11 ก.ค.2552 ฆาตกรรมอำพราง?"อาร์ตูโร กัตติ" แชมป์โลกจูเนียร์

หลายคนพุ่งปมการตายไปที่การฆาตกรรมอำพรางจากน้ำมือของเมียรัก!! แต่

                ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้กีฬาพันธุ์หมัด จะรู้กันดีว่า “อาร์ตูโร่ กัตติ” ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในมวยไฟเตอร์ที่เร้าใจ และน่าตื่นเต้นที่สุดในรุ่นของเขา เขาแขวนนวมเมื่อปี 2550 ด้วยสถิติการชก ชนะ 40 แพ้ 9 โดยชนะน็อคถึง 31 ครั้ง

                และยังได้ชื่อว่าเป็นนักมวยที่เดินหน้าเข้าใส่คู่ต่อสู้แบบไม่หวาดหวั่น ทั้งยังคางแข็ง โดยได้ครองเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นจูเนียร์ เวลเทอร์เวจ เมื่อปี 2538 จากการโค่น เทรซี่ แฮร์ริส แพ็ตเตอร์สัน ที่แอตแลนติก ซิตี้

11 ก.ค.2552  ฆาตกรรมอำพราง?"อาร์ตูโร กัตติ" แชมป์โลกจูเนียร์

ภาพจาก www.thesweetscience.com/feature-articles/16726-arturo-gattis-greatness-is-in-eye-of-the-beholder              

                แต่น่าเศร้าใจที่หลังแขวนนวมได้เพียงไม่นาน เขากลับต้องมาพบเป็นศพแขวนคอตาย ขณะอายุเพียง 37 ปีเท่านั้น โดยโศกนาฏกรรมนี้เกิดขึ้นในวันนี้ของ 9 ปีก่อน โดยยังมีสิ่งที่ต้องสะเทือนใจมากขึ้นไปอีก เมื่อหลายคนพุ่งปมการตายไปที่การฆาตกรรมอำพรางจากน้ำมือของเมียรัก!!

                ย้อนประวัติ อาร์ตูโร กัตติ จากวิกิพีเดีย เพื่อเป็นการรำลึกถึงกันพอสังเขป

                อาร์ตูโร กัตติ (อังกฤษ: เกิดเมื่อวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 1972 หรือปี พ.ศ. 2515 ที่เมืองคาสสิโน ในแคว้นลาซีโอ ประเทศอิตาลี ชกมวยครั้งแรกในแบบสมัครเล่นเมื่อปี ค.ศ. 1991 หรือ ปี พ.ศ. 2535 ขณะที่มีอายุได้ 19 ปี จากนั้นได้ติดทีมชาติแคนาดาในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน เมื่อปี พ.ศ.2536

                ต่อมากัตติ ได้ขึ้นชกมวยสากลแบบอาชีพทันที ลังจบการแข่งขันครั้งนั้น ด้วยการเอาชนะน็อกคู่แข่งขันเมื่อยกที่ 3 ในปี พ.ศ.2538 ได้ตำแหน่งแชมป์โลกครั้งแรกในรุ่นจูเนียร์ไลท์เวทของสหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) ด้วยการเอาชนะคะแนน เทรซี แฮร์ริส แพตเตอร์สัน นักมวยชาวอเมริกัน ผู้เป็นบุตรบุญธรรมของ ฟลอยด์ แพตเตอร์สัน อดีตแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวทชื่อดัง

11 ก.ค.2552  ฆาตกรรมอำพราง?"อาร์ตูโร กัตติ" แชมป์โลกจูเนียร์

                จากนั้นในปี พ.ศ.2541 กัตติ ได้เลื่อนรุ่นขึ้นมาชกในรุ่นไลท์เวท และในปี 2543 ได้เลื่อนขึ้นมาชกถึงในรุ่นเวลเตอร์เวท โดยพบกับ ออสการ์ เดอ ลา โฮยา นักมวยระดับซูเปอร์สตาร์ แต่เป็นฝ่ายแพ้น็อกไปในยกที่ 5

