในเรื่องดังกล่าวจริง ก็อาจจะมีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน จึงถือได้ว่ามีปัญหาทางจริยธรรมของกิตติรัตน์ เกิดขึ้นแล้ว

          2. กลุ่มสตรีพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน หรือกลุ่มเสื้อหลากสีปลุ่มประมาณ 30 คน ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่ากระทำการขัดต่อจริยธรรมของนายกรัฐมนตรี และ ส.ส.ในกรณีเดินทางไปที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยระบุว่าเป็นการสร้างความสงสัยและเคลือบแคลงใจให้กับสังคมเป็นอย่างมาก กระทบต่อภาพลักษณ์ของสตรีเพศ ตามขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย ของสตรีเพศผู้อื่นทั้งประเทศ

(่อ่าน http://www.komchadluek.net/news/politic/123755 เสื้อหลากสียื่นผู้ตรวจฯ สอบ'ปู')

 

8 ก.พ.2555  ปรากฏการณ์ ว.5  เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

 

ฝ่ายกองหนุน

          หันมาทางด้านฝ่ายของสาวปู แน่นนอนว่าต้องออกมาปกป้อง และชี้แจงความจริง

          1.  ยงยุทธ วิชัยดิษฐ ขณะเป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ระบุแก่ผู้สื่อข่าวว่า ไม่เห็นมีอะไรสลับซับซ้อน ใครๆ ก็เจอได้ ตนก็เจอได้เป็นประจำ ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด แต่ความคิดของคนก็มองได้หลายแง่ แต่ตนเป็นคนที่มองคนในแง่สร้างสรรค์และแง่บวก สิ่งที่ไม่ดีไม่เคยคิด เพราะฉะนั้นจึงไม่เข้าใจความรู้สึกนี้

          “การไปพบแบบนี้นายกฯ ก็ต้องมีเหตุผลของท่านเองเพราะเป็นผู้นำประเทศ อย่าไปดูแคลนผู้นำประเทศ ซึ่งเป็นสุภาพสตรีและคิดไปในแง่ลบว่าไปพบใครก็จะเป็นในเชิงชู้สาวทั้งหมด ถ้าคิดเช่นนี้ถือว่าเกินเลยขอบเขตของจริยธรรม ใครก็ตามที่เป็นสุภาพสตรีก็ต้องระมัดระวังตัวเองเป็นพิเศษอยู่แล้ว”

          2. ที่เด็ดสุดๆ คือ การที่มี ส.ส. ในพรรคถึงกับควักกระเป๋าบุกชั้น 7 โฟร์ซีซั่นส์ เพื่อพฺิสูจน์ความจริง โดย ประชา ประสพดี ขณะเป็นส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย

          ที่สุดดีเดย์ "ประชา" และสื่อมวลชนก็ไปพร้อมกันที่ โรงแรมโฟร์ซีซันส์ โดย ส.ส.สมุทรปราการ (ขณะนั้น) ได้ติดต่อเคาน์เตอร์ เพื่อขอเข้าพักที่ชั้น 7 แต่เจ้าหน้าที่โรงแรมไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนขึ้นไปด้วย โดยอ้างเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้เข้าพัก

          สุดท้ายก็อนุญาตให้ "ประชา" พร้อมด้วยตัวแทนสื่อมวลชนคือ "นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์" (ขณะยังประจำเป็นผู้สื่อข่าวเนชั่นแชนแนล) เข้าไปภายในโรงแรมเพียง 2 คนเท่านั้น

          ต่อมาเจ้าหน้าที่โรงแรมอ้างว่า ชั้น 7 ห้องเต็ม และขอให้เข้าพักที่ชั้น 4 แทน โดยอ้างว่าห้องพักเหมือนกันทุกประการ ต่างกันเพียงแค่ชั้น 7 มีห้องประชุมส่วนตัวหรือเอ็กซ์คลูซีฟ คลับ เท่านั้น

          ประชา จึงปฏิเสธเพราะอยากดูชั้น 7 จึงเปลี่ยนเป็นนั่งรับประทานอาหารที่ล็อบบี้แทน พร้อมถามพนักงานโรงแรมว่า ชั้น 7 มีอะไรบ้าง ก็ได้รับคำตอบว่า มีที่นั่ง โต๊ะ เก้าอี้ โซฟา และรูมเซอร์วิสส่วนตัว จุคนได้ 6-7 คน แต่ชั้น 7 นั้นต้องใช้คีย์การ์ดเข้าเท่านั้น แน่นอน แม้ไม่ได้คำตอบให้เห็นกับตา แต่ก็นับเป็นปรากฏการณ์ที่หาดูได้ยากยิ่ง (อ่าน http://www.komchadluek.net/news/scoop/123589 วิธีพิสูจน์'ว.5'ของ'ประชา ประสพดี') 

 

8 ก.พ.2555  ปรากฏการณ์ ว.5  เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

 

ฝ่ายสู้เพื่อศักดิ์ศรี

          แน่นอน ที่สุด หญิงปู จึงดำเนินการฟ้อง 3 เกลอสายล่อฟ้า โดยทีมทนายความพรรคเพื่อไทย เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี

          จากกรณีที่ พิธีกรสายล่อฟ้า ซึ่งเป็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมากล่าววิจารณ์นายกรัฐมนตรี เดินทางไปโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ โดยนำหลักฐานเป็นข่าวการให้สัมภาษณ์ และซีดีบันทึกรายงานให้สัมภาษณ์ทางช่องทีวีดาวเทียมบลูสกายนิวส์ เพื่อดำเนินคดี 3 คดี (อ่าน http://www.komchadluek.net/news/politic/123748 ว.5โฟร์ซีซั่นพ่นพิษ'ปู'ฟ้องหมิ่นปชป.)

