27 ส.ค. 2558เปิดจดหมายช้อคโลก ยิงสด นักข่าว-ตากล้อง

ช้อคโลกไม่จบ เมื่อที่สุดแล้ว ความคั่งแค้นใจจนต้องลุกขึ้นมาฆ่าถึง 2 ศพ มาจากเหตุผลเพราะอย่างนี้!

         หลายคนคงยังไม่ลืมข่าวช้อคโลกที่เกิดขึ้นช่วงเดียวกันนี้ของ 3 ปีก่อน เมื่อมีคนร้ายได้ก่อเหตุฆาตกรรมผู้สื่อข่าวหญิงและช่างภาพของสถานีโทรทัศน์ WDBJ-TV ในรัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งขณะนั้นผู้เคราะห์ร้ายทั้งสองกำลังปฏิบัติหน้าที่ในการสัมภาษณ์แหล่งข่าว โดยเป็นการถ่ายทอดสดที่ผู้ชมได้เห็นนาทีลั่นไกพร้อมกันอีกด้วย

 

         โดยในวันที่ 26 ส.ค. 2558 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุนั้น สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า เวสเตอร์ ลี ฟลานาแกน อดีตผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์ ‘WDBJ-TV’ ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุยิง อลิสัน พาร์คเกอร์ ผู้สื่อข่าวสาววัย 24 ปี และ อดัม วอร์ด ช่างภาพอายุ 27 ปี ของสถานีโทรทัศน์เดียวกันจนเสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าวันนั้น เกิดขึ้นขณะสัมภาษณ์แหล่งข่าวออกอากาศสดที่เมืองเบดฟอร์ด รัฐเวอร์จิเนีย

27 ส.ค. 2558เปิดจดหมายช้อคโลก ยิงสด นักข่าว-ตากล้อง

น.ส. อลิสัน พาร์คเกอร์ ผู้สื่อข่าวสาววัย 24 ปี และอดัม วอร์ด ช่างภาพอายุ 27 ปี (ภาพจาก news .videos, ทวิตเตอร์ beaver_ch5,) 

         ซึ่งสาเหตุที่เจ้าหน้าที่รู้ว่าเป็นเขา นั่นเพราะภาพใบหน้าของเขาถูกกล้องของวอร์ด ช่างภาพที่เสียชีวิต ขณะเขาล้มลงแล้วกล้องร่วงหล่นพื้นในลักษณะหันหน้ากล้องไปที่คนร้ายพอดี

         นอกจากนี้ ยังประกอบรวมกับข้อมูลที่ทวิตเตอร์ของผู้ใช้ชื่อ ‘ไบรซ์ วิลเลียมส์’ ได้ทวีตคลิปวิดีโอช่วงเวลาที่เกิดเหตุจากมุมมองของมือปืน โดยมีข้อความระบุว่า เขาเป็นคนถ่ายเหตุการณ์ยิงนี้เอง และแน่นอนปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจนพบว่า "ไบรซ์ วิลเลียมส์" คือชื่อที่ฟลานาแกนใช้สมัยทำงานที่ WDBJ-TV

         สำหรับคลิปวิดิโอนั้น แสดงให้เห็นภาพจากมุมมองของคนร้าย เดินเข้าใกล้ พาร์คเกอร์ และวอร์ด ในขณะที่พาร์คเกอร์ กำลังสัมภาษณ์แหล่งข่าวหญิงคนหนึ่งที่เมืองโมเนตา โดยในขณะนั้นวอร์ด ช่างภาพหันหลังให้กับตนร้าย, พาร์คเกอร์หันข้าง ขณะที่ผู้ถูกสัมภาษณ์หันหน้าเข้าหาคนร้าย

27 ส.ค. 2558เปิดจดหมายช้อคโลก ยิงสด นักข่าว-ตากล้อง

         เมื่อเดินเข้าใกล้ในระยะหนึ่ง คนร้ายหยิบปืนขึ้นมาและพยายามเล็งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลดมือลง จากนั้นจึงปรับองศาของกล้องวิดีโอและเปิดฉากยิงนักข่าวสาวเป็นคนแรก ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของผู้ถูกสัมภาษณ์ โดยพาร์คเกอร์พยายามจะวิ่งหนีจากที่เกิดเหตุ ก่อนที่คลิปจบลง

         และอย่างที่บอกว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นสดๆ ที่ บริดจ์วอเตอร์ พลาซา ระหว่างการสัมภาษณ์แหล่งข่าวในเวลา 6:45น. โดยภาพที่ผู้ชมได้เห็นผ่านโทรทัศน์ขณะออกอากาศสด คือ กล้องของวอร์ดกำลังแพนภาพจากด้านขวาเข้าหาพาร์คเกอร์และผู้ถูกสัมภาษณ์ ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้นอย่างต่อเนื่องประมาณ 8 นัด กล้องของวอร์ดตกสู่พื้นและถ่ายเห็นหน้าคนร้ายแวบหนึ่ง ก่อนทางสถานีจะตัดภาพไปยังห้องส่ง ซึ่งผู้ประกาศข่าว คิมเบอร์ลี แมคบลูม มีท่าทางตกใจมาก

