5 ธ.ค.2334  เสียดาย ตายแต่หนุ่ม โมซาร์ท คีตกวี ระบือโลก!

รู้กันหรือไม่ว่า จุดจบของ โมซาร์ท ที่เกิดขึ้นเมื่อวันนี้ของ 227 ปีก่อน ไม่ได้งดงาม ทรงพลัง เหมือนบทเพลงที่เขารังสรรค์ไว้เลย!

          อย่างที่รู้กันดีว่า ระดับ "โวล์ฟกัง อะมาเดอุส โมซาร์ท" เขาคือเป็นนักประพันธ์ดนตรีคลาสสิกชาวออสเตรียที่มีชื่อเสียงก้องโลก!

          รู้กันดีว่า โมซาร์ทเกิดที่เมืองซาลซ์บูร์ก เขามีงานประพันธ์เพลง 700 ชิ้นรวมทั้งอุปรากร (ดนตรีซึ่งมีเนื้อเรื่อง) ชื่อ ดอน โจวันนี และ ขลุ่ยวิเศษ ปัจจุบันผลงานต่าง ๆ ของเขาได้รับการนำมาจัดจำหน่ายเป็นสื่อต่าง ๆ มากมาย

          แต่รู้กันหรือไม่ว่า จุดจบของ โมซาร์ท ที่เกิดขึ้นเมื่อวันนี้ของ 227 ปีก่อน ไม่ได้งดงาม ทรงพลัง เหมือนบทเพลงที่เขารังสรรค์ไว้เลย!

          เพราะคตีกวีคนดังผู้นี้ นอกจากจะเสียชีวิตไปด้วยวัยเพียง 35 ปี ซึ่งนับว่ายังหนุ่มแน่น มีพลังมากพอที่จะสร้างสรรค์บทเพลงดีๆ ได้อีกมากมายแต่กลับต้องมาตายอย่างน่าสังเวชแล้ว

          อีกทางหนึ่ง การตายของเขายังเป็นปริศนายิ่งนัก บ้างว่าเขามีอาการเจ็บป่วย แต่บ้างก็ยืนยันเสียงแข็งว่าโมซาร์ทถูกฆาตกรรม!!

 

5 ธ.ค.2334   เสียดาย ตายแต่หนุ่ม  โมซาร์ท คีตกวี ระบือโลก!

          ประวัติเขียนไว้ว่า วันที่ 20 พฤศจิกายน 2334 โมซาร์ทอยู่ๆ ก็ล้มป่วยลงด้วยอาการไข้สูง โดยที่มือและขาทั้งสองข้างมีอาการบวม

          แม้แพทย์จะทำการรักษาอย่างใกล้ชิดเพียงใด แต่ดูเหมือนว่าจะไร้ผล เพราะ โมซาร์ทล้มป่วยได้เพียง 15 วัน เขาก็สิ้นลมจากไปอย่างทุกข์ทรมาน

          ทั้งร่างกายที่มีอาการบวมขึ้นทั้งตัว และยังมีอาการท้องร่วงและอาเจียนออกมาเป็นสีดำ หนักกว่านั้นคือ การชันสูตรไม่สามารถทำได้ เพราะร่างกายของ Mozart นั้นบวมขึ้น แถมยังส่งกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง แม้ว่าจะเสียชีวิตไปไม่กี่ชั่วโมง

          โดยในที่สุด "มรณบัตรของโมทซาร์ท" ได้มีการบันทึกไว้ว่าเขาเสียชีวิตเพราะโรคไทฟอยด์ ทั้งๆ ที่ข้อมูลหลายแหล่งระบุว่า ค็อนสตันท์เซอ เวเบอร์ ภรรยาของโมซาร์ทให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ก่อนที่สามีจะเสียชีวิตนั้น เขาได้พูดออกมาว่ามีคนวางยาพิษ โดยผู้ที่ถูกสงสัยว่าเป็นคนวางยาพิษสามีของเธอก็มีมากมาย เนื่องจากขณะที่โมซาร์ทยังมีชีวิตนั้นได้สร้างศัตรูไว้มากมาย ทั้งกู้หนี้ยืมสิน และยังเจ้าชู้ประตูดินที่สุดคนหนึ่งก็ว่าได้

 

5 ธ.ค.2334   เสียดาย ตายแต่หนุ่ม  โมซาร์ท คีตกวี ระบือโลก!

