วันนี้ในอดีต!! ภาวนา ชนะจิต ไข่มุกแห่งเอเชีย จมน้ำดับปริศนา

ย้อนรำลึกถึงดาวค้างฟ้า "ภาวนา ชนะจิต" ไข่มุกแห่งเอเชีย กับจุดจบปริศนา ที่คนไทยมิอาจลืม!

          ในยุคที่วงการบันเทิงไทย มีดาราแทบจะนับหัวได้ คือ จำนวนไม่ล้นฟ้าเหมือนกับยุคสมัยดิจิทัลเวลานี้

          โดยเฉพาะถ้าเป็นดาราที่จัดอยู่แถวหน้า ที่นับเป็นดาวค้างฟ้า หนึ่งในนั้นคือ “ภาวนา ชนะจิต” อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะเธอเป็นดาราสาวไทยเชื้อสายจีนกวางตุ้ง ผู้มีใบหน้าสวยงามแปลกตา ทันสมัย และบุคลิกน่ารักขี้เล่น ยิ่งตอนที่เธอสวมใส่มินิสเกิร์ตสั้นๆ ยิ่งน่ารักถูกอกถูกใจชายไทยทั่วบ้านทั่วเมือง

วันนี้ในอดีต!!  ภาวนา ชนะจิต ไข่มุกแห่งเอเชีย จมน้ำดับปริศนา

          แต่น่าเศร้าใจที่วันนี้เมื่อ 6 ปีก่อน ภาวนา ชนะจิต กลับต้องมาจบชีวิตลงในวัย 69 ปี อย่างน่าสลด แทนที่เธอจะใช้ชีวิตบั้นปลายของความเป็นดาวค้างฟ้าไปให้นานกว่านั้น!

          สำหรับ เหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ หรือตรงกับวันที่ 10 กันยายน 2555 นั้น รายงานข่าวจาก https://www.thairath.co.th/content/368778 ระบุว่า คนไทยต้องช้อคสุดขีด...เมื่อได้ทราบข่าวว่า นางอรัญญาภรณ์ เหล่าแสงทอง อายุ 69 ปี หรือชื่อในการแสดงคือภาวนา ชนะจิต ได้จมน้ำเสียชีวิตภายในบ้านพักหลังใหญ่ย่านนครชัยศรี จ.นครปฐม เมื่อช่วงเช้ามืด

          โดยข่าวะบุว่า ลูกจ้างที่ดูแลบ้านเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 6 โมงเย็นของวันที่ 9 กันยายน 2555 ไม่เห็นภาวนาออกมาสั่งให้ซื้อของมากิน แต่ก็คิดว่าคงจะนอนอยู่ภายในบ้าน จากนั้นเวลา 19.00 น. ก็เข้าไปหาภายในบ้านพัก แต่ไม่พบ จึงได้เดินหารอบๆ บ้าน ก็ไม่พบ จึงได้โทรศัพท์แจ้งญาติของภาวนา และ ณัฐพงษ์ หลวงศิริกุล สามีคนปัจจุบัน ที่ไปดูแลธุรกิจนวดแผนโบราณที่ตึกทอง อ.สามพราน จ.นครปฐม

          หลังจากทุกคนทราบเรื่อง ต่างพากันมาช่วยตามหา กระทั่งพบรองเท้าฟองน้ำที่ภาวนาใส่ ตกอยู่ขอบบ่อทั้ง 2 ข้าง จนเมื่อเอาไฟส่องที่บ่อน้ำพุ ก็พบร่างภาวนาจมอยู่ในน้ำ จึงได้ทำการลงไปงมศพขึ้นมาแล้วแจ้งตำรวจ

          โดยสามีของเธอ ซึ่งอยู่กินกันมาร่วม 10 ปี (ไม่ได้จดทะเบียนสมรส) ไม่ติดใจสาเหตุการตาย เขาเชื่อว่านี่ไม่ใช่การฆาตกรรม แต่น่าจะเป็นเพราะภรรยาของเขานั้นเกิดเป็นลมหมดสติแล้วตกน้ำ หรือเล่นกับสุนัข แล้วเสียหลักพลัดตกบ่อน้ำ จนเสียชีวิต ก็เป็นได้

วันนี้ในอดีต!!  ภาวนา ชนะจิต ไข่มุกแห่งเอเชีย จมน้ำดับปริศนา

          แต่ฝ่ายญาติพี่น้องของภาวนากลับไม่คิดเช่นนั้น หนึ่งในนั้นคือ “สุขุม” น้องชายของภาวนา ที่เชื่อว่าการตายของพี่สาวอาจจะเป็นการฆาตกรรม

          พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากที่ณัฐพงษ์รู้ว่าพี่สาวหายตัวไป และเดินทางกลับมาถึงบ้าน ก็ได้รีบร้อนเข้ามาหยิบกระเป๋าเอกสาร ซึ่งมีทั้งหมด 3 ใบ

