เธอเกิดวันนี้ "แอนน์ แฟรงค์" นักเขียนน้อยในค่ายกักกัน

วันนี้ในอดีต  :  12 มิ.ย. 2561

มากกว่า "วันเกิด" และ "วันตาย" ของเธอ คือ เรื่องราวจากหยดน้ำหมึก ที่แอนได้บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของตนเองไว้ ช่วงก่อนที่เธอจะเดินทางไปพบกับวาระสุดท้าย

          ไม่มีใครรู้ว่า อันเนอลีส มารี “อันเนอ” ฟรังค์ หรือที่เราเรียกเธอว่า “แอนน์ แฟรงค์” เสียชีวิตวันไหนของเดือนมีนาคม ปี พ.ศ.2488 (ค.ศ.1945)

          และคงไม่มีใครรู้ว่า วินาทีแห่งลมหายใจสุดท้ายของเด็กสาวที่ควรจะก้าวสู่วัย 16 อย่างดอกไม้แรกแย้ม จะมีใครอยู่เคียงข้างเธอบ้าง

เธอเกิดวันนี้  "แอนน์ แฟรงค์" นักเขียนน้อยในค่ายกักกัน

          แต่อย่างน้อยเราก็ได้รู้ว่า แอนน์ แฟรงค์ สาวน้อยชาวยิวผู้น่าสงสาร เธอเกิดในวันนี้ของเมื่อ 89 ปีก่อน หรือตรงกับวันที่ 12 มิ.ย.2472 ในฤดูร้อนอันเจิดจ้าสดใสของท้องฟ้าแดนดินอินทรีเหล็ก “เยอรมนี”

          อย่างไรก็ดี มากกว่า “วันเกิด” และ “วันตาย” ของเธอ คือ เรื่องราวจากหยดน้ำหมึก ที่แอนได้บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของตนเองไว้ ช่วงก่อนที่เธอจะเดินทางไปพบกับวาระสุดท้ายของชีวิต

          อดคิดไม่ได้ว่า วิญญาณของเธอจะได้รับรู้หรือไม่ ว่าบันทึกของเธอเล่มนั้น คืองานเขียนที่สะเทือนโลก และทรงคุณค่าแก่ผู้คนทั้งโลกขนาดไหน

          วันนี้ในอดีต มีประวัติของ แอนน์ แฟรงค์ มาเล่าสั้นๆ เพราะหลายคนอาจหาอ่านได้ทั่วไป แต่สิ่งที่ขอเน้นคือ เนื้อหาบางส่วนจากงานเขียนที่ทรงพลัง จนกลายเป็นหนังสือเรื่องสำคัญของโลก ที่ได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ มากกกว่า 70 ภาษา รวมถึงภาษาไทย อันมีชื่อว่า “บันทึกลับของแอนน์ แฟรงค์” 

เธอเกิดวันนี้  "แอนน์ แฟรงค์" นักเขียนน้อยในค่ายกักกัน

          ซึ่งก่อนจะไปว่ากันตรงนั้น ขอเล่าประวัติของนักเขียนน้อยผู้นี้มาพอสังเขปดังนี้

          เด็กหญิง แอนน์ แฟรงค์ เกิดวันที่ 12 มิถุนายน 1929 มีพี่สาว 1 คน ชื่อ มาร์ก็อต แฟรงค์ พ่อกับแม่ของเธอ คือ อ๊อตโต้ แฟรงค์ และ อีดิธ ฮอลันดา พวกเขาอาศัยอยู่ในเมือง แฟรงค์เฟิร์ต ประเทศ เยอรมนี

          ต่อมาในสมัยที่ฮิตเลอร์ขึ้นครองอำนาจเยอรมนี ผู้เป็นพ่อรู้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ เพราะฮิตเลอร์ดำเนินโยบายกวางล้างชาวยิวแทบจะทันทีที่ขึ้นสู่อำนาจ

          อ๊อตโต้ แฟรงค์ จึงเตรียมตัวพาครอบครัวอพยพไปยังเนเธอร์แลนด์ โดยให้ภรรยาพาลูกสาวคนโตไปพักที่บ้านแม่ยายที่เมืองอาเค่น ส่วนตัวเขาและลูกสาวคนเล็ก ซึ่งก็คือแอนน์ แฟรงค์ ที่ขณะนั้นมีอายุเพียง 3 ขวบเศษเท่านั้นไปหาที่ตั้งรกรากในเนเธอร์แลนด์

