7 ส.ค.2419 รู้จัก "มาตา ฮารี" จารชนคนสองหน้า ผู้เร่าร้อน!

เธอมีความผิดต้องโทษประหารชีวิต จากโทษฐานที่เธอขายความลับให้กับพวกเยอรมัน ทำให้ฝรั่งเศสต้องเสียท่า และยังถูกตราหน้าว่าเธอคือจารชนรหัส "H21"

          วันนี้มาทำความรู้จักกับเรื่องราวของสตรีผู้ที่โลกจดจารึกว่าเป็นอีกคนหนึ่งที่ชีวิตของเธอนั้นไม่ธรรมดา

          เธอคือ “มาตา ฮารี” ผู้หญิงที่ยังคงทิ้งปริศนาไว้แก่ชาวโลกว่า แท้ที่จริงแล้วเธอคือใครกันแน่ ระหว่าง สายลับสุดเซ็กซี่ หรือก็แค่สตรีธรรมดาผู้มีอาชีพเป็นนักระบำเปลื้องผ้า ก็เท่านั้น

          และวันนี้เมื่อ 142 ปีก่อน หรือตรงกับวันที่ 7 ..2419 คือวันที่เธอถือกำเนิดขึ้น

          “มาตา ฮารี” เป็นชาวฮอลันดา (ฮอลแลนด์ หรือ เนเธอร์แลนด์ในปัจจุบัน) ครอบครัวของเธอมีบ้านอยู่ใกล้กับชายแดนเยอรมนี

          มาตา ฮารี เกิดในครอบครัวช่างทำหมวกมีอันจะกิน เดิมมีชื่อว่า มากาเรธา เกียร์ทรูดา เซลล์ แต่แล้วหลังพ่อของเธอสิ้นเนื้อประดาตัว เพราะนำเงินไปเล่นหุ้นน้ำมันจนหมด พ่อแม่ของเธอจึงแยกทางกัน

        เด็กหญิงน้อย แทนที่จะมีชีวิตที่สดใสอย่างที่ควรจะเป็น นอกจากจะเจอกับสภาพของครอบครัวที่แตกแยก ล่มสลายแล้ว แม่ของเธอยังตายจากตั้งแต่เธออายุเพียง 14 ปี เท่านั้น

          วันวานผ่านไปจนเมื่ออายุได้ 18 ปี สาวน้อยมาตา ฮารี ไปเจอประกาศหาคู่ในหนังสือพิมพ์ โดยฝ่ายชายเป็นนายทหารแม้อายุจะห่างกันคราวพ่อ แต่ รูดอล์ฟ แมคลาว เชื้อสายสก็อต กับวัย 39 ปี ผู้เป็นนายทหารแห่งกองทัพอาณานิคมดัตช์ ที่ประจำอยู่ที่เกาะชวา ก็ไม่ได้แก่เกินไปที่จะมีเมียสาว

          ปรากฏว่า ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใด มาตา ฮารี แค่ลองสมัครไปเล่นๆ แต่ปรากฏว่านายทหารคนนี้เล่นด้วยสุดท้ายพวกเขาได้แต่งงานกัน

          การแต่งงานทำให้ มาตา ฮารี หรือ “เกรธา” ชื่อเดิมที่ยังคงใช้อยู่เวลานั้น ได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาก

          หลายคนอาจโล่งใจว่า ในที่สุดเธอก็ได้มีความสุขในชีวิตเสียที แต่ชีวิตมักเล่นตลกกับเราเสมอ เพราะเมื่อทั้งคู่ย้ายไปใช้ชีวิตร่วมกันที่ชวา อาณานิคมของฮอลันดาสมัยนั้น ใน 1895 หรือ พ.. 2438 โดยมีลูกชายด้วยกัน 1 คน เกรธา เกิดสนใจที่จะใช้เวลาว่างในการฝึกฝนการเต้นระบำแบบพื้นเมืองชวา จนที่สุดก็พบว่าเป็นความถนัด จนกลายเป็นความสามารถติดตัวที่สร้างชื่อให้เธอในภายหลัง

7 ส.ค.2419  รู้จัก "มาตา ฮารี"  จารชนคนสองหน้า ผู้เร่าร้อน!

          ตามข้อมูลหลายแหล่งยังเล่าตรงกันโดยไม่มีข้อมูลยืนยันว่าจริงหรือไม่ โดยระบุว่า สองผัวเมีย หาลำไพ่พิเศษด้วยการหลอกรีดไถเงินจากเหยื่อ ซึ่งเกรธา ใช้ลีลายั่วสวาทให้เข้ามาหลงกล จากนั้นฝ่ายสามีจะเข้ามาทำทีว่าจับได้ และต้องการที่จะเอาเรื่อง ทำให้เหยื่อต้องยอมควักสตางค์ให้ไป