          และภายในกระเป๋ามีเอกสารต่างๆ เป็นทั้งโฉนดที่ดินและเอกสารของภาวนา เมื่อเข้าไปขวางกลับถูกโดนต่อว่า แล้วชักปืนยิงขู่ขึ้นฟ้า 2 นัด ประกาศห้ามใครเข้ามาวุ่นวาย ต้องมีการตายเกิดขึ้นแน่ๆ ทำให้สงสัยว่า ทำไมต้องรีบเอาเอกสารออกไป ทั้งที่ยังหาศพไม่พบ

          เช่นเดียวกับ ไพจิตร ศุภวารี อดีตสามีของภาวนา ที่ออกมาเผยว่าได้เลิกรากับผู้ตายมากว่า 10 ปีแล้ว และอยากให้มีการผ่าพิสูจน์ศพของภาวนา เนื่องจากพบว่ามีบางอย่างค่อนข้างน่ากังขา ที่ทำให้เชื่อได้ว่า เป็นการตายที่ไม่ปกติ

วันนี้ในอดีต!!  ภาวนา ชนะจิต ไข่มุกแห่งเอเชีย จมน้ำดับปริศนา

          ที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินการผ่าชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด พร้อมทั้งได้ให้กองวิทยาการภาค 7 มาเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ และในบ้านของอดีตดาราสาวผู้นี้

          ต่อมาวันที่ 11 ก.ย. 2555 ทางเจ้าหน้าที่ำได้เปิดเผยถึงผลการชันสูตรศพว่า ภาวนาน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 24 ชม. เนื่องจากศพเริ่มเปลี่ยนสภาพ และเริ่มเน่า

          นอกจากนี้ ยังพบร่องรอยฟกช้ำหลายจุด อาทิ ท้ายทอย เบ้าตาซ้าย และหน้าแข้งทั้ง 2 ข้าง แต่ทั้งหมดเป็นบาดแผลที่ไม่ลึก แค่ถลอกเท่านั้น และการที่พบน้ำในปอดของภาวนา ก็หมายความว่าสาเหตุของการเสียชีวิต คือ การจมน้ำตาย ทั้งนี้ ยังระบุว่าภาวนาเองมีโรคประจำตัวหลายอย่าง ทั้งโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันหลายเส้น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในหลอดเลือด

          ขณะที่ยังตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นการฆาตกรรม การที่จะทำให้มนุษย์ถึงกับสลบ หมดสติ ต้องใช้ของแข็งฟาดที่ศีรษะจนเป็นแผลฉกรรจ์ แต่บาดแผลที่พบที่ตัวของเธอนั้นไม่สามารถทำให้เสียชีวิตได้

          อย่างไรก็ตาม จากพฤติกรรมของสามของภาวนา ทำให้ญาติๆ รวมถึง “ไต๋-อภิชา เหล่าแสงทอง” ลูกบุญธรรมของภาวนา ยังไม่เชื่อสนิทใจว่าภาวนาจะเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ

          ต่อมาวันที่ 13 ก.ย. 2555 น้องไต๋พร้อมด้วยญาติได้เดินทางไปพบกับ ณัฐพงษ์ที่บ้านอีกครั้ง เพื่อขอตรวจสอบรายการทรัพย์สินต่าง ๆ ตู้เซฟภายในห้องนอนที่เก็บเอกสารสำคัญ รวมถึงพินัยกรรม ทั้งจะขอนำทรัพย์สินในส่วนที่เป็นสิทธิ์ของนายอภิชา ไปเก็บรักษาไว้เอง

          ปรากฏว่า ณัฐพงษ์อนุญาตให้เข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินต่างๆ ได้ แต่ไม่อนุญาตให้เคลื่อนย้าย หรือ ขนย้ายออกไปแม้แต่ชิ้นเดียว

          เพราะต้องรอตรวจสอบก่อนว่า ทรัพย์สินรายการไหน เป็นกรรมสิทธิ์ของใคร ขณะที่ตู้เซฟ ก็ไม่สามารถเปิดได้ เนื่องจากไม่ทราบว่าภาวนาเก็บกุญแจตู้เซฟไว้ที่ไหน งานนี้จึงทำให้เกิดการเผชิญหน้า และปะทะคารมกันอย่างดุเดือด