 

8 ก.พ.2555  ปรากฏการณ์ ว.5  เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

 

           คดีแรกกรณีที่ ศิริโชค โสภา, เทพไท เสนพงศ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และ ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และเจ้าของทีวีดาวเทียมบลูสกายนิวส์ ให้สัมภาษณ์หมิ่นประมาทในรายการ “สายล่อฟ้า” เมื่อวันที่ 15 ก.พ. กล่าวหานายกรัฐมนตรี เดินทางไปโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ว่าผิดจริยธรรม

          คดีที่ 2 กรณีที่ชวนนท์ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างๆ ระหว่างวันที่ 15-21 ก.พ. โดยกล่าวหาว่าการเดินทางไปโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ของนายกรัฐมนตรีมีผลประโยชน์ทับซ้อนในการบริหารงานแผ่นดิน

          คดีที่ 3 ที่ น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหาหมิ่นนายกรัฐมนตรีว่าไม่มีความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งนายกฯ และในฐานะผู้เป็นแม่ ซึ่งทั้งหมดถูกแจ้งในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ปรากฏในสื่อสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์  (ซึ่งคดีนี้ที่สุด ศาลยกฟ้องไม่ผิดแถลงข่าวหมิ่น อดีตนายกฯ "ยิ่งลักษณ์" ว.5 โฟรซีซั่นส์ ชี้ เป็นการติชมฝ่ายรัฐบาลทำงาน) อ่าน http://www.komchadluek.net/news/politic/205388

 

8 ก.พ.2555  ปรากฏการณ์ ว.5  เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย         

          ที่สุด เรื่องราวทางคดีก็ดำเนินมาจนถึงช่วงวันที่ 24 มกราคม 2562 ที่ผ่านมานี้เอง

          โดย ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นัดฟังคำสั่งศาลฎีกา คดีนี้อีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 1 ปี ปรับคนละ 50,000 บาท และรอลงอาญาไว้มีกำหนด 2 ปี และให้ทำลายดีวีดีการบันทึกรายการ พร้อมโฆษณาคำพิพากษาโดยย่อในหนังสือพิมพ์รายวัน 5 ฉบับ

          ต่อมา จำเลยทั้งสามยื่นฎีกาขอให้ศาลยกฟ้อง ขณะที่ ยิ่งลักษณ์ ยื่นฎีกา ขอให้ศาลฎีกาไม่รอการลงโทษพวกจำเลย

          อย่างไรก็ตาม ต่อมาฝ่ายจำเลยทั้งสามได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกแสดงความสำนึกผิดและขออภัยต่อโจทก์ร่วม และทนายความของโจทก์ร่วมได้ยื่นคำร้องขอถอนฎีกาต่อศาลแล้วเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2561 ซึ่งศาลได้นัดมาฟังคำสั่งในวันที่ 24 ม.ค.2562 ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น

          ที่สุดเมื่อถึงเวลานัด และศาลได้อ่านคำสั่งคดีกรณีถอนฎีกา โดยระหว่างพิจารณาโจทก์ร่วมได้ยื่นคำร้องขอถอนฎีกา ไม่ประสงค์ดำเนินคดีต่อจำเลยทั้งสามต่อไป ส่วนฝ่ายจำเลยก็ได้ยื่นคำร้องขอถอนฎีกา

          แต่ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้ศาลฎีกาได้ทำคำพิพากษาเรียบร้อยแล้ว และส่งให้ศาลชั้นต้นอ่าน กรณีไม่มีเหตุสมควรที่จะให้ถอนฎีกา จึงมีคำสั่งไม่อนุญาตถอนฎีกา ให้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาต่อไป

 

8 ก.พ.2555  ปรากฏการณ์ ว.5  เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

 

          ที่สุด สำหรับคำวินิยฉัยของศาลฎีกานั้น โดยสรุปว่า ศาลฎีกาไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสามถอนฎีกา เพราะคดีนี้ศาลฎีกาทำคำพิพากษาเสร็จสิ้นและส่งให้ศาลชั้นต้น พร้อมอ่านแล้ว ศาลฎีกาจึงอ่านคำพิพากษา พิพากษายืนให้จำคุกจำเลยทั้งสาม คนละ 1 ปี ปรับคนละ 5 หมื่นบาท โดยโทษให้รอลงอาญา เนื่องจากวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการกระทำโดยมิชอบ

          เรื่องราวทางคดีจึงจบลงด้วยประการฉะนี้ แต่ช่วงนั้นก็ยังมีควันหลงปรากฏการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่จบ

          นั่นคือ คนไทยพยายามตามหาความหมายของคำว่า “ว.5” จนมีผู้รู้ออกมาให้คำอธิบายกับมากมาย

          ที่สุด “ว.5” ก็คือ รหัสวิทยุสื่อสาร ที่ใช้ในหน่วยงานราชการและที่นักวิทยุซีบีและอาสาสมัครนิยมใช้ในการติดต่อสื่อสาร โดย ว.0 ขอรับคำสั่ง,แจ้งให้ทราบ ว.00 คอยก่อน, ให้รับคำสั่ง, ว.1 อยู่ที่ไหน, ว.2 ได้ยินหรือไม่, ว.3 ทวนข้อความ, ว.4 ออกปฏิบัติหน้าที่, ว.5 ความลับ, ไม่สามารถแจ้งได้, ว.6 ขออนุญาติติดต่อโดยตรง (ทางวิทยุ), ว.7 ต้องการความช่วยเหลือภาวะคับขัน และว.อื่นๆ ไปจนถึง ว.43

          แต่คนไทยคงอยากรู้แค่ ว.5 เท่านั้นเอง!"