3 ก.ค.2554 จำได้มั้ยคนไทย? เธอคือ นารีขี่ม้าขาว

นับเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ไทยที่พรรคการเมืองพรรคเดียวครองเสียงข้างมากในสภา แถมจะพีคสุด! ก็ตรงที่เธอได้สร้างปรากฏการณ์หาเสียง 49 วันก็นั่งนายกฯได้!!!

          ถ้าพูดถึงอดีตนายกรัฐมนตรีของคนไทย ที่ดูจะเป็นที่ติดตามมากที่สุดคนหนึ่ง ก็คงหนีไม่พ้นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย และยังเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 46 ของโลก ที่มาจากการเลือกตั้งและแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ!!

          ถูกต้องแล้ว เธอคือ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” หรือ นายกฯ ปู ที่เราคนไทยเคยเรียกขานกันอย่างติดปาก

          และวันนี้เมื่อ 7 ปีก่อน คือวันที่ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” สร้างปรากฏการณ์หาเสียง 49 วัน ก็ได้รับเลือกตั้ง ได้ชัยชนะมาอย่างขาดลอย จนทำให้หลายคนตกตะลึง!

3 ก.ค.2554  จำได้มั้ยคนไทย?  เธอคือ นารีขี่ม้าขาว

          ย้อนรอยกลับไปในวันที่ 3 ..2554 ซึ่งขออ้างอิงจากกบทความที่เรียบเรียงโดย ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร แห่ง สถาบันพระปกเกล้า ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า

          วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 เป็นวันที่มีการเลือกตั้งทั่วไปของไทย หลังจาก นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 10 พฤษภาคม ปีเดียวกัน

          รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ ซึ่งเป็นรัฐบาลผสม ที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลขึ้น หลังจาก สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ได้พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคพลังประชาชน เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2551 อันเป็นผลให้เขาถูกตัดสิทธิ์ในฐานะกรรมการบริหารพรรค นั้น

          ทั้งนี้ หลังการยุบพรรคพลังประชาชนครั้งนั้น ยังมีส่วนทำให้ สมาชิกเดิมของพรรคพลังประชาชนจำนวนหนึ่งได้แยกตัวไปตั้งพรรค “ภูมิใจไทย” ซึ่งพรรคภูมิใจไทยนี้เอง ที่เป็นฝ่ายสนับสนุนสำคัญในการตั้งรัฐบาล ที่มีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

          ครั้นมาถึงต้นปี 2553 บ้านเมืองเกิดการชุมนุมประท้วงโดยคนเสื้อแดง ที่เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา โดยเป็นการชุมนุมที่มีผู้มาร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมาก ที่ต่อเนื่องยาวนานจากเดือนมีนาคมไปจน เดือนเมษายนปีเดียวกัน ขณะเดียวกัน ระหว่างการชุมนุม ยังมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นมากมายหลายครั้ง มีการใช้อาวุธสงคราม เช่น ลอบยิงระเบิดชนิดเอ็ม 79 แต่ก็หาตัวผู้ทำผิดไม่ได้ จนรัฐบาลต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในวันที่ 8 เมษายน

3 ก.ค.2554  จำได้มั้ยคนไทย?  เธอคือ นารีขี่ม้าขาว

          ที่สุด ได้มีการให้ฝ่ายทหารสลายการชุมนุมที่บริเวณถนนราชดำเนินกลาง ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย ทางผู้ประท้วงก็ย้ายไปรวมและปักหลักต้านรัฐบาลที่ราชประสงค์ ทำให้มีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับผู้ชุมนุมประท้วงจนมีการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก การเสียชีวิตนี้มีทั้งผู้ที่มาชุมนุมประท้วงและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

          เมื่อความขัดแย้งทางการเมืองที่เพิ่มระดับขึ้นเป็นการใช้อาวุธจนมีการเสียชีวิตจำนวนมาก ทำให้เห็นได้ถึงความแตกแยกอย่างมากของผู้สนับสนุนกลุ่มการเมืองในสังคมไทย รัฐบาลที่อยู่ในสถานการณ์วิกฤตจึงได้หาทางออกโดยการยุบสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 10 พฤษภาคม 2554 และจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 นั่นเอง (http://wiki.kpi.ac.th)

          ช่วงขณะนั้นเอง ทางฝ่ายของพรรคเพื่อไทย ที่ตั้งขึ้นมาใหม่ และใครๆ ก็รู้ว่า นี่คือกลุ่มก้อนเดียวกันกับ พรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน ที่่ต่างก็ถูกยุบพรรคไปแล้วนั้น

          มาครานี้ พรรคเพื่อไทยได้ส่งตัวแทนเพื่อชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี เป็นคนที่ได้รับการคาดหมายมาแต่ต้นแล้วว่า จะเป็นหมัดเด็ดของค่ายการเมืองสีแดงแน่ๆ

          และชื่อนี้ก็โผล่มาในที่สุด คือ น้องสาวคนเล็กของตระกูลชินวัตร “ปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตามคาด!!

