royal coronation
วันที่ 21 สิงหาคม 2562
วันนี้ในอดีต

31 ม.ค.2504  ผมเก่งมั้ยครับ รู้จักแฮม ลิงนักท่องอวกาศ

วันที่ 31 มกราคม 2562 - 02:00 น.
แฮม,ลิงชิมแพนซี,ส่งไปอวกาศ,นักบินอวกาศ,นักท่องอวกาศ,ไลก้า
Shares :
เปิดอ่าน 410 ครั้ง

เราต่างสรรเสริญว่านี่คือการเสียสละ ทั้งที่เราไม่ได้ถามมันซักคำว่าอยากไปหรือเปล่า หากแต่ถ้ามันรู้ว่านี่คือภารกิจอันยิ่งใหญ่ มันก็คงภูมิใจไม่น้อยกระมัง

          เพื่ออนาคต โลกเราจำต้องส่งสรรพสัตว์ขึ้นไปยังอวกาศ เพื่อการศึกษาห้วงอวกาศอันลึกลับในหลากหลายแง่มุม และการได้มาซึ่งข้อมูลมาให้มากที่สุด ยิ่งเป็นผลดีต่อการพัฒนาองค์ความรู้ในอวกาศของมวลมนุษยชาติ

          เราเคยได้เห็นภาพของ “น้องหมาไลก้า” ผู้โด่งดัง ถูกทางการโซเวียตส่งมันขึ้นไปกับกระสวยอวกาศเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2500 (1957) โดยเป็นยาน Sputnik 2 อันเป็นกระสวยอวกาศชิ้นแรกที่โคจรรอบโลก โดยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ข้างในด้วย

           แต่ทว่า น่าเศร้ายิ่งนักที่ “ไลก้า” ไม่ได้มีชีวิตรอดกลับมายังพื้นโลก เพราะมันได้ตายตั้งแต่อยู่ในกระสวยเพียงไม่กี่ชั่วโมงแล้ว ทางหนึ่งลือว่าเพราะมันเกิดตื่นกลัวจนช็อกขาดใจตายไปในที่สุด

 

ไลก้าผู้กล้าหาญ

 

          หากแต่ภายหลังมีการออกมายืนยันว่ามันตายเพราะความร้อน เนื่องจากเครื่องปล่อยยานไม่แยกตัวออกจากแคปซูลตามที่วางแผนไว้ และมีข้อมูลว่าระดับชีพจรและการหายใจของมันเป็นปกติ ซึ่งแย้งกับข้อมูลว่ามันช้อคตายนั่นเอง

          อย่างไรก็ดี ช่วงเวลาทั้งก่อนและหลังจากการส่ง “ไลก้า” ขึ้นไป ยังมีสัตว์ต่างๆ อีกมากมายหลายชนิด ที่ต้องทำหน้าที่ที่พวกเราสรรเสริญกันว่า “ทรงเกียรติและเสียสละยิ่งนัก” ซึ่งแน่นอนเราไม่ได้ถามมันซักคำว่าอยากไปหรือเปล่า หากแต่ถ้ามันรู้ว่านี่คือภารกิจอันยิ่งใหญ่ มันก็คงภูมิใจไม่น้อยกระมัง

          กลับมาที่สาระกันต่อ เชื่อหรือไม่ว่า ก่อนหน้านั้น มนุษย์เราเคยส่งสัตว์ขึ้นไปสำรวจอวกาศ แม้กระทั่ง "แมลงวันผลไม้" (Fruit flies) ก็โดน

          แต่คราวนี้พวกมันไปกันเป็นกลุ่ม ถูกส่งขึ้นอวกาศไปพร้อมกับจรวด "American V2" เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ปี 2490 (1947) ที่ระยะทาง 68 ไมล์ โดยครั้งนั้น เป็นการส่งไปเพื่อศึกษาผลกระทบจากพลังคลื่นรังสีต่อสิ่งมีชีวิต และเชื่ออีกหรือไม่ว่า พวกมันทั้งหมดกลับมาได้อย่างปลอดภัย เฮ!!

          หลังจากนั้นไลก้าจึงถูกส่งไปบ้าง แต่อย่างที่เล่าไปตอนต้นว่ามันตาย!