                กระทั่งในปี พ.ศ.2547 กัตติได้ลดลงไปชกในรุ่นซูเปอร์ไลท์เวทแทน และสามารถคว้าแชมป์โลกของสภามวยโลก (WBC) มาได้ เมื่อเอาชนะคะแนน 12 ยก จิอันลูกา บลังโก นักมวยชาวอิตาเลียนไปได้ แต่ป้องกันตำแหน่งเอาไว้ได้แค่ 2 ครั้งเท่านั้น ก็เป็นฝ่ายแพ้ทีเคโอไปในยกที่ 6 ต่อ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ไปในปี 2548

                ต่อมาในปี 2549 ได้เลื่อนขึ้นไปชกในรุ่นเวลเตอร์เวทอีกครั้ง และสามารถคว้าแชมป์โลกของสถาบันสมาคมมวยนานาชาติ (IBA) ซึ่งเป็นสถาบันขนาดเล็กมาได้ ด้วยการเอาชนะน็อกในยกที่ 11 ต่อ โทมัส เดมการ์ด นักมวยชาวเดนมาร์ก จากนั้นก็ได้ชกรวมแชมป์โลกในรุ่นนี้กับแชมป์โลกของสมาคมมวยโลก (WBA) กับ คาร์ลอส บัลโดเมียร์ นักมวยชาวอาร์เจนตินา แต่เป็นฝ่ายแพ้ทีเคโอไปในยกที่ 9 ในปีเดียวกัน และจากนั้นกัตติก็ขึ้นชกอีกหนึ่งครั้งและเป็นฝ่ายแพ้ทีเคโอไปอีกในยกที่ 7           

                ที่สุด ในปี 2551 (บางแหล่งระบุว่าเป็น 2550) จึงประกาศแขวนนวมอย่างเป็นทางการ

                อย่างที่เกริ่นไปว่า อาร์ตูโร กัตติ เป็นนักมวยที่ชกในแบบไฟเตอร์ ลุยชกแบบไม่ถอยหลัง เอาตัวเข้าแลกหมัด ยอมเจ็บ ไม่ยอมอาย ผลการชกจึงมักออกมาเป็นฝ่ายแพ้ หรือไม่ก็ชนะน็อกกันเด็ดขาดไปเลย โดยแม้จะเป็นนักมวยรูปร่างเล็ก แต่เป็นนักมวยที่มีพลังหมัดหนัก รวดเร็ว และทรหดอดทน

                ในระหว่างที่ชกมวยอยู่นั้น กัตตินับได้ว่าเป็นนักมวยที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง เคยปะทะกับนักมวยชื่อดังร่วมรุ่นและสมัยเดียวกันจำนวนมาก ทั้ง ออสการ์ เดอ ลา โฮยา, ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์, แองเจิล มันเฟรดี, เจสซี เจมส์ เลฮา, มิคกี วอร์ด, เทอร์รอน มิลเลทท์, อีวาน โรบินสัน ซึ่งครอบครัวของกัตติยังได้สนิทสนมกับ อาร์เซลิโน เฟรย์ตัส อดีตยอดนักมวยชื่อดังชาวบราซิลอีกด้วย

                แต่น่าแปลกที่คนซึ่งแข็งแกร่งอย่างเขา ผู้เป็นสุดยอดนักชก เจ้าของฉายา "ธันเดอร์" กลับตัดสินใจแขวนคอตาย เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2552 ที่ประเทศบราซิล ในโรงแรมที่พักโดยใช้สายกระเป๋าหนังของอแมนดา ภรรยา รัดคอตัวเอง

                โดยเวลานั้นเขาไปพักร้อนกับ ภรรยา และ ลูกชาย ทางตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล ซึ่งทีมสืบสวนท้องถิ่นสรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตาย เนื่องจากปัญหาติดเหล้าและเครียดจากชีวิตแต่งงานที่ล้มเหลว จนนำสายกระเป๋าหนังของภรรยามาแขวนคอตัวเอง ขณะที่ ภรรยาและลูกนอนหลับอยู่บนชั้นบนของที่พัก