          ดังนั้น จึงพูดได้เลยว่า ชีวิตของเกรธาหลังจากนั้น ไม่น่าจะดีอย่างที่คาดการณ็กันไว้ เพราะบ้างก็ว่า เธอถูกสามีทำร้ายร่างกาย เพราะหึงหวงที่เกรธาผู้ทรงเสน่ห์มักมีหนุ่มๆ มาติดพัน ทำให้ทั้งคู่มักทะเลาะกันอย่างรุนแรงเสมอ

          นอกจากนี้ ยังว่ากันว่าเกรธานั้น ยังเคยติดเชื้อซิฟิลิสจากสามี ซึ่งประชดเธอด้วยการไปมีสัมพันธ์กับผู้หญิงนอกบ้าน และโรคร้ายยังส่งผลไปยังลูกๆ ของเธอทั้ง นอร์แมน ลูกชายคนโต และนอน ลูกสาวที่เพิ่งเกิดมาภายหลัง โดยพวกเขาเกิดป่วยหนักอย่างหาสาเหตุไม่ได้ โดยที่สุด นอร์แมนเสียชีวิต เหลือเพียงบุตรสาวที่รอดตายมาได้แบบหวุดหวิด

          สุดท้ายทั้งคู่ ได้เดินทางกลับฮอลันดาช่วงปี พ.. 2445 แต่ได้แยกกันอยู่ในที่สุด เกรธาในวันที่กลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ตัดสินใจย้ายไปหางานทำที่กรุงปารีสในปี พ.. 2448

          และแน่นอน อาชีพที่เธอสามารถทำได้ คือการเป็นนักเต้นระบำแบบตะวันออก โดยใช้ชื่อในวงการว่า “คุณหญิงแมคลาว” ก่อนเปลี่ยนไปใช้ชื่อ “มาตา ฮารี” ภาษามาเลย์ ที่หมายถึงแสงสว่างของดวงอาทิตย์ และที่สุด ชื่อของ มาตา ฮารี กลายเป็นชื่อที่น้อยคนจะไม่รู้จัก ด้วยลีลาการระบำที่แปลกตาสำหรับชาวยุโรปในยุคนั้น บวกกับชุดระบำที่มีสีสันลวดลายระยิบระยับงดงามน่าหลงใหลยิ่ง แถมยังเต้นด้วยท่วงท่ายั่วยวน และพร้อมที่จะแสดงเนื้อหนังอันเปลือยเปล่าได้อย่างไม่เกรงใจสายตาผู้คน

7 ส.ค.2419  รู้จัก "มาตา ฮารี"  จารชนคนสองหน้า ผู้เร่าร้อน!

ภาพจาก https://www.silpa-mag.com/club/art-and-culture/article_5515

          ที่สุดในปี 2449 ขณะที่ชีวิตคู่ของ “มาตา ฮารี” พังพินลง เพราะเธอได้หย่าขาดกับสามีอย่างเป็นทางการ แต่ชีวิตนางระบำของเธอกลับโดดเด่น มีชื่อเสียงยิ่งขึ้นทุกวัน

          แต่ชีวิตมีขึ้นย่อมมีลง อาชีพนักเต้นย่อมจบลงเมื่ออายุมากขึ้น ว่ากันว่าหลังจากนั้น มาตา ฮารี เปลี่ยนไปเป็นนางบำเรอให้กับชนชั้นสูง ทั้งนักการเมือง และนายทหารมากหน้าหลายตา และหลายเชื้อชาติ

        แต่ใครกันจะคาดคิดว่า เพียงเพื่อความอยู่รอด เธอกลับถูกต้องสงสัยว่า การที่คลุกคลีอยู่กับผู้คนในกลุ่มที่มีอำนาจทางการเมืองและการทหาร กระทั่งยังเดินทางเข้าออกหลายประเทศ นั้นเพราะเธอเป็นสปาย!!

          แต่ดูเหมือนว่า ข้อมูลหลายแหล่งจะระบุคล้ายๆ กันว่า เธอต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานลับๆ เพียงเพื่อต้องการยังชีพและช่วยคนรักท่านั้น

7 ส.ค.2419  รู้จัก "มาตา ฮารี"  จารชนคนสองหน้า ผู้เร่าร้อน!

มาตา ฮารี เมื่อถูกจับกุมตัวในปี 1917 ภาพจาก  https://www.silpa-mag.com/club/art-and-culture/article_5515

          กล่าวคือ ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 มาตา ฮารี ขณะที่พำยักอยู่ในเยอรมนี แต่เมื่อเธอเดินทางไปยังฝรั่งเศสเยอรมนีก็ยึดทรัพย์สินทั้งหมดของเธอ  จากนั้นเธอจึงเดินทางกลับไปฮอลันดา ฝ่ายข่าวกรองของเยอรมนีได้ขอให้เธอเดินทางไปยังฝรั่งเศสในฐานะสายลับแลกกับเงิน 5 หมื่นฟรังซ์ ซึ่งภายหลังเธออ้างว่าเธอรับปากก็เพื่อชดเชยกับทรัพย์สินที่ถูกพวกเยอรมันปล้นไป โดยไม่มีเจตนาที่จะช่วยเหลือพวกเยอรมันแต่อย่างใด

