3 ก.ย.2555 คุณหนูไฮโซค่ายชูกำลัง ซิ่งรถหรูชนตำรวจดับ

คนไทยจำบ้างลืมบ้าง แพ้บๆ ก็ปาไป 5-6 ปี แล้ว สำหรับคดีควบม้าลำพองชนสยองดาบตำรวจตายคาเครื่องแบบ!

                เชื่อว่า ไม่เพียงคนไทยอีกหลายแสนล้านคน ที่นับวันรอว่าคดีนี้จะจบลงตรงไหน บางคนก็คงนับอยู่เหมือนกันว่าปีนี้ปีที่เท่าไหร่

                ใช่แล้ว ปีนี้คือปีที่ 6 โดยเมื่อวันนี้ในอดีต คดีได้เริ่มต้นขึ้น หลังจากที่ช่วงเช้ามืดของวันที่ 3 กันยายน 2555 บุคคลคนหนึ่งได้ซิ่งรถหรู เฟอร์รารี่ ด้วยความเร็วสูงถึง 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พุ่งชนดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจสายตรวจ สน.ทองหล่อ จนเสียชีวิตคาเครื่องแบบ และยังลากร่างของผู้ตายไถลไปไกลหลายร้อยเมตร

3 ก.ย.2555  คุณหนูไฮโซค่ายชูกำลัง  ซิ่งรถหรูชนตำรวจดับ

 

               โดยสื่อรายงานว่า รถคันดังกล่าว คือ “เฟอร์รารี่” สีบรอนซ์เทา ที่วิ่งมาด้วยความเร็ว พุ่งชนดาบวิเชียร และรถ จยย.อย่างแรง กระทั่งรถจักรยานยนต์มาล้มลงที่ปากซอยสุขุมวิท 49 โดยห่างจากจุดพบศพ 200 เมตร!

                และก็ไม่ใช่เรื่องยาก สำหรับตำรวจชุดสืบสวน เพราะที่สุดแล้วเขาได้แกะรอยตามคราบน้ำมัน ตามไปจนถึงบ้านพักหรูหลังมหึมา ภายในซอยสุขุมวิท 53 ซึ่งก็ไม่ใช่ของใครที่ไหน แต่เป็นบ้านของเจ้าสัวกระทิงแดง

                ข่าวรายงานตรงกันว่า เจ้าหน้าที่ถูกคนในบ้านสกัด กันไว้ไม่ให้เข้า จนผู้บัญชาการตำรวจนครบาลในยุคนั้น ต้องยกกำลังปิดล้อมบ้านพัก จึงยอมเปิดประตูให้เข้าไปได้

                แต่เมื่อเข้าไปแล้ว เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ก็พบรถเฟอร์รารี่ รุ่นพินินฟาริน่า สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ญญ 1111 กรุงเทพมหานคร กันชนหน้าซ้ายแตก มีเครื่องหมายยศดาบตำรวจของผู้ตายติดคากระจก และยังมีบันทึกของ รปภ.ว่า นายวรยุทธ ขับรถออกจากบ้านอีกด้วย

                แต่ตอนนั้น เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่พบเจอคนขับรถคันนั้น หากแต่มีการส่งแพะมาแทน ซึ่งเป็นคนดูแลบ้านพักโดยแรกเริ่มอ้างว่าเป็นคนขับรถหรูคันนี้  แต่ความจริงก็ถูกเปิดเผยว่าเป็นแพะรับบาปแทนลูกมหาเศรษฐี 

3 ก.ย.2555  คุณหนูไฮโซค่ายชูกำลัง  ซิ่งรถหรูชนตำรวจดับ

               จนเมื่อสังคมกดดันหนักเข้า ผู้ที่ขับรถคันนั้น ก็ต้องยอมมอบตัว เขาคือ บุตรชายเจ้าของบ้าน วรยุทธ์ อยู่วิทยา หรือ “บอส” นั่นเอง โดยเวลานั้น เขามีอายุ 27 ปี

                แต่ไปๆมาๆ กลายเป็นว่า คดีนี้ยังยืดเยื้อมาจนทุกวันนี้ เพราะผู้ต้องหา ที่ตอนแรกยอมมอบตัวให้ดำเนินคดี ปรากฏว่าภายหลังได้ประกันตัวออกไป หลังจากนั้น ก็ไม่มาตามนัดอีกเลย

                สังคมไทยเลยงงเด้...ว่าแบบนี้ก็ได้หรือ สุดท้ายแล้วคุกไทยมีไว้ขังคนจนใช่หรือไม่?

                โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่า คนรวยคนนี้คือ ลูกชายคนเล็ก “เฉลิม อยู่วิทยา” เจ้าของเครื่องดื่มชูกำลัง “กระทิงแดง” คนไทยหันมามองหน้ากัน เหมือนจะรู้ว่าคิดอะไรอยู่

                และเพื่อไม่ให้กลายเป็นการกล่าวหา ต่อไปนี้คือไทมไลน์การเบี้ยวนัดของทายาทชูกำลังรายนี้ ซึ่งคมชัดลึกเคยนำเสนอไปช่วงก่อนหน้านี้ ดังนี้

                เริ่มต้นจาก อัยการตัดสินที่จะส่งฟ้อง "วรยุทธ" ในสองคดีคือ

                1.ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

                2.ไม่หยุดให้ความช่วยเหลือตามสมควร

                25 เม.ย. 2559 อัยการนัด "วรยุทธ" แต่เจ้าตัว ให้ทนายความขอเลื่อน โดยให้เหตุผลว่าเนื่องจากอยู่ต่างประเทศ อัยการนัดจึงอีกครั้งในวันที่ 25 พ.ค. 2559

                25 พ.ค.2559 วรยุทธ์ยังไม่มาพบ อัยการจึงมีหนังสือไปถึงตำรวจ สน.ทองหล่อ วันที่ 30 พ.ค. 2559 ให้ติดตามตัววรยุทธ แต่ตำรวจแจ้งว่า วรยุทธขอเลื่อนเนื่องจากร้องขอความเป็นธรรมพยานในประเด็นการขับรถเร็วไปที่คณะกรรมาธิการกฎหมายกระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ อย่างไรก็ตามอัยการเห็นว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งฟ้อง จึงยืนยันให้เข้าพบเพื่อส่งฟ้อง วันที่ 24 มิ.ย. 2559

                24 มิ.ย.2559"วรยุทธ" ก็ขอเลื่อนอีก อ้างว่าอยู่ระหว่างกระบวนการร้องขอความเป็นธรรมคณะกรรมาธิการฯ อัยการจึงแจ้งตำรวจทองหล่อให้ติดตามมาให้ทันส่งฟ้องภายในวันที่ 28 ต.ค. 2559 และเมื่อถึงวันที่กำหนดก็เป็นไปตามคาดว่า นายวรยุทธก็ขอเลื่อนอีกโดยอ้างเหตุผลเดิม อัยการจึงให้มาพบเพื่อส่งฟ้องอีกครั้งภายในวันที่ 30 พ.ย. 2559

                30 พ.ย.2559 "วรยุทธ"  ก็ขอเลื่อนอีกครั้งโดยอ้างติดภารกิจที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อัยการจึงเลื่อนนัดเป็นวันที่ 28 ธ.ค. 2559 อย่างไรก็ตามระหว่างนั้นคือวันที่ 23 ธ.ค. 2559 คณะกรรมาธิการฯ ซึ่งวรยุทธทำเรื่องขอความเป็นธรรม ทำหนังสือถึงอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ว่า "วรยุทธ" ได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมาธิการฯ จึงตั้งคณะทำงานสอบสวนข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้รับผลการสอบสวนจากคณะกรรมาธิการฯ แล้ว จึงได้นัดให้นายวรยุทธ มาพบในวันที่ 30 มี.ค. 2560

                30 มี.ค. 2560 วรยุทธขอเลื่อนคดีอีกครั้งโดยอ้างว่าติดภารกิจอยู่ที่ประเทศอังกฤษ จึงให้เลื่อนเป็นวันที่  27 เม.ย. 2560 โดยทางอัยการระบุว่าได้กำชับให้นำตัววรยุทธมาด้วย หากยังมีการแจ้งขอเลื่อนด้วยเหตุผลเดิม อัยการจะไม่อนุญาตแน่นอนและจะให้ตำรวจขอศาลออกหมายจับทันที

3 ก.ย.2555  คุณหนูไฮโซค่ายชูกำลัง  ซิ่งรถหรูชนตำรวจดับ              

                และแล้ว เขาก็เบี้ยวนัด!! อีกจนได้ ดังนั้น ศาลอาญากรุงเทพใต้ จึงได้อนุมัติหมายจับ วรยุทธ อยู่วิทยา เลขที่ จ.138/60 ลงวันที่ 28 เมษายน 2560 ในข้อหาข้อหาขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และข้อหาหลบหนีไม่หยุดให้ความช่วยเหลือและแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ หรือ ชนแล้วหนี