วันนี้ในอดีต!!  ภาวนา ชนะจิต ไข่มุกแห่งเอเชีย จมน้ำดับปริศนา

          เวลานั้น สังคมไทยจึงติดตามข่าวเรื่องนี้อย่างเกาะติด โดยมีรายงานว่าทรัพย์สินของอดีตดาราสาว ส่วนใหญ่เป็นโฉนดที่ดินที่มีคนนำมาจำนองไว้ และบางส่วนก็เป็นโฉนดที่ซื้อมา แล้วโอนเป็นชื่อของอดีตนางเอกคนดัง ซึ่งบุตรบุญะรรมของเธอระบุว่าน่าจะมีมากกว่า 200 แปลง มูลค่าก็ประมาณพันล้านบาท แต่ไม่เป็นที่เปิดเผยชัดเจน เพราะส่วนหนึ่งถูกนำไปให้เช่าเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันผู้ต้องหาในชั้นศาล คิดอัตราร้อยละ 10-20 ของวงเงินประกันตัว ซึ่งโฉนดส่วนนี้ยังคาอยู่ในชั้นศาลจำนวนมาก เพราะต้องรอให้สิ้นสุดคดีถึงจะได้คืนกลับมา

          ที่สุดจากความขัดแย้งดังกล่าว เลยกลายเป็นว่า สามีที่อยู่กินกับภานามาร่วม 10 ปี ประกาศไม่ร่วมงานศพของภรรยา เพื่อหลีกเลี้ยงการเผชิญหน้ากับญาติพี่น้องฝ่ายเมียนั่นเอง แต่เขาก็ได้จัดงานศพจำลองที่บ้านแทนเป็นเวลา 3 วัน

          เวลาผ่านกว่าปี ที่สุด หัทยา เหล่าแสงทอง น้องสาวของภาวนา ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดีภายในงานฌาปนกิจศพพี่สาวเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2556 ว่าศาลมีคำสั่งไม่รับฟ้องการเสียชีวิตของพี่สาวว่าเป็นคดีฆาตกรรม เนื่องจากพยานหลักฐานที่ประกอบสำนวนคดี ไม่เพียงพอ

          ส่วนเรื่องมรดกที่ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าเป็นหลักร้อยล้าน หรือพันล้านนั้น ปรากฏว่าสังคมไทยเวลานั้นมีแต่ข่าวว่าญาติของภาวนารุมกันแย่งขอเป็นผู้จัดการมรดก

          ที่สุดเรื่องนี้ก็หายเงียบไปจากหน้าข่าวสารของสังคมไทย โดยไม่มีใครรู้ว่าบทสรุปลงอย่างไร

 

00000000000000000000000000000000

          อย่างไรก็ดี  มากกว่าการเกาะติดเรื่องราวรอยร้าวในครอบครัวของเธอ คือการย้อนรำลึกถึงประวัติและผลงานขณะที่ยังมีชื่อเสียง อันนี้สร้างสรรค์กว่าเยอะ!

          ภาวนา ชนะจิต ผู้ซึ่งประกาศลาวงการขณะที่อายุเพียง 37 ปี โดยให้เหตุผลว่า “อยากให้คนจดจำเธอแต่ในภาพนางเอกวัยสาวตลอดไป” นั้น เธอมีชื่อเล่นว่า “หยิน” มีชื่อจริงว่า อรัญญาภรณ์ เหล่าแสงทอง เกิดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2485  ที่อำเภอธนบุรี กรุงเทพฯ จบมศ. 3 ที่โรงเรียนพิทยศึกษา

          ภาวนามีเชื้อสายจีน โดยมีชื่อจีนแมนดารินว่า “หลิว หลานอิง” หรือ อ่านเป็นภาษาจีนกวางตุ้ง ว่า Lau Lan Ying

          ด้วยรูปร่างหน้าตาเข้าขั้นนางเอก เธอจึงเข้าสู่วงการบันเทิง โดยเริ่มแสดงภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกกับผลงานการอำนวยกรสร้างของ รังสรรค์ ตันติวงศ์ ผ่านการแนะนำของ “เด็กยกรีเฟลค” ในกองถ่าย และ ศรินทิพย์ ศิริวรรณ ดาราในวงการเป็นผู้พาออกงาน

          ช่วงปี 2503 แสดงในภาพยนตร์เรื่องแสงสูรย์ ประกบสองดาราดังอย่าง “มิตร ชัยบัญชา” และ “อมรา อัศวนนท์” ภาพยนตร์เรื่องนี้ ภาวนาโชว์ฝีมือจนได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง ดาราสมทบหญิงยอดเยี่ยม จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิง

          และมีชื่อเสียงมากขึ้น โดยช่วงเวลาตั้งแต่ พ.ศ. 2503-2522 เธอได้ ประกบดาราชั้นนำมากมาย เช่น มิตร ชัยบัญชา, ไชยา สุริยัน, สมบัติ เมทะนี, ยอดชาย เมฆสุวรรณ, ลือชัย นฤนาท, อุเทน บุญยงค์, นาท ภูวนัย, กรุง ศรีวิไล, สรพงศ์ ชาตรี

วันนี้ในอดีต!!  ภาวนา ชนะจิต ไข่มุกแห่งเอเชีย จมน้ำดับปริศนา

          และยังโกอินเตอร์ไปร่วมแสดงภาพยนตร์ฮ่องกงคู่กับ “เดวิด เจียง” พระเอกชาวฮ่องกงอีกด้วย!

