5 ต.ค. 2554 โขงเลือด! สังหารหมู่ 13 ลูกเรือจีน

  ที่สำคัญคือ เรือลอยมาถึงฝั่งโดยที่ไม่มีคนขับทั้ง 2 ลำ แถมลูกเรือที่เหลือหายไปไหนกัน!! หรือนี่จะเป็นเรือผี!!!

          ยังมีเรื่องราวที่น่าสลดใจ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันนี้ของ 7 ปีก่อน ได้เกิดเหตุกราดยิงเรือสินค้าจีน พร้อมสังหารหมู่ 13 ลูกเรือทิ้งกลางสามเหลี่ยมทองคำ บริเวณแม่น้ำโขง

          ซึ่งเรื่องนี้ได้ปลุกให้ตำนานความโหดร้ายของสามเหลี่ยมทองคำลำน้ำโขง กลับมาอีกครั้ง ทั้งเรื่องราวของการปล้น ฆ่า และ ยาเสพติด เกิดเป็นลำน้ำเลือดขึ้นมาทันที

          กล่าวสำหรับเหตุการณ์เลวร้ายนี้ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาราว 11 โมงเช้าของวันที่ 5 ตุลาคม 2554 ที่อยู่ๆ เรือสินค้าสัญชาติจีน 2 ลำ ได้ลอยเข้ามาริมแม่น้ำโขงในฝั่งไทย บริเวณริมถนนสายเชียงแสน-แม่สาย หมู่ 1 ต.เวียง อ.เชียงแสน

5 ต.ค. 2554 โขงเลือด! สังหารหมู่ 13 ลูกเรือจีน

          จนเมื่อเจ้าหน้าที่่ทหารกองกำลังผาเมืองของไทยเข้าควบคุมเรือและตรวจสอบ ก็พบศพและอาวุธ ปืนเล็กกลเอสเค 47 จำนวน 1 กระบอก ยาบ้าบนเรือทั้ง 2 ลำรวมกว่า 920,000 เม็ดถูกซ่อนอยู่ในกระสอบและลังใส่ผลไม้มาด้วยที่สำคัญ ยังพบศพคนตายบนเรือ 1 ศพ!!

          แต่ที่น่าตกใจอีก คือเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจค้นต่อไปจนทั่ว แต่กลับไม่พบลูกเรือคนอื่นในเรือสองลำนี้!

          เรื่องนี้ทำให้หลายคนสุดแปลกใจ เพราะเรือ 2 ลำนี้เป็นเรือบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง Hua Ping และเรือขนกระเทียมและแอปเปิ้ล Yu Xing 8 สัญชาติจีน เหตุใดจึงมาเกิดเหตุร้ายถึงขนาดนี้!

          ที่สำคัญคือ เรือลอยมาถึงฝั่งโดยที่ไม่มีคนขับทั้ง 2 ลำ แถมลูกเรือที่เหลือหายไปไหนกัน!! หรือนี่จะเป็นเรือผี!!!

          แต่เหนือสิ่งอื่นใด ในเมื่อเป็นเรือสัญชาติจีน และมีคนจีนเสียชีวิตบนเรือลำนั้น แน่นอนที่จะส่งผลให้ทางการจีนได้ติดตามความคืบหน้าในเรื่องของคดีทันที จนกลายเป็นประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ!

5 ต.ค. 2554 โขงเลือด! สังหารหมู่ 13 ลูกเรือจีน

          แต่แล้วเพียง 2 วันผ่าน มาถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2554 คำตอบที่ว่าลูกเรือจีนที่เหลือหายไปไหนก็ปรากฏ เพราะได้มีศพมากมาย ลอยขึ้นอืดขึ้นมาเพียบ และเมื่อรวมกับศพแรกในวันเกิดเหตุแล้ว พบว่าผู้เสียชีวิตถึง 13 ราย!

          และแล้ว กระบวนการสอบสวนหาความจริงจึงดำเนินขึ้น โดยทางกองทัพบกที่เป็นหน่วยที่ผู้รับผิดชอบกองกำลังผาเมืองได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมา

          จนกระทั่ง เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา กับ เจ้าหน้าที่ของชุดปฏิบัติการพิเศษของหมวดลาดตระเวนระยะไกลของกองกำลังผาเมือง จำนวน 9 คน ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต หลังจากเข้าไปควบคุมเรือลำดังกล่าว

5 ต.ค. 2554 โขงเลือด! สังหารหมู่ 13 ลูกเรือจีน

          ที่สุดช่วงวันที่ 29 ตุลาคม 2554 ทหารกองกำลังผาเมือง 9 นาย ได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน เพื่อสู้คดีฆ่าลูกเรือชาวจีน 13 ศพดังกล่าว

          โดยทั้ง 9 นายที่เข้ามอบตัวนี้ มียศตั้งแต่ระดับ พ.ต. 1 นาย, ร.ท. 1 นาย และ ส.อ. 7 นาย ทุกคนเจอข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและยักย้ายทำลายศพ!