          จนไม่กี่ปีผ่านไป มนุษย์ก็ได้ส่งเพื่อนร่วมโลกของเราขึ้นไปอีก คราวนี้เป็น เจ้ากระต่ายตัวน้อย ตัวแรกของโลกที่รับหน้าที่นี้ มันมีชื่อว่า “มาร์ฟูชา”

          เจ้ามาร์ฟูชา ถูกส่งไปอวกาศด้วยจรวด "R2-A rocket" ในภารกิจของสหภาพโซเวียต เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมปี 2502 (1959)

          แต่ที่น่าตื่นเต้นคือ เจ้ามาร์ฟูชาไม่ได้ไปคนเดียวจ้า มันมีเพื่อนร่วมทางเป็นสุนัขอีก 2 ตัว คือ “Otvazhnaya” และ “Snezhinka” เดินทางขึ้นไปพร้อมกับมันด้วย

 

 

          และข่าวดีคือ พวกมันทั้งหมดกลับบ้านอย่างปลอดภัย อย่างน้อยข่าวก็ว่าไว้อย่างนั้น

          ผ่านมาอีก 4 ปี คราวนี้เป็นคิวของสัตว์ที่คิดอยากจะครองโลกอย่าง “น้องแมว” ผู้น่ารักอย่าง “เจ้าเฟลิกซ์”

          โดยในปี 2506 ประเทศฝรั่งเศสได้จับมัน เอ๊ย เชิญมันขึ้นไปในอวกาศ หากแต่มันสามารถหลบหนีได้ไปเสียก่อน ความซวย เอ๊ย ความโชคดีจึงไปตกแก่ “เฟลิเซตต์” แมวตัวเมียอีกตัว ที่ต้องปฏิบัติภารกิจนี้แทน

          แน่นอนชื่อของมันทั้งสองตัว คือ “เจ้าเฟลิกซ์” และ “เฟลิเซตต์” เพิ่งได้รับการตั้งเพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ เพราะเดิมทีมันคือแมวจรอยู่ข้างถนนเราดีๆ นี่เอง

 

เฟลิเซตต์คนงาม

 

          ที่สุดวันที่ 18 ตุลาคม 2506 (1963) สาวน้อยเฟลิเซตต์ถูกฝังขั้วไฟฟ้าไว้ที่สมองเพื่อติดตามการเคลื่อนไหว หน้าที่ของมันไม่มีไรมาก ก็แค่ขึ้นไปบนอวกาศสวยๆ แล้วกลับลงมาผ่านร่มชูชีพที่ติดตั้งไว้เสร็จสรรพ

          ข่าวระบุว่ามันสามารถกลับลงมาในเวลาไม่ถึง 15 นาที แถมยังมีชีวิตรอดกลับมาอีกด้วย เอ้า! ทาสแมวอ่านมาถึงตรงนี้ก็เฮสิ รออะไร!!

          มาถึงคิวของสัตว์ที่มีอายุยืนที่สุดในโลก อย่างเจ้าเต่าจากประเทศรัสเซีย คราวนี้ไม่ตั้งชื่อให้แฮะ

          แต่ที่แน่ๆ เจ้าเต่าสองตัวอันเป็นเต่าคู่แรกของโลกถูกส่งขึ้นไปในห้วงอวกาศเมื่อปี 2511 ในแบบธรรมดาโลกไม่จำ เพราะมันถูกส่งไปกับกระสวยอวกาศ “Zond 5” ที่ได้มีการโคจรรอบดวงจันทร์ก่อนจะกลับมาสู่โลก แถมเจ้าเต่าก็มีชีวิตยืนยาวต่อไปอีกด้วย คงเพราะได้ชมจันทร์แบบใกล้ชิดกันสองคน โรแมนติกจนอายุยืนยาวเลยทีเดียว

          มาถึงสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอีกชนิด เมื่อองค์การนาซา ได้ตัดสินใจส่ง “เจ้ากบตัวน้อย” ขึ้นสู่อวกาศบ้าง คราวนี้มันถูกผ่านกระสวยอวกาศชื่อ “Otolith”