         ที่สุด เจ้าหน้าที่สามารถไล่ล่าจนสามารถจับผู้ก่อเหตุมาได้ ขณะที่กำลังใช้รถยนต์ ฟอร์ด มัสแตง มุ่งหน้าไปยังถนนเชื่อมระหว่างรัฐหมายเลข 66 และได้พบว่าเขาได้รับบาดเจ็บจากการพยายามยิงตัวเอง เจ้าหน้าที่จึงได้เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที แต่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผล เพราะเขาทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในที่สุด

         ทั้งนี้ ข่าวได้รายงานข้อมูล ระบุว่า ฟลานาแกนนั้นเคยทำงานที่ WDBJ-TV นานประมาณ 1 ปี ก่อนถูกไล่ออกในปี 2556 โดยไม่มีการเปิดเผยสาเหตุ

27 ส.ค. 2558เปิดจดหมายช้อคโลก ยิงสด นักข่าว-ตากล้อง

ฟลานาแกนสมัยที่ยังทำงานเป็นผู้สื่อข่าวทีวี (ภาพจากhttps://www.bbc.co.uk/news/world-us-canada-34044053)

         อย่างไรก็ดี ในวันรุ่งขึ้น ข่าวนี้ยังคงได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งรุ่งขึ้น หรือวันนี้ของ 3 ปีก่อน หรือ วันที่ 27 สิงหาคม 2558 ชาวโลกได้รับรู้เรื่องที่น่าสะเทือนใจอีกครั้ง

         เมื่อสำนักข่าวเอบีซี นิวส์ รายงานว่า สัปดาห์ก่อนทางเอบีซีนิวส์ได้รับโทรศัพท์จาก ไบรซ์ วิลเลียมส์ หรือ เวสเตอร์ แฟลนาแกน เขาโทรเข้ามาบอกว่าต้องการจะแฟกซ์เรื่องเรื่องหนึ่งให้กับทางสถานีโทรทัศน์ แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นเรื่องอะไร จากนั้นเขาก็หายไป จนเช้าวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ก็ได้ก่อเหตุขึ้น และหลังจากนั้นประมาณชั่วโมงครึ่ง แฟลนาแกนก็ได้โทรศัพท์ไปหาเอบีซีนิวส์เพื่อที่จะแนะนำตัวว่า เขาคือเวสเตอร์ ลี แฟลนาแกน ที่ได้ก่อเหตุยิงนักข่าวและตากล้องไปเมื่อเช้า ตอนนี้ตำรวจกำลังไล่ล่าตามเขาทั่วทุกหนแห่ง จากนั้นเขาก็วางสายไป

         กระทั่งทางสำนักข่าวได้รับแฟ็กซ์เอกสารประกาศเจตนารมณ์จำนวน 23 หน้า โดยลงชื่อว่ามาจาก ไบรซ์ วิลเลียมส์ ซึ่งเอกสารนี้ได้รับหลังจากที่เขาก่อเหตุร้ายแล้ว

         ในที่สุดทางสำนักข่าวได้ส่งเอกสารเหล่านี้แก่เจ้าหน้าที่สืบสวน 

27 ส.ค. 2558เปิดจดหมายช้อคโลก ยิงสด นักข่าว-ตากล้อง

ทวิตเตอร์ของฟลานาแกน โดยใช้ชื่อ  ไบรซ์ วิลเลียนส์ (ภาพจากhttps://www.bbc.co.uk/news/world-us-canada-34044053)

          สำหรับจดหมายดังกล่าว ที่สุดแล้ว สำนักข่าวก็ได้นำมาเปิดเผยต่อสาธารณชน ซึ่ง เวสเตอร์ ลี แฟลนาแกน มือปืนฆ่านักข่าว-ตากล้อง เขียนระบายความคับแค้นไว้ถึง 23 หน้า! 

          และน่าตกใจมาก เมื่อเหตุผลที่เขาทำ เขาระบุว่าเขาก่อเหตุไปเพื่อตอบโต้เหตุหนุ่มผิวขาวกราดยิงคนผิวสีในโบสถ์ชาร์ลสตัน เสียชีวิต 9 ศพ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา!!