          สำหรับบทที่ภาวนาได้รับ ส่วนใหญ่มักเป็นรับบทเด็กสาว แม้ขณะอายุมากขึ้นพอสมควแล้ว ก็ยังรับบทที่เด็กกว่าอายุจริงเสมอ ด้วยใบหน้าที่น่ารัก ตาโตแบ๊วอ่อนกว่าวัย จนที่สุดก็ได้ฉายา “ไข่มุกแห่งเอเซีย” มาครอง

          แต่แล้วเธอก็ตัดสินใจยุติบทบาทการแสดงในวัยใกล้ 40 ปี โดยให้เหตุผลว่า ต้องการให้คนจดจำภาพนางเอกในวัยสาวของเธอตลอดไป

          อนึ่งสำหรับ ฉายาไข่มุกแห่งเอเชีย เธอได้มาจากการแสดงนำในภาพยนตร์ฮ่องกงหลายเรื่องของ “ชอว์ บราเดอร์” เรื่อง Duel of Fists โดยมี ตี้หลุง และ เดวิด เจียง แสดงนำ

วันนี้ในอดีต!!  ภาวนา ชนะจิต ไข่มุกแห่งเอเชีย จมน้ำดับปริศนา

          เรื่องนี้เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย ประมาณปี 2514 เป็นเรื่องเกี่ยวกับศิลปะแม่ไม้มวยไทย ซึ่งนับเป็นหนังต่างประเทศเรื่องแรกๆ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับมวยไทย

          ในปีเดียวกัน ภาวนายังได้แสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง The King Boxer ชือ่ไทยคือ “หมัดสังหาร” ประกบนักแสดงกังฟูชื่อดัง เมิ่งเฟย และดาราชาวญี่ปุ่น ยะซุอะกิ คุระตะ รวมถึง นาท ภูวนัย

          ปีถัดมา เธอได้แสดงนำในหนังฮ่องกงแนวกังฟู The Bloody Fight และ Shi hou ซึ่งเป็นภาคต่อ ในปีเดียวกัน

          ถัดมาอีก 2 ปี ภาวนา ชนะจิต ยังไปต่อได้อีก โดยได้แสดงนำในภาพยนตร์ร่วมทุนระหว่าง ไทย-ญี่ปุ่น ช่วงปี 2517 เรื่อง หนุมานพบ 7 ยอดมนุษย์ และภาพยนตร์ฮ่องกงปี 2519 เรื่อง Chun man Ba Di Ya อีกด้วย

วันนี้ในอดีต!!  ภาวนา ชนะจิต ไข่มุกแห่งเอเชีย จมน้ำดับปริศนา

          ขณะที่ยังมีผลงานระดับสากล อย่าง “ตัดเหลี่ยมเพชร” และภาพยนตร์ไทย-ฮ่องกง จากงานกำกับของ “ฟิลิป” ฉลอง ภักดีวิจิตร ประชันบทกับดาราชั้นนำ “โอลิเวีย ฮัสซี่” และ “คริส มิตชั่ม”

          ข้างต้นนี้คือผลงานภาพยนตร์่ที่โดดเด่นของภาวนา ชนะจิต ซึ่งถ้าจะพูดถึงดาราไทยที่ดกอินเตอร์ ต้องนับว่า เธอผู้นี้แหละคือ ตัวจริงยุคแรกๆ ของวงการบันเทิงไทย!!

          ที่เหลือยังมีภาพยนตร์ต่างๆ อีกมากหมายนับร้อยกว่าเรื่อง โดยภาพยนตร์เรื่องท้ายๆ คือ ดวงยิหวา ปี 2529 ส่วน "โหดหน้าเหี่ยว 966" ซึ่งเป็นภาพยนตร์ไทยที่ออกฉายเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2552 นั้น มีภาวนารวมอยู่ด้วย หากได้มีการตัดออก แต่ได้ใส่เครดิตช่วงท้าย)

          จนกระทั่งเธอได้เงียบหายไป แล้วมามีข่าวว่าเสียชีวิตในบ้านพักของตนเอง

          ขอรำลึกถึงดาวคางฟ้า ภาวนา ชนะจิตร เธอได้กลับฟ้าแล้วในที่สุด!

//////

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

วิกิพีเดีย

https://www.thairath.co.th/content/368778

https://news.sanook.com/gallery/gallery/1141411/303888/undefined/

https://www.dek-d.com/board/view/1330130/


เปิดอ่าน