กำเนิด ธรรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ หลวงปู่ "ติช นัท ฮันห์"

อาตมาคงยอมให้เขาฆ่าให้ตายดีกว่า หากพุทธะและธรรมะคือสัจจธรรมอันเที่ยงแท้ย่อมไม่มีวันสูญสลายไปจากโลก

          แม้จะเป็นภิกษุชาวเวียดนาม แต่ชื่อเสียงของ ทิก เญิ้ต หั่ญ หรือ ชื่อที่ใช้เรียกทั่วไป ติช นัท ฮันห์ โด่งดังไปทั่วโลก!!

          และวันนี้ เมื่อ 92 ปีก่อน คือวันที่มนุษยชาติได้มีธรรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ถือกำเนิดขึ้นบนโลกใบนี้

          สำหรับประวัติของท่าน ท่านเป็นพระภิกษุชาวเวียดนามในพุทธศาสนานิกายเซน ชื่อ "ทิก เญิ้ต หั่ญ" เป็นฉายาในทางศาสนา โดยคำว่า “ทิก” เป็นคำใช้เรียกพระ ส่วน “เญิ้ต หั่ญ” เป็นนามทางธรรมที่มีความหมายว่า “การกระทำเพียงหนึ่ง (One Action)” ท่านเป็นพระมหาเถระนิกายเซน กวี และผู้สนับสนุนในเรื่องสันติภาพ มีงานเขียนเผยแผ่ตีพิมพ์ภาษาต่าง ๆ มากมาย และเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักปฏิบัติธรรมชาวตะวันตก

          ทิก เญิ้ต หั่ญ เกิดเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2469 ที่จังหวัดกว๋างจิ ในภาคกลางของประเทศเวียดนาม ท่านมีชื่อเดิมว่า เหงียน ซวน เบ๋า ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรที่ วัดตื่อฮิ้ว เมื่อ พ.ศ. 2485 ขณะมีอายุได้ 16 ปี และได้อุปสมบทเป็นพระในเวลาต่อมา

          ช่วงแรกที่อยู่ในเวียดนาม ท่านได้พยายามฟื้นฟูพระพุทธศาสนาด้วยการเขียนบทความ แต่กลับได้รับการต่อต้านจากผู้นำองค์กรชาวพุทธและรัฐบาลเป็นอย่างมาก

 กำเนิด ธรรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่  หลวงปู่ "ติช นัท ฮันห์"

          กระทั่งในปี พ.ศ. 2505 ท่านได้รับทุนไปศึกษาศาสนาเปรียบเทียบ ณ มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน สหรัฐอเมริกา ท่านได้ศึกษาที่นั่นเป็นเวลา 1 ปี แม้จะได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียต่อ แต่ท่านก็ตัดสินใจเดินทางกลับเวียดนาม เพื่อก่อตั้ง รร.ยุวชนรับใช้สังคม และทำงานด้านความร่วมมือระหว่างพระพุทธศาสนานิกายมหายานและเถรวาทในเวียดนาม

          ที่นี่ ท่านพยายามสอนแนวคิดเรื่องพระพุทธศาสนาเพื่อการรับใช้สังคม เพื่อฟื้นฟูความเสียหายจากสงคราม ท่านพยายามพัฒนาวงการสงฆ์ด้วยการสอนและเขียนในสถาบันพระพุทธศาสนาชั้นสูง ภารกิจที่สำคัญของท่านคือ ก่อตั้ง “คณะเทียบหิน” ในปี พ.ศ. 2509         

          ในปี พ.ศ. 2510 มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ได้เสนอชื่อของท่านให้เป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ โดยกล่าวว่า “ข้าพเจ้าไม่รู้จักใครเป็นการส่วนตัวอีกที่จะมีคุณค่าพอสำหรับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ นอกเหนือไปจากพระผู้มีเมตตาจากเวียดนามผู้นี้”

          แต่การรณรงค์เพื่อหยุดการสนับสนุนสงครามของท่านทำให้รัฐบาลเวียดนามที่ถึงแม้จะรวมประเทศได้แล้วก็ตาม ไม่ยอมรับท่าน และปฏิเสธการเข้าประเทศของท่าน ทำให้ท่านต้องลี้ภัยอย่างเป็นทางการที่ประเทศฝรั่งเศส และก่อตั้ง “หมู่บ้านพลัม” ขึ้น ในปี พ.ศ. 2525

