9 ส.ค.2551 โรคร้ายคร่าชีวิต "ยอดรัก สลักใจ"

เขาปฏิเสธที่จะยืดชีวิตอีกต่อไป ไม่ว่าด้วยการปั๊มหัวใจ ใช้กระแสไฟฟ้าช็อร์ต หรือเจาะคอใส่ท่อช่วยหายใจ แม้ว่าชีพจรจะเต้นต่ำลง ก็จะไม่ให้มีการกระทำใดๆ อีก

          ช่วงหลายปีก่อน ทันทีที่คนไทยได้ทราบข่าวร้ายว่า ยอดรัก สลักใจ ซูเปอร์สตาร์ลูกทุ่งขวัญใจคนไทย ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งตับ หลายคนก็ใจไม่ดีแล้ว เพราะโรคนี้คือโรคร้ายที่น่ากลัวมากที่สุดโรคหนึ่ง

          และความน่ากลัวนี่ก็เกิดเป็นจริง เมื่อเวลาผ่านไปหลังจากนั้นเพียงปีเดียว ที่สุดวันที่ 9 .. 2551 มันก็ได้คร่าชีวิตดาวดวงนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับในวัยเพียง 52 ปี

          นับจนถึงวันนี้ก็ครบ 10 ปีเต็มแล้ว ที่ยอดรัก สลักใจ ได้ไปขับกล่อมบทเพลงอยู่บนสรวงสวรรค์ โอกาสนี้ วันนี้ในอดีตจึงขอรำลึกถึงผู้ชายหน้ายิ้มแสนใจดีคนนี้อีกครั้ง ด้วยการนำเรื่องราวประวัติและผลงานของเขามาเล่าสู่กันฟัง

9 ส.ค.2551  โรคร้ายคร่าชีวิต "ยอดรัก สลักใจ"

          ยอดรัก สลักใจ มีชื่อจริงว่า สิบตำรวจโท นิพนธ์ ไพรวัลย์ เกิดวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ..2499 ที่ตำบลงิ้วราย อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร เป็นบุตรของ บุญธรรม และ บ่าย ไพรวัลย์ มีพี่น้อง 8 คน ชาย 7 คน หญิง 1 คน โดยยอดรักเป็นคนสุดท้อง

          นิพนธ์ ไพรวัลย์ หรือ “แอ๊ว” เรียนประถมที่บ้านเกิด โรงเรียนบ้านหาดแตงโม อ.ตะพานหิน แต่ครอบครัวค่อนข้างลำบาก เมื่อพ่อของเขาตายจากไปตั้งแต่แอ๊วอายุเพียง 7 ขวบ

          สุดท้ายแม่ จึงต้องหอบเอาลูกทั้ง 8 ออกเร่ร่อนร้องเพลงที่บาร์รำวง ได้เงินคืนละ 5-10 บาท (ประมาณ 35-70 บาทในปัจจุบัน)

          เงินที่ได้มา ก็หาซื้อหนังสือมาอ่านเอง และเรียนด้วยตนเอง จนกระทั่งได้เรียนที่โรงเรียนถาวรวิทยา อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ โดยเรียนการศึกษาผู้ใหญ่ และสอบเทียบจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

          จะว่าไปในเส้นทางการศึกษาของ ยอดรัก สลักใจ หรือ นิพนธ์ ไพรวัลย์ ก็ถือว่าเขาไม่เคยละเลย เพราะนอกจากเขาเคยเข้าเรียนที่โรงเรียนพลตำรวจบางเขน ช่วงปี 2534 จากนั้นก็ศึกษาต่อจนกระทั่งปี 2537 เขาได้รับปริญญาครุศาสตร์บัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ศศ..) สาขาศิลปศาสตร์ สายดนตรีและศิลปะ การแสดง วิทยาลัยครูธนบุรี

          แต่หากถามถึงเส้นทางสายอาชีพนักร้อง โลดแล่นอยู่ในแสงสีบันเทิงไทย ต้องบอกเลยว่า เขาเกิดมาเพื่อสิ่งนี้!