                ซึ่งกระบวนการ ต่อมา ตำรวจจะต้องประสานด่านตรวจคนเข้าเมืองต่างๆ เพื่อให้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับหากพบว่าเดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศ

                นอกจากนี้ อัยการสูงสุดจะประสานประเทศปลายทางที่ วรยุทธ พักอาศัย ใช้สนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อติดตามตัวกลับมาดำเนินคดี ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับประเทศปลายทางว่าข้อหาที่ถูกออกหมายจับจะเข้าข่ายตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่

                อย่างไรก็ตาม ตลอดมา มีการวิเคราะห์ว่า คดีนี้นับว่าเป็นปัญหาของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่ไม่กำหนด “กรอบเวลา” การพิจารณาสำนวนคดีของอัยการ กล่าวคือจะใช้เวลาเท่าไหร่ก็ได้ ทำให้สามารถยื้อคดีไปได้เรื่อยๆ

                โดยหากตกลงกันได้อัยการก็จะส่งสัญญาณให้ผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรมเข้ามา หรือขอเลื่อน อ้างอยู่ต่างประเทศ ก็จะทำให้เลื่อนได้เรื่อยๆ แบบไม่มีกรอบเวลา จนถึงวันที่จะส่งฟ้อง พอสำนวนไปถึงศาล ก็อาจขาดอายุความแล้ว

               ที่จริง ก่อนหน้านี้เคยมีการเสนอให้แก้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ให้เขียนกรอบเวลาการพิจารณาสำนวนของอัยการ แต่ปรากฏว่าอัยการคัดค้าน ทำให้จนถึงวันนี้ไม่มีการกำหนดกรอบเวลา

3 ก.ย.2555  คุณหนูไฮโซค่ายชูกำลัง  ซิ่งรถหรูชนตำรวจดับ

                เอาเถิด แรกเริ่มสังคมจะคาใจว่า ชนเมื่อปี 2555 กว่าอัยการจะมีการเดินหน้าเรื่องคดี ก็ปี 2559 นี้ก็ว่าแปลกแล้ว

                เพราะผ่านไปจนคดี “ขับรถเร็ว” และ "ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย" หมดอายุความไปตั้งแต่ปี 2556 ก่อนที่อัยการจะฟ้องเสียอีก!

                ต่อมายิ่งแปลกหนัก จนสื่อนอกต้องช่วยตีข่าว เพราะไปพบเห็นเจ้าตัวใช้ชีวิตอย่างดีอยู่ในแดนผู้ดี และอีกหลายประเทศ!

                กระทั่งพอมาถึงคดี ไม่แจ้งเหตุช่วยเหลือหรือ “ชนแล้วหนี” ที่สุดก็ได้หมดอายุความไปเมื่อ 3 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา!

                สุดท้ายจาก 5 คดี น้องบอสเหลือเพียงคดีเดียว คือ ข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี อายุความ 15 ปี

                โดยสำหรับ 5 คดี ที่ บอส วรยุทธ์ เจอคือ

                1.ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย   หมดอายุความ 3 ก.ย.2570

                2.ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล  ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควรแก่ผู้ได้รับความเสียหายไม่แจ้งต่อเจ้าพนักงานในทันที ชนแล้วหนี  หมดอายุความ 3 ก.ย.2560

                3.ขับรถในขณะเมาสุราเป็นให้เหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต ไม่สั่งฟ้อง (เพราะตำรวจเห็นว่าผู้ตายเมาหลังจากชนผู้เสียชีวิต)

                4.ขับรถเร็วเกินกว่าอัตรากฎหมายกำหนด   หมดอายุความ 3 ก.ย.2556

                5.ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย หมดอายุความ 3 ก.ย.2556

                ซึ่งคดีที่เหลืออยู่นั้น แม้จะยังไม่ขาดอายุความทั้ง 15 ปี แต่นี้ก็ปาไป 6 ปีแล้ว จะครึ่งทางของอายุความแล้วน่ะสิ คนไทยจำบ้างลืมบ้าง แพ้บๆ ก็ปาไป 5-6 ปี แล้ว จากหนุ่มหน้าใส่วัย 27 วันนี้เป็นหนุ่มเต็มวัย ที่ 33 ปี

                ก็รู้ว่างานเยอะ แต่แวะกลับมาทำให้มันจบๆ ไปดีกว่ามั้ย!!