          เจ้ากบต้องไปเพื่อใช้เป็นข้อมูลศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสมองเมื่อต้องอยู่ในภาวะปราศจากแรงโน้มถ่วง

          และผลคือ เราได้พบว่าระบบการทรงตัวของร่างกายจะทำงานผิดปกติชั่วขณะเมื่อเข้าสู่ห้วงอวกาศ แต่ก็จะสามารถกลับมาทำงานได้เหมือนเดิมอีกครั้ง

          ก็ไม่รู้ว่ามันกลับมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ ข่าวไม่ได้ระบุไว้ แต่ถึงวันนี้มันก็คงไม่อยู่แล้วมั้ง

          และสัตว์อีกชนิดที่่ไม่น่าจะรอดจากการต้องรับภารกิจนี้ก็คือ "แมงมุม" โดยเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมปี 2516 (1973) เมริกาได้ส่งแมงมุมคู่แรกคือ “อาราเบลลา” และ “อนิต้า” ไปกับจรวด “Saturn IB”

 

https://maps.roadtrippers.com/stories/meet-anita-and-arabella-the-spiders-that-went-to-space

 

          โดยการนี้เกิดขึ้นร่วมกับภารกิจ “Skylab” ครั้งที่ 2 ที่มีมนุษย์ไปด้วย (ค่อยโล่งอก)

          และหน้าที่ของเจ้าแมงมุมคู่นี้ก็คือ มันก็แค่ไปแสดงการชักใยโชว์ เพียงเพื่อให้เราได้รู้ว่า เมื่ออยู่บนอวกาศ วิธีการ หรือความสามารถในการชักใยของมันเปลี่ยนไปหรือไม่

          แน่นอนมันทำได้ และนี่อาจเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวของประวัติศาสตร์โลก ที่แมงมุมทอใยอยู่บนอวกาศ!

          มาถึงคิวของพระเอกที่เราจะกล่าวถึงต่อไปนี้ มันคือ "เจ้าแฮม" ลิงชิมแพนซี โดยชื่อของมันมาจากชื่อย่อของ "Holloman Aerospace Medical Center" ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกเพื่อเตรียมความพร้อมของมันสำหรับในโครงการนี้ ที่ตั้งอยู่ในฐานทัพอากาศฮอลโลแมน รัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา

          และวันนี้เมื่อ 58 ปีก่อน หรือตรงกับวันที่ 31 มกราคม 2504 มันถูกส่งขึ้นสู่อวกาศตาม "โครงการเมอร์คิวรี่" เพื่อเป็นการทดสอบความปลอดภัย ก่อนจะมีการส่งมนุษย์อวกาศคนแรกของสหรัฐ “อลัน เชพพาร์ด” ที่จะถูกส่งไปในวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2504 ปีเดียวกัน ดังนั้น แฮมจึงนับว่าเป็นผู้บุกเบิกการสำรวจอวกาศชาวอเมริกันรายแรกเลยก็ว่าได้  

          จริงๆ ไม่อยากบอกว่ากว่าจะมาถึงแฮม พวกมนุษย์อย่างเราพยายามกับลิงมาหลายตัวแล้ว ด้วยรูปแบบแตกต่างกันไป แต่อนิจจามันไม่รอด

          กลับมาว่ากันที่เรื่องราวของแฮมกันดีว่า แฮมเป็นชิมแปนซีอายุ 4 ปี ว่ากันว่า มันและพรรคพวกจำนวนหนึ่ง ถูกฝึกเพื่อการนี้โดยเฉพาะ หนึ่งในการฝึกฝนที่สำคัญ คือ การดึงชุดคันบังคับให้ถูกลำดับ

 

 

          และกับภารกิจนี้ มนุษย์เราต้องการรู้ว่า สิ่งมีชีวิตสามารถทำงานได้ในช่วงการทะยานขึ้นฟ้า ทั้งในช่วงภาวะไร้น้ำหนักในอวกาศ และในช่วงกลับสู่โลก

          ข้อมูลเล่าวว่า ในที่สุดยานอวกาศลำที่เจ้าแฮมไป ก็สร้างปัญหาขึ้นมาจนได้ คือมีบางอย่างทำให้ยานเกิดเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็ว 9,429 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าที่วางแผนไว้ถึง 2,345 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