ค็อนสตันท์เซอ เวเบอร์ ภรรยาของโมซาร์ท

 

          อย่างไรก็ดี มุมหนึ่งที่หลายคนเชื่อว่าเป็นไปได้สูง คือ ความสามารถอันโดดเด่นข้ามหนา้ข้ามตาขุนนางในราชสำนักคนอื่นๆ พูดง่ายๆ ว่าอัจฉริยะภาพของโมซาร์ทนั้น ทำให้หลายคนอิจฉา!

          โดยหนึ่งในนั้น คือ Antonio Salily ขุนนางที่มีตำแหน่งเป็นหัวหน้านักดนตรีประจำราชสำนัก แต่เจ้าหน้าที่ขาดหลักฐานที่จะสาวไปถึงตัวเขาได้

          นอกจากข่าวที่ออกมาภายหลังว่า ในช่วงบั้นปลายชีวิตของขุนนางผู้นี้ เขามีอาการทางประสาท และมักควบคุมสติไม่ได้

          ที่สำคัญ เมื่ออาการกำเริบ เขาก็มักจะเอ่ยถึงเรื่องการตายของกวีโลกว่า ตนเองนี่แหละที่เป็นคนวางยาพิษโมซาร์ท โดยการแอบใส่ในเครื่องดื่มก่อนหน้าวันที่นักดนตรีหนุ่มจะล้มป่วยเพียงวันเดียว

          อย่างไรก็ดี แม้จะกล่าวเช่นนั้น ก็เป็นการกล่าวของคนที่มีอาการทางจิต ซึ่งไม่มีมูลอะไรในทางกฎหมาย นอกจากที่สุดในช่วงเวลาปัจจุบัน ได้มีการวิเคราะห์ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จนพบว่าสาเหตุที่ทำให้โมซาร์ทเสียชีวิตก็คือความล้าสมัยของการรักษา ที่ทำให้เกิดอาการติดเชื้อจนเสียชีวิต

          กล่าวคือ พอโมซาร์มีอาการมือเท้าบวมโดยไม่ทราบสาเหตุ แพทย์ก็ทำการรักษาด้วยการกรีดเลือดออก แน่นอนที่สุดจึงเป็นเหตุให้แผลเกิดอาการติดเชื้อจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตในที่สุด

          แต่อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้อธิบายว่า สาเหตุต้นเรื่องที่เขามีอาการมือเท้าบวมนั้นมาจากเหตุใดนั่นเอง จึงเป็นที่มาว่า หลายคนยังมั่นใจว่าโมซาร์ทถูกวางยาพิษนั่นเอง ข้อมูลบางแหล่งถึงขนาดระบุด้วยว่า คือ สารปรอท!!

          ทั้งนี้ โมซาร์ทเสียชีวิตในเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ. 1791 ( พ.ศ.2334) ในขณะที่เขากำลังประพันธ์เพลงเรควีเอ็มที่ยังประพันธ์ไม่เสร็จ

          นอกจากนี้ยังว่ากันว่า โมซาร์ทตายโดยที่ไม่เหลือเงินเลย พูดง่ายๆ ว่าถังแตก!! โดยเขาถูกฝังอย่างเร่งรีบในหลุมศพของคนอนาถา แถมระหว่างที่นำศพไปนั้น เกิดมีพายุแรงและฝน ลูกเห็บตกอย่างหนัก ทำให้หีบศพถูกหย่อนไว้ร่วมกับศพคนยากจนอื่นๆ ไม่มีเครื่องหมายใดว่านี่คือศพของโมทซาร์ท ช่างน่าอนาถยิ่งนัก