                ทั้งนี้ ภรรยาของเขาชื่อ “อแมนดา โรดริเกซ” ที่อยู่กินกันมาจนมีบุตรชายด้วยกัน 1 คน โดยเธอเป็นผู้ไปพบศพ ซึ่งในตอนแรกรูปการณ์ว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจพบหลักฐานใหม่ และเชื่อว่าอแมนดาอาจมีส่วนรู้เห็นหรือเป็นผู้ลงมือฆาตกรรมผู้เป็นสามีเสียเอง โดยเหตุจูงใจน่าจะมาจากการที่เธอจะได้รับมรดกและค่าเลี้ยงดูตามธรรมเนียมจำนวนหนึ่งตามกฎหมาย

11 ก.ค.2552  ฆาตกรรมอำพราง?"อาร์ตูโร กัตติ" แชมป์โลกจูเนียร์

https://www.telegraph.co.uk/news/obituaries/sport-obituaries/5967815/Arturo-Gatti.html

                ทั้งนี้ ช่วงปี 2553 ศาลสูงเมืองคิวเบค ในประเทศแคนาดา ตัดสินให้ อแมนด้า โรดริเกส ภรรยาม่ายของ อาร์ตูโร่ กัตติ ชาวแคนาเดี้ยน ได้รับเงินจำนวน 100,000 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 3.2 ล้านบาท) จากมรดกของสามีที่เสียชีวิตช่วง 9 เดือนก่อนหน้านั้น

                อย่างไรก็ดี หลังจากนั้นช่วงปี 2554 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานช่วงวันที่ 10 ส.ค.ว่า นักสืบเอกชน เปิดเผยข้อมูลว่า การตายของ อาร์ตูโร กัตติ อดีตนักมวยแชมป์โลก 2 รุ่น นั้น ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการฆ่าตัวตาย (https://www.thairath.co.th/content/192860)

                โดย พอล ซิโอลิโน นักสืบ จากชิคาโก ซึ่งได้รับการว่าจ้างจาก แพท ลินช์ ผู้จัดการของ ยอดนักชกชาวแคนาดา ให้รื้อฟื้นคดีการตายพิศวงของอดีตนักมวยในความดูแลของเขา ซึ่งผลสรุปที่ออกมาปรากฏว่า ขัดแย้งกับสำนวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจบราซิล

                "ผมคิดว่า เมื่อเราเปิดแถลงข่าว มันจะชัดเจนมากขึ้นว่า นี่ไม่ใช่การฆ่าตัวตายแน่นอน มันไม่น่าจะเป็นไปได้ตามทฤษฏีของเจ้าหน้าที่ ซึ่งใช้วิธีการชันสูตรและพิสูจน์หลักฐานหลายอย่างไม่เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก และนั่นทำให้ข้อมูลมันผิดพลาด"

                แต่ในที่สุดข่าวคราวก็เงียบหายไป โดยว่ากันว่า เมียรักของกัตติ หลุดรอดไปจากคดีนี้ เนื่องจากเป็นการฆ่าตัวตายจริงๆ เพราะก่อนหน้านั้น ยังมีรายงานข่าวอ้าง ภรรยาหม้ายของเขา “โรดริเกส” ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอพีว่า สามีหนุ่มอาจฆ่าตัวตาย เพราะกลัวว่าตนจะทิ้งเขาไป หลังจากมีปากเสียงรุนแรงถึงขั้นลงไม้ลงมือคืนก่อนเขาจะเสียชีวิต ซึ่งตนได้บอกให้กับสามีหนุ่มว่า *ปล่อยตนไปตามทางเสียเถิด*

                และคำนี้เอง ที่ทำให้หัวใจของผู้ชายที่ต่อให้แข็งแกร่งมาจากไหน ก็ต้องแหลกสลายนั่นเอง

///////////

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

วิกิพีเดีย

https://www.telegraph.co.uk/news/obituaries/sport-obituaries/5967815/Arturo-Gatti.html

http://www.thesweetscience.com/feature-articles/16726-arturo-gattis-greatness-is-in-eye-of-the-beholder

http://boxingboy.activeboard.com/t29820145/topic-29820145/          

               


เปิดอ่าน