          แน่นอนเบื้องต้นทั้งหมดให้การปฎิเสธ จนต่อมารัฐบาลได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดูแลการสืบสวนสอบสวนต่อไป พร้อมกับที่ทางรัฐบาลจีนได้ส่งเจ้าหน้าที่จีนเพื่อร่วมปฎิบัติหน้าที่กับเจ้าหน้าที่ไทยด้วย

          ที่สุด การสืบสวนก็ได้พบว่า เหตุร้ายนี้มีพลเรือนร่วมก่อเหตุด้วย ซึ่งเป็นกลุ่มของ “หน่อคำ” นักค้ายาเสพติดรายใหญ่ นั่นเอง

000

          ต่อมา ทางการไทยได้มีการตั้งค่าหัว “หน่อคำ” ถึง 2 ล้านบาท จนกระทั่งช่วงวันที่ 25 เมษายนปีถัดมา “หน่อคำ” ถูกจับกุมได้ แต่ไม่ใช่ฝีมือฝ่ายเจ้าหน้าที่ไทย หากเป็นทางการลาวที่ทำผลงานจับกุมสมุนขุนส่าผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายใหญ่รายนี้ได้ในที่สุด

5 ต.ค. 2554 โขงเลือด! สังหารหมู่ 13 ลูกเรือจีน

          ช่วงนั้นทางการไทยจึงออกมาให้ข่าวใหญ่โตว่า เมื่อจับตัวการได้แล้ว ก็เป็นโอกาสพิสูจน์ว่าทหารไทยเกี่ยวข้องสังหาร 13 ลูกเรือจีนหรือไม่...

          เพราะตามที่รู้กันว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา “หน่อคำ” อายุ 44 ปีคนนี้ นับเป็นอาชญากรตัวเอ้ที่เป็นหัวหน้าในการปล้นและฆ่าคนในลุ่มแม่น้ำโขงเกี่ยวกับขบวนเรือต่าง ๆ ที่ผ่านเส้นทางดังกล่าวอยู่เสมอ

          เขาเป็นอดีตทหารไทยใหญ่ กองทัพเมืองไต ลูกน้องขุนส่า มีประวัติไม่มีที่อยู่ที่ชัดเจน เขาใช้ชีวิตหลบหนีไปมาระหว่างเมืองสามพลู เขตรอยต่อของประเทศพม่าและจีน

          โดยในบางครั้งจะอาศัยเกาะกลางแม่น้ำโขง และเคลื่อนไหวค้าขายธุรกิจใต้ดิน ในพื้นที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย พื้นที่เมืองพง และเมืองโก จ.ท่าขี้เหล็ก รวมทั้งข้ามไปกบดานอยู่ในฝั่งของประเทศลาว

5 ต.ค. 2554 โขงเลือด! สังหารหมู่ 13 ลูกเรือจีน

          นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรมเรียกเก็บค่าคุ้มครองเรือขนส่งสินค้า บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ และเป็นหัวหน้ากองกำลังติดอาวุธคุ้มกันยาเสพติด เป็นเจ้าพ่อยาเสพติดแห่งสามเหลี่ยมทองคำ เชี่ยวชาญในการรบ

          ทั้งยังเป็นผู้ต้องหามีหมายจับของ พม่า จีน ลาว และไทย โดยตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน มีการปล้นเรือและยิงปะทะในพื้นที่ 15 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิต 29 คน บาดเจ็บ 11 คน

          หันไปทางจีน สื่อประเทศจีน CCTV News ได้รายงานข่าวนี้อย่างกว้างขาง โดยหลังจากทางการลาวส่งตัวหน่อคำและพวกไปให้ทางการจีน ช่วงเดือนพฤษภาคม 2555

          ต่อมาเดือนกันยายนอีเดียวกัน ได้มีการนำเสนอการสอบสวน ผ่าน http://english.cntv.cn/program/newsupdate/20120917/102372.shtml ด้วย ซึ่งได้เปิดเผยภาพหน่อคำถูกควบคุมตัวด้วยโซ่ตรวน กางเกงสีน้ำเงิน เสื้อสีเทา และเสื้อนอกสีเหลือง เดินเข้าห้องสอบสวนด้วยผ้าคลุมหัว

          ก่อนจะรายงานว่าหน่อคำถูกสอบสวนอยู่ที่เมืองคุนหมิง มณฑลหยุนหนาน ประเทศจีน โดยศาลประชาชนกลางของจีนได้เริ่มกระบวนการฟ้องร้องต่อนายหน่อคำ และอีก 6 คนที่ถูกกล่าวหาฆาตกรรมโดยเจตนา ค้ายาเสพติด ลักพาตัว และปล้นเรือจีน

           วันนั้น หน่อคำให้ปากคำ สารภาพเป็นภาษาไทใหญ่ว่า

          “ผมชื่อหน่อคำจากประเทศพม่า อายุ 44 ปี ถูกจับกุม เพราะผมวางแผนและฆ่าลูกเรือจีน 13 คน ในแม่น้ำโขงเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2554”