          โดยข้อความคัดมาบางส่วนดังนี้

          “ทำไมผมถึงทำแบบนี้รู้ไหม ? ผมเช็กบิลให้กับการก่อเหตุกราดยิงคนผิวสีในโบสถ์ชาร์ลสตัน เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2558 ไง”

          ในจดหมายดังกล่าว แฟลนาแกน ได้อ้างถึง โช ซึงฮุย มือปืนผู้ก่อเหตุกราดยิงสังหารหมู่ที่มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทค เมื่อปี 2550 จนมีผู้เสียชีวิต 33 ราย (รวมทั้งตัวเอง) ด้วยว่า เขาได้รับแรงบันดาลใจจากการก่อเหตุของ โช ซึงฮุย ที่หลังจากก่อเหตุสังหารนักศึกษาที่หอพักไป 2 รายแล้ว โชก็ส่งพัสดุระบายความในใจไปยังสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีนิวส์ ก่อนที่จะไปก่อเหตุสังหารหมู่อีก 30 ศพที่อาคารเรียน แล้วฆ่าตัวตาย

          เอบีซีนิวส์ระบุว่านอกจากจะส่งแฟกซ์ถึงทางเอบีซีนิวส์แล้ว แฟลนาแกนยังส่งจดหมายระบายความในใจไปยังทางการ เพื่อนและครอบครัว เล่าเรื่องราวความคับแค้นใจต่างๆ นานา เป็นต้นว่า เขาเองเคยถูกชายผิวสีและหญิงผิวขาวทำร้าย เขาระบายว่ามันเจ็บปวดเพียงใดที่ต้องถูกทำร้ายเพราะเป็นเกย์และเป็นคนผิวดำ ในชีวิตของเขา เขาต้องเผชิญหน้ากับการแบ่งแยกเชื้อชาติ สีผิว โดนล้อในเรื่องเพศ และถูกรังแกในที่ทำงาน

27 ส.ค. 2558เปิดจดหมายช้อคโลก ยิงสด นักข่าว-ตากล้อง

ภาพจาก https://www.georgianewsday.com/news/national/355089-vester-flanagan-what-we-know-about-the-virginia-television-gunman.html

          ในการทำงานกับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น WDBJ7 แฟลนาแกนได้เล่าว่า เขาต้องเผชิญกับการเหยียดสีผิวอย่างร้ายแรงระหว่างทำงานในสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ เพื่อนร่วมงานกลั่นแกล้งเขาด้วยการฟ้องฝ่ายบุคคลทั้งที่ทำงานกับเขาแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แถมผู้บริหารก็ยังบอกให้พนักงานจับตาเขาและอัดวิดีโอไว้เลยหากพบว่าทำอะไรผิดปกติ ไม่เพียงแค่นั้น หลังจากที่ออกจากสถานีโทรทัศน์แห่งนี้แล้ว เขาก็ได้รับการเสนองานจากสถานีโทรทัศน์อีกแห่งในเพนซิลเวเนีย แต่ทาง WDBJ7 ก็ตามไปเป่าหูสถานีโทรทัศน์ในเพนซิลเวเนียให้ยกเลิกข้อเสนอนั้นกับเขา ในที่สุดเขาก็ไม่มีที่ยืนที่ไหนเลย

          “ใช่ มันอาจจะฟังเหมือนผมโมโห ผมโมโหนั่นแหละ และผมมีสิทธิ์ที่จะโมโห แต่เมื่อผมจากโลกนี้ไป อารมณ์เดียวที่ผมต้องการคือความสงบสุขเท่านั้น” ข้อความจากแฟลนาแกน ระบุ

          ทั้งนี้ สำหรับเหตุการณ์กราดยิงคนผิวสีในโบสถ์ชาร์ลสตัน ที่แฟลนาแกนระบุว่าเป็นเหตุกระตุ้นสำคัญที่ทำให้เขาก่อเหตุแก้แค้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา ดีแลนน์ รูฟ มือปืนวัย 22 ปี ได้เข้าร่วมงานศึกษาพระคัมภีร์ที่โบสถ์แอฟริกัน-อเมริกัน (คนอเมริกันผิวสี) ในเมืองชาร์ลสตัน รัฐเซาท์แคโรไลนา แต่ระหว่างร่วมงานนั้น เขาได้ลุกขึ้นมาก่อเหตุกราดยิงผู้คนเสียชีวิตไป 9 ราย บาดเจ็บอีก 3 ราย พร้อมกับไว้ชีวิตหญิงรายหนึ่งเอาไว้เพื่อฝากให้เธอได้มาบอกเล่ากับชาวอเมริกันว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น สร้างความสลดใจให้กับชาวอเมริกันทั้งประเทศ

          ต่อมา ดีแลนน์ รูฟ ถูกแฉว่าเขาเกลียดชังคนผิวสีเข้าไส้ จากการสอบสวนพบนายรูฟมีแนวคิดแบ่งแยกเชื้อชาติ เพราะเกลียดชังชาวแอฟริกัน-อเมริกัน ซึ่งเป็นคนผิวสี จึงก่อเหตุที่โบสถ์ของชาวแอฟริกัน-อเมริกันดังกล่าว

          นี่จึงเป็นอีกข่าวเศร้าที่สะท้อนว่า ความคับแค้นใจจากการถูกเหยียดสีผิว ยังคงมีอยู่บนโลกใบนี้ แต่ทางออกของปัญหาที่เขาเลือกใช้กลับยิ่งทำให้เรื่องราวเลวร้ายลงกว่าเดิมหรือไม่


เปิดอ่าน