          จนได้ที่อยู่แห่งหนึ่ง เขาจึงกลับมารับครอบครัวไปอยู่ด้วยและเริ่มประกอบธุรกิจ

          แอนนั้น มีนิสัยรักการอ่าน ที่มาจากพ่อของเธอ จนเมื่อเธออายุ 10 ขวบ ตั้งปณิธานว่า โตขึ้นจะเป็นนักเขียน นักหนังสือพิมพ์ หรือเป็นคนดังให้ได้

          ทันทีที่เธอได้ของขวัญวันเกิดตอนอายุ 12 ปี เป็นสมุดบันทึกปกผ้าตาสก๊อตสีแดง เธอจึงเริ่มเขียนตั้งแต่ตอนนั้น เรื่อยมาจนถึงช่วงเวลาที่เธอถูกทางการจับตัวได้และต้องย้ายไปอยู่ในค่ายกักกันชาวยิว!

          มีบันทึกว่า วันสุดท้ายที่เธอเขียนบันทึกคือวันที่ 1 สิงหาคม 1944 เพราะในอีก 3 วันต่อมา หรือตรงกับวันที่ 4 สิงหาคม 1944 เธอและสมาชิกที่หลบซ่อนอยู่ทั้งหมด 8 คน ถูกจับตัวไปยังค่ายกักกัน “เอ๊าส์ชวิตส์” ซึ่งเป็นค่ายกักกันที่ใหญ่ที่สุด

          ที่นั่นทุกคนต้องถูกจับโกนศรีษะ และ ให้ทำงานวันละ 12 ชั่วโมง และจะต้องนอนรวมกันในห้องนอนที่สกปรกและเบียดแน่นจนตัวติดกัน

          ทั้งนี้ หากมีใครตาย จะถูกนำศพออกมาในช่วงเช้ามืด และ คนป่วยก็จะถูกนำตัวแยกออกไป โดยไม่นำกลับเข้ามาอีก

          อย่างไรก็ดี ข่าวร้ายคือหลังจากนั้นช่วงไม่นาน พี่สาวของแอน “มาร์ก็อต” ก็ตายด้วยโรคไทฟอยส์ที่ระบาดอยู่ ทุกคนปิดข่าวไม่ให้แอนน์รู้ แต่สุดท้ายเธอก็ล่วงรู้จนได้ มากไปกว่านั้นคือ เธอยังเข้าไปใจไปว่าพ่อและแม่ของเธอก็ตายแล้วเช่นกัน

          หลังจากนั้น แอนดูเหมือนว่าจะไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป หมดหวัง ตรอมใจ ที่สุดแอนก็ติดโรคไทฟอยส์และเสียชีวิตตามมาร์ก็อตไปไม่กี่วันหลังจากนั้น โดยไม่ได้ล่วงรู้ว่า พ่อของเธอ อ๊อตโต้ แฟรงค์ เป็นเพียงคนเดียวในกลุ่มผู้หลบภัยทั้ง 8 คนที่มีชีวิตรอดอยู่

          หลังจากสงครามได้จบลง มีการนำสมุดบันทึกของแอนน์ ที่ได้เก็บไว้มาให้พ่อของเธอ หลังจากนั้นเขาก็ได้คัดลอกเก็บไว้ 2-3 สำเนาสำหรับครอบครัว เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงลูกสาว และได้นำไปตีพิมพ์ จนเป็นที่กล่าวถึงไปทั่วโลก

          สำหรับเนื้อหาสำคัญหลายส่วนที่นำมาจากบันทึกของแอน แฟรงค์ จากหนังสือ วันนี้ในอดีตใคร่ขอนำเสนอเพื่อเป็นการระลึกถึง นักเขียนน้อยผู้นี้

ศุกร์ที่ 12 มิ.ย. 1942 (หรือปี พ.ศ. 2485 สามปีก่อนเสียชีวิต) แอนกล่าวถึงสมุดบันทึกของเธอ 

          “...ฉันหวังว่าจะไว้วางใจ ”เธอ“ ได้ทุกเรื่อง อย่างที่ฉันไม่อาจวางใจผู้หนึ่งผู้ใดเลย และหวังว่า ”เธอ“ จะเป็นพลังยิ่งใหญ่ในการปลอบประโลมใจฉัน...”