          ช่วงเวลานั้น นอกจากกระแสเสียงเฮจากแฟนคลับสีแดงที่รอคอยจะได้นายกฯ คนใหม่เป็นน้องสาวของคนที่พวกเขารัก ซึ่งหมายถึง “ทักษิณ ชินวัตร” ผู้ที่เคยได้ชื่อว่าเป็นอัศวินคลื่นลูกที่ 3 จนส่งผลให้หลายคนพากันเรียกขาน หญิงปูเวลานั้นว่า “นารีขี่ม้าขาว”

3 ก.ค.2554  จำได้มั้ยคนไทย?  เธอคือ นารีขี่ม้าขาว

          แต่อีกด้านหนึ่ง หลายคนก็วิเคราะห์กันว่า ด้วยระยะเวลาการออกหาเสียงอันน้อยนิด อาจส่งผลให้หญิงปู ผู้ซึ่งไม่มีประสบการณ์ทางการเมือง ไปไม่ถึงฝั่งฝัน

          แต่แล้วทุกคนก็ถูกหักปากกาเซียน เพราะในที่สุดหลังจากที่วันที่ 16 ..2554 ที่ประชุมพรรคเพื่อไทยมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ น..ยิ่งลักษณ์ เป็นผู้สมัคร ส..บัญชีรายชื่ออันดับที่ 1 เพื่อชิงตำแหน่งนายกฯ วันที่ 3 .ค 2554 ยิ่งลักษณ์ได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.. และพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งได้ ส.. 265 ที่นั่ง จาก 500 ที่นั่ง

          นับเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ไทยที่พรรคการเมืองพรรคเดียวครองเสียงข้างมากในสภา (ซึ่งคงไม่ต้องบอกว่าครั้งแรกเป็นของใคร) แต่ที่แน่ๆ คราวของน้องสาว จะพีคสุด! ก็ตรงที่เธอได้สร้างปรากฏการณ์หาเสียง 49 วันก็นั่งนายกฯได้!!!

          ที่สุด เมื่อมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อหยั่งเสียงหาตัวนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 5 สิงหาคม พ.. 2554 หลังการเลือกตั้งเสร็จเรียบร้อยและประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ สภาผู้แทนราษฎรก็ได้มีมติเลือก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 ของประเทศไทย

          เวลานั้น ชื่อเสียงของนายกฯ หญิงคนแรกของไทย ขจรขจายไปทั่วโลก ในไทยเอง ก็มีประเด็นพูดคุยเกี่ยวกับนายกฯ หญิงคนนี้มากมาย ทั้งด้านบวกและด้านลบ จนเกิดเป็นกระแสยิ่งลักษณ์ฟีเวอร์

          แน่นอนกองเชียร์ฝ่ายเสื้อแดง จะพากันยกย่องว่าเธอคือ "นารีขี่ม้าขาว" แต่ในแวดวงสาวๆ ก็มองว่าเธอเป็นนายกฯ ที่สวยที่สุด และแต่งกายดีที่สุดในแวดวงการเมือง แต่คนไม่ชอบก็ยังเอาเรื่องบูท เบอร์เบอรี่แบรนด์เนมที่หญิงปูใส่ลุยน้ำท่วมมาเม้าท์ไปทั่วกรุง

          ในแวดวงคนชอบเสี่ยงโชค ก็พากันติดตามเลขต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ นายกฯ หญิง ทั้งลำดับที่นายกฯ คนที่ 28 เลขทะเบียนรถประจำตำแหน่ง บ้านเลขที่ และเลขอื่นๆ อีกมากมาย เชื่อหรือไม่ว่า เลขรถนายกฯปูออกมาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง!!

3 ก.ค.2554  จำได้มั้ยคนไทย?  เธอคือ นารีขี่ม้าขาว

          นอกจากนี้ยังมีการพยายามจับผิดการพูดจาของหญิงปู ชนิดเป็นข่าวแทบรายวัน เช่น กรณีออกเสียงผิด หรือสคริปต์ผิดกันแน่ จาก "หญ้าแฝก" เป็น"หญ้าแพรก" กลางรายการนายกฯ ยิ่งลักษณ์พบประชาชน ที่ออกอากาศเป็นครั้งแรก หรือจะเป็นกรณี "พฤศจิกาคม" ก็เรียกเสียงต่อว่าต่อขานได้ไม่น้อย รวมไปถึงการแถลงต่อสภา จากตัวเลข 53,918 ล้านบาท (ห้าหมื่นสามพันเก้าร้อยสิบเเปดล้านบาท) เเต่ท่านนายกฯกลับอ่านเป็น "ห้าหมื่น สามแสน เก้าร้อยสิบแปดล้านบาท"

          เด็ดสุดคือ วลี "เอาอยู่" ช่วงที่รัฐบาลหญิงปูกำลังแก้ไขปัญหาน้ำท่วม 2554 ซึ่งเป็นมหาอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดของประเทศไทยในรอบ 50 ปี (ขอบคุณข้อมูลจาก : dek-d)

          อย่างไรก็ดี ยังมีเรื่องราวหลังจากนั้นอีกมากมาย จนในที่สุด ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยการยุบสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 9 ธันวาคม 2556 และรักษาการในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนกระทั่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากการรักษาการในวันที่ 7 พฤษภาคม 2557 เนื่องจากการย้ายถวิล เปลี่ยนศรี จากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ

3 ก.ค.2554  จำได้มั้ยคนไทย?  เธอคือ นารีขี่ม้าขาว

          และมีเหตุให้ต้องหนีออกนอกประเทศไปเนื่องจากโครงการรับจำนำข้าว

////////////

ขอบคุณข้อมูลจาก

วิกิพีเดีย

สถาบันพระปกเกล้า

และ www.dek-d.com