          ส่วนเมื่อเจ้าหน้าที่ถามว่า “ทำไมหัวหน้าแก๊งค้ายาจึงเลือกทำกับลูกเรือจีน?” หน่อคำสารภาพว่า ทำไปเพราะเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2554 เรือสองลำนี้บรรทุกทหารพม่าไปโจมตีฐานทัพของพวกเขา จึงต้องการแก้แค้น และเขามีสมาชิก 40 คนในทีม ทุกคนมีทีมของตนเอง

          อนึ่งสำหรับเหตุกาณ์นั้น คือ ปฏิบัติการที่ทหารพม่าร่วมกับทหารลาว สนธิกำลังเข้าโจมตีกลุ่มหน่อคำที่ฐานที่มั่นเกาะศรีดอนมี บ้านสามพู จ.ท่าขี้เหล็ก จนฐานที่มั่นของเขาและูพวกถูกยิงถล่มยับ

          เมื่อตำรวจถามว่า “อาวุธชนิดไหนที่คุณมี” หน่อคำระบุว่า “ส่วนใหญ่เป็นปืนแมกกะซีน เอ็ม 16 และปืนพก”

          หน่อคำยอมรับสารภาพว่า ได้วางแผนและทำการฆาตกรรมหมู่โดยสมาชิก 5 คน จากนั้นพวกเขายังป้ายความผิดให้ทหารไทย ซึ่งคิดว่าเรือจีนดังกล่าวบรรทุกยาเสพติด ซึ่งสิ่งนั้นจะช่วยปิดร่องรอยฆาตกรได้

000

          ในที่สุด ผู้ร้ายก็รับโทษทัณฑ์ “หน่อคำ” และพวก ถูกศาลตัดสินโทษประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษ ในช่วงบ่ายของวันที่ 1 มี.ค. 2556 ตามเวลาท้องถิ่น โดยทางการจีนยังมีการถ่ายทอดสดอีกด้วย

          อย่างไรก็ดี ภายหลังมีรายงานข่วว่า หลังจากทั้งหมดได้รับอนุญาตให้พบหน้าญาติใกล้ชิดเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อวาน และศาลจะส่งมอบศพ พินัยกรรม และของส่วนตัวให้ญาติ หรือสถานกงสุลที่เกี่ยวข้องต่อไป

          สถานีโทรทัศน์ของทางการจีน เปิดเผยบทสัมภาษณ์พิเศษ “หน่อคำ” เจ้าของฉายาราชายาเสพติดลุ่มน้ำโขง ที่มีขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีก่อนหน้าการประหารชีวิต 1 วัน

5 ต.ค. 2554 โขงเลือด! สังหารหมู่ 13 ลูกเรือจีน

          โดยหน่อคำกล่าวว่า รู้สึกว่าคำพิพากษารุนแรงเกินไป และได้ขอร้องให้รัฐบาลจีนปล่อยตัว เพื่อจะได้กลับไปเลี้ยงดูลูก 10 คน ทั้งลูกชายลูกสาว เพราะถ้าตนตายไปก็ไม่มีใครเลี้ยงลูก ทั้งนี้ ขณะที่เล่านายหน่อคำได้ยกมื้อขึ้นทำท่าไหว้ด้วย

          หน่อคำยังกล่าวด้วยว่า เงินที่มีทั้งหมดจะยกให้ครอบครัวของเหยื่อ เมื่อนักข่าวถามว่าคิดว่าเงินดังกล่าวจะไถ่โทษชดใช้กับชีวิตที่สังหารไป 13 ศพ ได้หรือไม่ นายหน่อคำตอบว่าไม่ได้ จากนั้นนักข่าวจีนถามต่อว่าลูกสมุนระบุว่า นายหน่อคำเป็นคนเลือดเย็น และเป็นคนบุ่มบ่ามไม่ยั้งคิด ขอถามว่ากลัวความตายหรือไม่ นายหน่อคำตอบว่าตนกลัวตาย ตอนนี้อยากมีชีวิตอยู่ เพราะมีลูกๆ ต้องเลี้ยงดู

5 ต.ค. 2554 โขงเลือด! สังหารหมู่ 13 ลูกเรือจีน

          หลายคนคงคิดตรงกันว่า หน่อคำคงลืมไปว่าลูกเรือจีนทั้ง 13 นายก็มีครอบครัวรออยู่ข้างหลังเหมือนกัน!

          หมายเหตุ....ส่วนทหารไทย 9 นาย มีรายงานไว้ไม่เกี่ยวกับปฏิบัติการสังหารหมู่ครั้งนี้นะจ๊ะคนไทย!!

///////////////////

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

วิกิพีเดีย

https://www.thairath.co.th/content/256210

https://www.sanook.com/news/1172172/

https://www.posttoday.com/social/local/207914