          ต่อมา ขณะที่อยู่ในปารีส เธอรักกับ วาคิม มาสลอฟ นักบินรัสเซียที่ประจำการในกองทัพฝรั่งเศส หากทว่ามาสลอฟ ได้รับบาดเจ็บจนตาบอด มาตา ฮารี ซึ่งต้องการไปเยี่ยมคนรักของเธอที่รักษาตัวอยู่ในแนวหน้า แต่ฝ่ายข่าวกรองฝรั่งเศสได้ยื่นเงื่อนไขกับเธอว่า เธอจะต้องเป็นสายลับให้กับฝรั่งเศสเพื่อล้วงความลับจากเยอรมนีเธอจึงจะมีสิทธิได้เยี่ยมคนรัก โดยเสนอค่าตอบแทนอีกต่างหาก 1 ล้านฟรังซ์

          แน่นอนที่ มาตา ฮารี จะยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวด้วยหวังจะได้เริ่มชีวิตใหม่กับคนรักใหม่

          แต่แล้วขณะที่เธอทำงานลับๆ นี่โดยต้องมีความสัมพันธ์กับนายทหารและชนชั้นนำหลากหลาย ปรากว่าช่วงปีพ.. 2460 เธอถูกทางการฝรั่งเศส จับกุมตัว และถูกพิจารณคดีเป็นการลับ

          กระทั่งศาลตัดสินให้เธอมีความผิดต้องโทษประหารชีวิต โทษฐานที่เธอขายความลับให้กับพวกเยอรมันทำให้ฝรั่งเศสต้องเสียท่า และยังถูกตราหน้าว่าเธอคือจารชนรหัส “H21”

          มาตา ฮารี ถูกประหารชีวิตในวันที่ 15 ตุลาคม 2460 ว่ากันว่า ในวาระสุดท้ายของหญิงวัย 41 มาตา ฮารี ขอให้เพชฌฆาตไม่ต้องปิดตาของเธอขณะลั่นไก เธอหมดลมที่ลานแห่งหนึ่งชานกรุงปารีสของฝรั่งเศส ในขณะนั้นแทบไม่มีใครรู้จักว่าเธอคือใครด้วยซ้ำ!!

7 ส.ค.2419  รู้จัก "มาตา ฮารี"  จารชนคนสองหน้า ผู้เร่าร้อน!

การประหารชีวิต มาตา ฮารี 

          แน่นอน เรื่องราวของเธอได้ทิ้งปริศนานับแต่วันนั้น มาจนทุกวันนี้ว่าเธอคือใครกันแน่

          นอกเหนือจากข้อมูลที่ทางการฝรั่งเศส เพิ่งเปิดเผยเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมาว่า ซึ่งเป็นบันทึกการสอบสวนมาตา ฮารีในการสอบปากคำเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2460 เธอยอมรับสารภาพว่าเป็นสายลับให้เยอรมนีจริง แต่เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1915 ครั้งที่เธออยู่ในกรุงเฮกและไม่สามารถเดินทางกลับกรุงปารีสตามที่ต้องการได้ กงสุลเยอรมันผู้หนึ่งได้เสนอตัวเข้าช่วยเหลือ แต่ก็ขอให้เธอให้ข้อมูลบางอย่างกับเขาเป็นครั้งคราวด้วย

          ในการให้ปากคำดังกล่าวเธอยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาจะช่วยเหลือเยอรมนีจริง ๆ แต่แค่ตกปากรับคำไปเพราะต้องการเงินก้อนหนึ่งเพื่อใช้หนีกลับกรุงปารีสเท่านั้น เธอสาบานว่าจงรักภักดีต่อฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่งพิสูจน์ได้จากการที่เธอช่วยสืบความลับให้ฝรั่งเศสหลายครั้ง แต่น่าเสียดายว่า คำให้การนี้เป็นหลักฐานมัดตัวเธอเอง จนทำให้ต้องโทษประหารในที่สุด

          หลัง มาตา ฮารี เสียชีวิต โรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่งในกรุงปารีส ได้นำร่างของเธอไปใช้ในการเรียนการสอนกายวิภาค เพราะไม่มีญาตมาติดต่อขอรับศพ ว่ากันว่าศีรษะของเธอถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ทางการแพทย์ แต่ภายหลังจากนัน้หลายปีศีรษะนั้นได้หายไป โดยสันนิษฐานกันว่าอาจถูกขโมยลักเอาไป

/////////////

อ้างอิง:

1. “Mata Hari”. Encyclopedia Britannica.

2. “Seduced by the Memory of Mata Hari”. The Independent.

3. “Mother, Dancer, Wife, Spy: the Real Mata Hari”. The Guardian.

4. “Mata Hari”. Mashable. <http://mashable.com/2016/04/01/mata-hari/>

5.https://www.secnia.go.th/

6.https://www.silpa-mag.com/club/art-and-culture/article_5515


เปิดอ่าน