          หมู่บ้านพลัม เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของชุมชนสงฆ์ ตั้งอยู่ที่เมืองบอร์โดซ์ ประเทศฝรั่งเศส ในระยะแรกเป็นแหล่งพักพิงของผู้ลี้ภัย ก่อนจะเริ่มมีนักบวชตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531

 กำเนิด ธรรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่  หลวงปู่ "ติช นัท ฮันห์"

ภาพจากเฟซบุค Thich Nhat Hanh

          หมู่บ้านพลัมปัจจุบันได้จัดการอบรมภาวนาเกี่ยวกับการเจริญสติทั้งในยุโรปและอเมริกาเหนือให้แก่บุคคลทั่วไป ปัจจุบันมีนักบวชมากมายจากกว่ายี่สิบประเทศทั่วโลก ส่วนใหญ่อยู่ในหมู่บ้านพลัม และที่อื่นๆ รวม 12 แห่ง อยู่ในประเทศฝรั่งเศส อเมริกา เยอรมัน และเวียดนาม เช่น Green Mountain Dharma Center รัฐเวอร์มอนต์ และ Deer Park Monastery รัฐแคลิฟอร์เนีย ในสหรัฐอเมริกา และที่วัดบัทหงา เมืองบ๋าวหลอบ และ วัดตื่อฮิ้ว เมืองเว้ ประเทศเวียดนาม

          หมู่บ้านพลัมยังเป็นชุมชนแบบอย่าง การปฏิบัติธรรมแห่งพุทธบริษัท 4 ที่เน้นการเจริญสติในชีวิตประจำวันอย่างตระหนักรู้ในแต่ละลมหายใจเข้าออก และกลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ ในชุมชนปฏิบัติธรรมแห่งหมู่บ้านพลัม นอกจากนี้มีกลุ่มปฏิบัติธรรมตามแนวทางของท่านทิก เญิ้ต หั่ญ (สังฆะ) กระจายอยู่หลายประเทศทั่วโลกเกือบหนึ่งพันกลุ่ม

          นอกจากนี้ยังมีวิถีการปฏิบัติที่ไม่แยกขาดจากสังคม โดยชุมชนการปฏิบัติธรรมแต่ละแห่ง มีวิถีการฝึกปฏิบัติเพื่อดูแลสิ่งแวดล้อม และดำเนินชีวิตในวิถีที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อน โดยเลือกรับประทานอาหารมังสวิรัติ งดนมและผลิตภัณฑ์จากนม งดบริโภคไข่ เพื่อลดการใช้ทรัพยากรและลดมลภาวะต่างๆ ที่เกิดจากการเลี้ยงปศุสัตว์ ทั้งยังมีการฝึกปฏิบัติ ‘วันงดใช้รถ’ หรือ Car Free Day เพื่อลดการใช้พลังงาน ลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่ปล่อยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ การฝึกปฏิบัติเช่นนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วไป เพื่อช่วยกันเยียวยาโลกที่กำลังอยู่ในภาวะวิกฤติทั้งสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและความรุนแรงในสังคม โดยเริ่มจากการฝึกสติตระหนักรู้ มีสันติในตนเอง ผ่านการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ผ่านการกระทำในชีวิตประจำวัน       

          สำหรับประเทศไทย  หลวงปู่เคยได้เดินทางจากประเทศฝรั่งเศสมาร่วมประชุมนานาชาติเนื่องในวันวิสาขบูชาโลกที่ประเทศไทย  โดยมีพระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ให้การต้อนรับที่สนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ 19 พ.ค.2550 

 กำเนิด ธรรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่  หลวงปู่ "ติช นัท ฮันห์"

 กำเนิด ธรรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่  หลวงปู่ "ติช นัท ฮันห์"

ภาพจากศูนย์ภาพเนชั่น โดยชาญณรงค์ พรดิลกรัตน์

          ต่อมาช่วงปี 2559  ตรงกับวันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม หลวงปู่มาอีกครั้ง และพำนัก ณ กระท่อมภายในสถานปฏิบัติธรรมนานาชาติ หมู่บ้านพลัม ประเทศไทย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