จับมือก่อนขึ้นทะยานสู่ห้วงอวกาศ

 

          ความเร็วที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้แฮมต้องพบกับภาวะไร้น้ำหนักรวมทั้งสิ้น 6.6 นาที นานกว่าที่วางแผนไว้ถึง 1.7 นาที แถมยังออกนอกเส้นทางเดิมไปไกลถึง 196 กิโลเมตร

          แต่เชื่อหรือไม่ว่า เจ้าแฮมสุดฉลาด เพราะมันได้ทำทุกอย่างตามขั้นตอนที่ฝึกมาอย่างดี เรียกว่าเกือบจะสมบูรณ์แบบก็ว่าได้

          เพราะแฮมซึ่งได้รับการฝึกให้ผลักคันโยกหลังจากเห็นไฟสีน้ำเงิน โดยหากแฮมไม่ทำมันจะโดนไฟฟ้าอ่อนๆ ช็อตผ่านขั้วไฟฟ้าขนาดเล็กบนตัวมัน

          ที่สุด แฮมสามารถผลักคันโยกอย่างแข็งขันระหว่างปฏิบัติภารกิจท่องอวกาศครั้งนี้ โดยอัตราความเร็วเฉลี่ยจะช้ากว่าขณะที่อยู่บนโลกประมาณ 1 วินาทีซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่าสิ่งมีชีวิตสามารถทำงานในอวกาศได้

 

 

          ที่น่าตื้นตันคือ มันกลับมาบ้านอย่างปลอดภัย โดยว่ากันว่าห้องนักบินของแฮมตกสู่มหาสมุทรแอตแลนติก แม้จะไกลจากเป้าหมายมาก และไม่มีพาหนะใดไปช่วยแฮมได้ในทันที แถมยานของแฮมถูกคลื่นซัดจนพลิกตะแคง และอยู่ในสภาพกึ่งลอยกึ่งจมเป็นเวลาเกือบ 3 ชั่วโมงก่อนที่เฮลิคอปเตอร์จะไปถึง

          แต่น่ามหัศจรรย์อย่างยิ่ง เมื่อเจ้าหน้าที่สามารถเปิดกประตูยานได้ ก็ได้พบกับเจ้าแฮมที่รอดชีวิตและไม่ได้รับอันตรายใดๆ เลย

          จากเหตุการณ์นี้ทำให้ สหรัฐอเมริกามั่นใจสุดๆ ว่า โครงการอวกาศที่พวกเขาจะส่ง อลัน เชปพาร์ด ไปบ้าง ในวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2504 จะประสบความสำเร็จ (ไว้วันหลังจะเล่าให้ฟัง) แต่ว่าครั้งนี้เป็นการบินแบบกึ่งโคจรเท่านั้น

          ส่วนแฮมก็ได้รับการเกษียณอายุในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2506 และย้ายไปอยู่ที่ สวนสัตว์แห่งชาติในกรุงวอชิงตัน และนอร์ทแคโรไลนา มีชีวิตยืนยาวจนสิ้นอายุขัยในปี พ.ศ.2526 รวมอายุของมันนับแต่เกิดแล้ว 26 ปี

 

หลุมศพของฮีโร่แฮม

 

          แถมยังได้รับเกียรติสร้างภาพยนตร์แอนิเมชันคอมพิวเตอร์กราฟฟิก เกี่ยวกับชิมแปนซีที่ขับยานอวกาศของนาซา ตัวเอกเป็นชิมแปนซีชื่อ “แฮมที่ 3” (Ham III) ที่ในเรื่องกล่าวว่าเป็นหลานของ แฮม ที่ 1 นั่นเอง นอกจากนี้ยังมีการสร้างวิดีโอเกม ออกวางจำหน่ายด้วย

         เป็นไงครับ ผมเก่งมั้ยครับ ท่านผู้อ่าน!

////////////////

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

https://en.wikipedia.org/wiki/F%C3%A9licette

http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/2011/05/X10546084/X10546084.html

https://maps.roadtrippers.com/stories/meet-anita-and-arabella-the-spiders-that-went-to-space

Shares :
เปิดอ่าน 410 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