พุธที่ 8 ก.ค. 1942 (วันหลบหนีไปซ่อนตัว)

          “...เราออกจากบ้านตอน 7 โมงครึ่ง มูร์ตี้แมวน้อยของฉันเป็นสัตว์โลกตัวเดียวที่ฉันกล่าวอำลา มันคงจะได้บ้านใหม่ที่สุขสบายในละแวกนั้น เราได้เขียนจดหมายฝากฝังคุณโกลด์ชมิดต์ มีเนื้อวัวหนึ่งปอนด์ในครัวสำหรับแมว อาหารเช้าที่เหลือยังวางอยู่เกลื่อนโต๊ะ เตียงนอนยุ่งเหยิง แสดงว่าหนีไปอย่างรีบร้อน แต่ช่างปะไร เราไม่สนใจว่าใครจะคิดอย่างไร ขอเพียงให้หนีรอดพ้นภยันตรายและถึงที่ซ่อนอย่างปลอดภัยก็แล้วกัน...”

เธอเกิดวันนี้  "แอนน์ แฟรงค์" นักเขียนน้อยในค่ายกักกัน

อาทิตย์ที่ 13 มิ.ย.1943 (หรือปี พ.ศ. 2486 สองปีก่อนเสียชีวิต)

          พ่อแต่งกลอนให้ฉันในวันเกิด ไพเราะเหลือเกิน! ฉันเลยต้องให้เธอรู้ พิมชอบเขียนกลอนภาษาเยอรมัน มาร์ก็อตจึงอาสาแปลให้ฟัง เธอลองอ่านดูสิว่า มาร์ก็อตถอดความได้วิเศษเพียงใด หลังจากรวบรวมเหตุการณ์ในระยะ 1 ปี ก็ออกมาดังนี้ ( ณ ที่นี้ ขอคัดมานำเสนอบางส่วน)

"ลูกรัก 

อ่อนเยาว์นัก ก็มิใช่ไร้เดียงสา 

วันวัยในชีวิตผ่านกาลเวลา

สู่วารวัยภายหน้าพยายาม" 

"ลูกจ๋า 

ลูกถามหาสรรพสิ่งที่เหมาะสม 

ลูกร้องขอ พ่อคับแค้น แสนระทม 

ต้องขืนข่มภัยสงครามมาย้ำทุกข์

ยามทุกข์ยาก ลูกถึงคราเสื้อผ้าคับ

ค่อยขยับค่อยขยายไม่เป็นสุข

รองเท้ากัดแทบตัดนิ้วหิ้วเท้าซุก

ทุรยุคหยิบยื่นเคราะห์ให้ลำเค็ญ"

          “...วันนั้นใครๆ ก็เอาใจฉันเป็นพิเศษทีเดียวล่ะ ฉันได้ของขวัญน่ารักหลายอย่าง มีหนังสือเล่มหนาปึ๊กเกี่ยวกับเรื่องที่ฉันชอบ เทพนิยายกรีกและโรมันไงล่ะ แล้วฉันจะบ่นอะไรกับลูกอมอันน้อยนิด มีขนมอร่อยๆ อีกเยอะที่ทุกคนยอมเปิดเสบียง ที่สะสมไว้เอามากำนัลฉัน ซึ่งอายุน้อยที่สุดในที่ซ่อนนี้ ฉันรู้สึกว่า ตัวเองได้รับเกียรติเกินกว่าควรได้รับ...” 