          และถ้าจะนับ ก็คงต้องว่ากันตั้งแต่วัยเด็กที่เขาต้องเลิกเรียนกลางคัน เพื่อหาเงินจุนเจือครอบครัว โดยบังเอิญว่า มีคณะรำวง "เกตุน้อยวัฒนามาเล่นที่ จ.พิจิตร แอ๊วจึงไปสมัครร้องเพลง และเชียร์รำวง โดยหลังเลิกก็จะได้เงินครั้งละ 5-10บาท

          เมื่อเก่งขึ้น จึงได้เข้าไปร้องเพลงตามห้องอาหารย่าน ตาคลี จ.นครสวรรค์ โดยมักใช้เพลงของนักร้องลูกทุ่งคนดังในยุคนั้น เช่น ไพรวัลย์ ลูกเพชร, ชาย เมืองสิงห์, สุรพล สมบัติเจริญ,ไวพจน์ เพชรสุพรรณ

          และแล้ววันหนึ่ง “เด็ดดวง ดอกรัก” นักจัดรายการดังสถานีวิทยุ ท..04 ตาคลี ไปได้ยินเสียงของเขาเข้าขณะร้องเพลง ใต้เงาอโศกของ ไพรวัลย์ ลูกเพชร ที่ห้องอาหารแห่งหนึ่ง

          ปรากฏว่า ก็เกิดความประทับ จึงได้มีการชักชวนเข้าสู่วงการ ตั้งชื่อใหม่ให้ว่า “ยอดรัก ลูกพิจิตร” และได้บันทึกแผ่นเสียง7 เพลงที่ อาจารย์ชลธี ธารทอง เป็นผู้แต่ง คือ สงกรานต์บ้านทุ่ง,น้ำสังข์ น้ำตา, เต่ามองดวงจันทร์, คนบ้านนอก, จากใต้ถึงอีสาน, รักสาวมอญ, รักสาวไกลบ้าน

          ทั้งยังได้นำ ยอดรัก ลูกพิจิตร มาฝากกับ .ชลธี ธารทอง จนกระทั่งวันหนึ่งเกิดสงครามทางชายแดนขึ้น ในปี พ..2518 .ชลธี ธารทอง จึงแต่งเพลง จดหมายจากแนวหน้า เพื่อส่งกำลังใจไปยังทหารกล้าทั้งหลาย และให้ยอดรักเป็นผู้ขับร้อง ในปลายปี2518 ทั้งยังได้ อ.ชวนชัย ฉิมพะวงศ์ เปลี่ยนนามสกุลให้ จาก ยอดรัก ลูกพิจิตร มาเป็น"ยอดรัก สลักใจ"

9 ส.ค.2551  โรคร้ายคร่าชีวิต "ยอดรัก สลักใจ"

          ต่อมาปี 2519 วงดนตรียอดรักสลักใจ เริ่มก่อตั้งขึ้น โดยมี เด็ดดวง ดอกรัก เป็นผู้จัดการวง โด่งดังจนเป็นวงดนตรีที่ครองแชมป์รายได้ 3 ปีซ้อน

          ต่อมา ช่วงปี 2534 ที่ยอดรัก ทำวงกับ “พนม นพพร” ในยุคของเพลงชุด โกลเด้นท์ซอง"เช่น เอาแน่, อยู่กับยาย, ยิ้มให้คุณ ยอดรักเข้าโรงเรียนพลตำรวจบางเขน และศึกษาต่อจนกระทั่งปี พ.. 2537 ได้ปริญญาครุศาตร์บัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ศศ..) สาขาศิลปศาสตร์ สายดนตรีและศิลปะ การแสดง วิทยาลัยครูธนบุรี สหวิทยาลัย

          ขณะที่ยังผลงานทางการแสดงอีกมากมาย เช่นละคร"ล่องเรือหารัก" ทำให้เพลง "ล่องเรือหารัก" โด่งดัง เป็นเพลงอมตะมาจนทุกวันนี้ ซึ่งผู้ประพันธ์เพลง ก็ไมใช่ใครที่ไหน แต่เป็นศิลปินแห่งชาติอยา่ง อ. ชลธี ธารทอง นั่นเอง โดยเพลงนี้ “สุริยัน ส่องแสง” นักร้องลูกทุ่งที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นผู้ร้องเป็นต้นฉบับ

          และยังมีละครเรื่องอื่นๆ อีกมากมายเช่น "มนต์รักลูกทุ่ง" ฉบับ ศรัณยู วงษ์กระจ่าง กับ "น้ำผึ้ง" ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์, สวรรค์บ้านทุ่ง, สุรพล (คนจริง) สมบัติเจริญ, อะเมซิ่งโคกเจริญ และ มนต์รักแม่น้ำมูล