          โดยเป็นการพักรักษาและฟื้นฟูสุขภาพท่ามกลางธรรมชาติของเขาใหญ่ และรายล้อมด้วยพลังแห่งการปฏิบัติของลูกศิษย์ทั้งนักบวชและฆราวาสชายหญิง หากมิได้มีกำหนดการนำภาวนาหรือร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นภายในสถานปฏิบัติธรรม

          ทั้งนี้ เนื่องจาก ช่วงปี 2557 พระอาจารย์เซน ติช นัท ฮันห์ มีความเจ็บป่วยเนื่องจากมีเลือดออกในสมอง หลังากนั้นจึงต้องเฝ้าระวังดูแลอาการอย่างใกล้ชิด เพราะท่านอายุมากแล้ว

 กำเนิด ธรรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่  หลวงปู่ "ติช นัท ฮันห์"

ภาพจากเฟซบุค Thich Nhat Hanh

          แต่กระนั้นก็ดี ช่วงวันที่ 10 ถึง 14 ธันวาคม 2559 ที่สถานปฏิบัติธรรมหมู่บ้านพลัม ประเทศไทย ได้มีงานภาวนาของบุคลากรทางการแพทย์ มีผู้เข้าร่วมงานภาวนาจำนวน 140 คน

          โดยวันที่ 11 ธันวาคม หลังจากนั่งสมาธิยามเช้าแล้ว พระธรรมาจารย์ได้นำสังฆะเดินสมาธิร่วมกันจากหอสมาธิไปยังสนามหญ้าหน้ากระท่อมหลวงปู่ เพื่อล้อมวงออกกำลังกายอย่างมีสติร่วมกันดังเช่นที่เคยปฏิบัติเป็นประจำทุกเช้า แต่เช้าวันนั้นหลวงปู่นั่งอยู่ริมหน้าต่างภายในห้องนอนของท่าน พระอุปัฏฐากของหลวงปู่กำลังนวดมือเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้ท่านในยามเช้า พร้อมๆ ไปกับการออกกำลังกายอย่างมีสติของพวกเรา เมื่อสังฆะออกกำลังกายอย่างมีสติเสร็จ เราจึงได้ร่วมใจนมัสการหลวงปู่พร้อมกัน และหลวงปู่ก็โบกมือของท่านขึ้นเล็กน้อย เป็นการตอบรับ (ข้อมูลจาก www.thaiplumvillage.org)

 กำเนิด ธรรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่  หลวงปู่ "ติช นัท ฮันห์"

            ถ้าใครเคยอ่าน หนังสือ 50 Ideas You Really Need to Know โดย Peter Stanford ในนั้นจะมีวาทะจากหลวงปู่ท่านติชที่หลายคนประทับใจ

          โดยเขียนไว้ว่า ทหารผ่านศึกรายหนึ่งตั้งคำถามต่อ ติช นัท ฮันห์ พระสงฆ์นิกายเซนจากเวียดนามผู้ปฏิเสธการใช้กำลังโดยสิ้นเชิงว่า “คุณจะทำยังไงหากมีคนต้องการฆ่าชาวพุทธจนหมดโลกและเหลือคุณเป็นคนสุดท้าย คุณจะไม่พยายามฆ่าคนที่ต้องการจะฆ่าคุณ ซึ่งจะเป็นการช่วยรักษาพุทธศาสนาไว้ด้วยหรอกหรือ”

          ติช นัท ฮันห์ ได้ตอบกลับไปว่า “อาตมาคงยอมให้เขาฆ่าให้ตายดีกว่า หากพุทธะและธรรมะคือสัจจธรรมอันเที่ยงแท้ย่อมไม่มีวันสูญสลายไปจากโลก แต่จะกลับคืนมา เมื่อผู้คนพร้อมที่จะแสวงหาสัจจธรรมให้ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง การฆ่าย่อมเป็นการทรยศและทอดทิ้งต่อทุกคำสอนของอาตมา ซึ่งอาตมาขอเลือกที่จะปกป้องมันเอาไว้ ดังนั้น มันคงดีกว่าที่จะให้เขาฆ่าอาตมาเสีย โดยที่อาตมาจะขอยึดมั่นต่อจิตวิญญาณแห่งธรรมะต่อไป”