อังคารที่ 13 มิ.ย.1944 (หรือปี พ.ศ. 2487 หนึ่งปีก่อนเสียชีวิต)

          แอนน์กล่าวถึงวันเกิดของตนเองเพียงเล็กน้อย จากนั้นก็ร่ายยาวถึงมุมมองของตนเองในหลายสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องของผู้ชายและอิทธิพลที่อยู่เหนือเพศหญิง

          เด็กสาวในวัย 15 กล่าวว่า "...ฉันเชื่อว่าในศตวรรษหน้า ความคิดที่ว่า ผู้หญิงมีหน้าที่อย่างเดียวคือคลอดลูก จะเปลี่ยนไป ผู้หญิงทำอะไรก็ได้ อีกทั้งจะให้เกียรติ ยกย่อง และชื่นชมผู้หญิงซึ่งแบกภาระหนัก โดยไม่ปริปากบ่น หรือต้องวางท่าเป็นคนสำคัญ..."

เธอเกิดวันนี้  "แอนน์ แฟรงค์" นักเขียนน้อยในค่ายกักกัน

อังคารที่ 1 ส.ค.1944 (บทสุดท้ายก่อนลาจาก)

          แอนน์เขียนบรรยายความคับข้องใจของตนเอง ที่เข้าไม่ได้กับคนอื่นๆ ซึ่งเธอสรุปตอนท้ายว่า

          “ถ้าฉันถูกเฝ้ามอง หรือมีคนสนใจมากๆ ฉันก็เริมฉุนโกรธ ไม่มีความสุข ในที่สุด ฉันก็ต้องเปิดหัวใจ เอาด้านไม่ดีออกมาแสดง และเอาส่วนที่สงบดี เข้าซ่อนไว้ในกระดองอีก แล้วก็พยายามคิดหาหนทางต่อ ที่จะให้เป็นดั่งที่ฉันอยากเป็น ในสิ่งที่จะเป็นได้ถ้า...ถ้าในโลกนี้ ไม่มีใครอื่นร่วมอยู่ด้วย...”

          หลังจากนั้น 3 วัน หรือตรงกับวันที่ 4 ส.ค. 1944 ช่วงสาย แอนน์และพวก รวม 8 คน รวมถึงพ่อและพี่สาวของเธอก็ถูกจับโดยเจ้าหน้าที่หน่วยสวัสดิกะ

          ทุกคนถูกแยกตัวนำไปอยู่ที่ตามค่ายกักกันต่างๆ แต่แอนและมาร์ก็อตพี่สาว ถูกย้ายจากค่าย “เอ๊าส์ชวิตส์” ไปยัง ค่ายแบร์กเกิ้น เบลเซิ่น ในเมืองฮันโนเวอร์ เยอรมนี ช่วงปลายตุลาคม ปีนั้นเอง

          แต่แล้วช่วงฤดูหนาวก็เกิดโรคไทฟอยด์ระบาดอย่างหนัก ช่วงปี 1944-1945 มาร์ก็อตได้ติดโรคนี้ และเสียชีวิต หลังจากนั้นไม่กี่วัน แอนน์น้องสาวก็ติดโรคนี้เช่นกัน และเสียชีวิตตามไปในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งนี้ แม่ของพวกเธอ หรือ อิดิธ แฟร้งค์ ได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ราวช่วงเดือน ม.ค. ปีนั้นเอง

          ดังนั้น หลายแหล่งจึงระบุว่า แอนน์ แฟรงค์ หลังสูญเสียแม่และพี่สาว จึงคิดว่า เธอไม่เหลือใครอีกแล้ว เธอจึงหมดอาลัยที่จะดำรงชีวิตต่อไปนั่นเอง

          ที่น่าเศร้าคือ ไม่มีใครรู้ว่าแอนน์และพี่สาวเสียชีวิตในวันไหน คาดกันว่า น่าจะเป็นช่วงปลาย ก.พ. หรือต้น มี.ค. โดยว่ากันว่า ร่างของสองพี่น้องถูกทิ้งรวมลงในหลุมฝังศพหมู่ที่ค่ายนี้!! 

          ที่สำคัญคือ ค่ายแห่งนี้ได้รับการปลดปล่อยโดยกองทัพอังกฤษ เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 1945 เพียงเดือนเศษที่แอนน์ได้จากไปเท่านั้นเอง

/////////////////////////////

ขอบคุณข้อมูลจาก

http://biographyannefrankinfo.weebly.com/

วิกิพีเดีย

และบางส่วนจากหนังสือ บันทึกลับแอน แฟรงค์ 


เปิดอ่าน