          แต่นั่นก็เป็นเพียงเรื่องเล่าขาน หากภายหลังมีข้อเท็จจริงว่า ช่วงบั้นปลายโมซาร์ทไม่เป็นที่นิยมชมชอบอย่างที่เคยเป็นอีกต่อไป แม้ว่าเขายังคงมีงานที่มีรายได้ดีจากราชสำนัก และยังได้รับเงินอุดหนุนจำนวนมากจากส่วนอื่นๆ ของยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกรุงปราก ยังมีจดหมายขอความช่วยเหลือทางการเงินของโมซาร์ทหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เป็นหลักฐานว่าเขาจนเพราะรายจ่ายเกินรายรับ

          ที่สำคัญ ศพของเขาไม่ได้ถูกฝังในหลุมฝังศพรวม แต่ฝังในสุสานของชุมชนตามกฎหมายใน ค.ศ. 1783 แม้ว่าหลุมศพดั้งเดิมในสุสานเซนต์มาร์กจะหายไป แต่ก็มีป้ายหลุมศพที่ตั้งไว้เป็นอนุสรณ์สถานในเซนทรัลไฟรด์ฮอฟ

          อนึ่ง โมซาร์ท  เกิดวันที่ 27 มกราคม ค.ศ. 1756 (พ.ศ.2299) เป็นบุตรของนักประพันธ์เพลงชาวเยอรมัน เลโอพ็อลท์ โมซาร์ท รองคาเปลล์ไมสเตอร์ในราชสำนักเจ้าชายอัครมุขนายกแห่งซาลซ์บูร์ก กับอันนา มารีอา แพร์เทิล

 

5 ธ.ค.2334   เสียดาย ตายแต่หนุ่ม  โมซาร์ท คีตกวี ระบือโลก!

สถานที่เกิดของคีตกวีโลก

          ว่ากันว่าโมซาร์ทได้แสดงได้เห็นอัจฉริยภาพทางดนตรีตั้งแต่อายุสามขวบ เขามีทักษะการฟังที่ยอดเยี่ยม และมีความจำที่แม่นยำ ความสามารถพิเศษยิ่งยวด ทำให้เป็นที่น่าฉงนแก่ผู้คนรอบข้าง และเป็นแรงกระตุ้นให้บิดาของเขา สอนฮาร์ปซิคอร์ดแก่เขาตั้งแต่อายุห้าขวบ

 

5 ธ.ค.2334   เสียดาย ตายแต่หนุ่ม  โมซาร์ท คีตกวี ระบือโลก!

โมซาร์ทน้อย

          โมซาร์ทน้อยเรียนไวโอลินและออร์แกน เป็นเครื่องดนตรีชิ้นต่อมา ตามด้วยวิชาเรียบเรียงเสียงประสาน เขารู้จักการแกะโน้ตจากบทเพลงที่ได้ยิน และเล่นทวนได้อย่างถูกต้อง ตั้งแต่วัยยังไม่รู้จักอ่านเขียนและนับเลข เมื่ออายุหกขวบ ค.ศ. 1762 เขาก็แต่งเพลงชิ้นแรกได้แล้ว (เมนูเอ็ต KV.2, 4 และ 5 และอัลเลโกร KV.3

          โมซาร์ท มีชีวิตอยู่ตรงกับระหว่างรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ สมัยอยุธยา และพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมัยรัตนโกสินทร์

          ขอรำลึกถึงดาวดวงสว่างที่สุดดวงหนึ่งนี้ด้วยบทเพลงของเขาอีกครั้ง

///////////////

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก วิกิพีเดีย

ผู้ใช้ยูทูบ  HALIDONMUSIC


เปิดอ่าน