          ส่วนการแสดงภาพยนตร์ ยอดรักก็มีผลงานทิ้งไว้มากมายเช่นเดียวกัน โดยเรื่องแรกที่แสดงนั้น ช่วงปี 2523 คือ "เรือเพลง" แสดงคู่กับ วาสนา สิทธิเวช, "สงครามเพลง" เข้าฉายปี 2526 แสดงคู่กับ พุ่มพวง ดวงจันทร์ โดย ฉลอง ภักดีวิจิตร, สงครามเพลงแผน 2 ในปี 2533 โดย ยอดรัก แสดงคู่กับ สุนารี ราชสีมา

9 ส.ค.2551  โรคร้ายคร่าชีวิต "ยอดรัก สลักใจ"  9 ส.ค.2551  โรคร้ายคร่าชีวิต "ยอดรัก สลักใจ"

เครดิตภาพจาก ผู้ใช้ชื่อ คนหยังเขียด ในเวบไซต์ www.pantip.com

          นอกเหนือจากนี้ยังมีภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ อีกมากมาย เล่าไม่ หมด! โดยภาพยนตร์ส่วนใหญ่ที่ยอดรัก แสดงนั้น แทบทั้งหมดจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเพลงทั้งสิ้น

          และต้องนับว่า ยอดรัก สลักใจเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตขั้นสูงสุด ผลงานเพลงของยอดรักได้รับรางวัลเกียรติยศจำนวนมาก

9 ส.ค.2551  โรคร้ายคร่าชีวิต "ยอดรัก สลักใจ"

          แต่แล้วโชคชะตา ช่วงปี 2550 ยอดรักเริ่มมีอาการเจ็บป่วยในช่องท้อง จนเริ่มก่อตัวเป็นโรคมะเร็ง ส่งผลให้เขาต้องเข้าทำการรักษาเรื่อยมา

          แต่ภายหลัง ข่าวระบุว่าเขาไม่ยอมรับการรักษาใดๆ อีก และไม่ต้องทำการช่วยชีวิตแม้อาการจะทรุดหนักก็ตาม ซึ่งชัดเจนว่า ยอดรัก สลักใจ ถือเป็นผู้หนึ่งที่ยอมรับความจริง เขาไม่เคยตีโพยตีพายในชะตากรรม

          ว่ากันว่า พี่แอ๊วของพวกเรา ยังกล่าวในแง่บวกว่า “โชคดีเสียอีกที่รู้วันตายของตัวเอง เพราะมีคนจำนวนมากที่ไม่รู้ว่าจะต้องตายเมื่อใด”

9 ส.ค.2551  โรคร้ายคร่าชีวิต "ยอดรัก สลักใจ"

          แต่ยอดรัก ก็ได้พยายามที่จะใช้การรักษาในวิธีธรรมชาติ ด้วยสมุนไพรมาประกอบการแพทย์แผนใหม่ เพราะเคยใช้วิธีเคมีบำบัด แต่แพ้หนัก ทนผลข้างเคียงไม่ไหว จนเมื่ออาการใกล้ขั้นวิกฤต และได้รู้ว่ามะเร็งลุกลามอย่างหนักเกินกว่าจะเยียวยาได้แล้ว ยอดรักและครอบครัวได้ตัดสินใจที่จะไม่รับการรักษาใดๆ

          ข่าวระบุว่าเขาปฏิเสธที่จะยืดชีวิตอีกต่อไป ไม่ว่าด้วยการปั๊มหัวใจ ใช้กระแสไฟฟ้าช็อร์ต หรือเจาะคอใส่ท่อช่วยหายใจ แม้ว่าชีพจรจะเต้นต่ำลง ก็จะไม่ให้มีการกระทำใดๆ อีก หากแต่ให้เยียวยาตามอาการเท่านั้น ดังนั้นจึงมีการนำยอดรักออกจากห้องไอซียูเพื่อใช้เวลาช่วงสุดท้ายกับครอบครัวที่ห้องผู้ป่วย

          และแล้ววันที่ 9 ..2551 เขาได้จากโลกนี้ไปท่ามกลางครอบครัวและญาติมิตรที่มาบอกลาเขาเป็นครั้งสุดท้าย

          โดยพิธีศพของยอดรักได้จัดขึ้นไว้ ณ ที่วัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม และ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จไปในการพระราชทานเพลิงศพ ที่วัดหาดแตงโม อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร

          คิดถึงพี่แอ๊ว ยอดรัก สลักใจ พระเอกลูกทุ่งไทยตลอดกาล

//////////

ขอบคุณข้อมูลจาก

วิกิพีเดีย

http://www.kroobannok.com/2126


เปิดอ่าน